จากเมืองหลวงสู่เมืองโมโมทาโร่ ! พาเที่ยวทริปโตเกียว-โอกายาม่า 3 วัน 2 คืน

  • Posted by : JGBTHAI

    สวัสดีค่ะ ห่างหายกันไปนานพอสมควรกับการตะลุยเที่ยวญี่ปุ่น ครั้งนี้เรากลับมาพร้อมทริป ตเกียว-โอกายาม่าใน 3 วัน 2 คืน กันค่ะ ครั้งนี้อีกเช่นเคยวันแรกเป็นการท่องเที่ยวโตเกียวค่ะ และหลังจากนั้นเราจะเดินทางบินลัดฟ้าเที่ยวจังหวัดโอกายาม่า ที่เรียกว่าเป็นเมืองแห่งลูกท้อหรือดินแดนแห่งโมโมทาโร่ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ดีงามที่ถ้ามาเที่ยวญี่ปุ่นต้องลองมาสักครั้งจริงๆ 

    03

    04

    เนื่องจากค่ำคืนนี้เราพักที่โรงแรม Royal Park Hotel Shiodome จึงนำกระเป๋ามาฝากพร้อมเชคอินที่โรงแรมก่อน จากนั้นเราก็ไปยังสถานี Shiodome ขึ้นสาย Oedo Line และเปลี่ยนสายไปยังสาย Nanboku ที่สถานี Azabujuban เพื่อต่อไปยัง สถานี Shirokanedai เพื่อเดินทางไปยังสวนฮัปโปเอ็นกันค่ะ

    05

    12

    สวนฮัปโปเอ็น แห่งนี้ เป็นสวนจัดแต่งสไตล์ญี่ปุ่นแท้ที่สร้างมากว่า 300 ปี โดยเริ่มจากเป็นสถานที่อันเป็นที่รักของ Okubo Hikazae ผู้ติดตามของโชกุน Tokugawa  ในปัจจุบันตั้งแต่ปีค.ศ.1951 สวนจึงถูกตั้งชื่อว่าฮัปโปเอ็นและในสวนยังมีต้นบอนไซมากมายและมีต้นบอนไซที่มีอายุกว่า 500 ปีอีกด้วย ในปัจจุบันเป็นเป็นสวนที่ใช้จัดงานแต่งงาน หรือถ่ายรูปสำหรับงานแต่งงาน ในปัจจุบันเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมเข้าชมเป็นจำนวนมาก ทำให้ในวันเสาร์อาทิตย์จะมีจัดงานรื่นเริง ส่วนงานแต่งจะจัดในวันธรรมดาเท่านั้น และที่นี่ยังมีร้านหารอาหารและคาเฟ่ให้ ดื่มด่ำบรรยากาศของสวนฮัปโปเอ็นแห่งนี้ไปพร้อมกับอาหารสุดแสนอร่อย เนื่องจากสวนมีขนาดพอเหมาะให้เดินชมการจัดสวนในรูปแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแวะพักชมและให้อาหารปลาคาร์ฟ ซึ่งปลาคาร์ฟที่นี่อาศัยอยู่ในบ่อของสวนกว่า 150 ตัว ซึ่งแต่ละตัวมีขนาดใหญ่มากๆ เป็นอีกหนึ่งความเพลิดเพลินในสวนสไตล์ญี่ปุ่นแห่งนี้

    10
    14

    Website: http://www.happo-en.com/

     16

    จากนั้นเรามารับประทานมื้อเที่ยงที่ร้าน Enju ซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นของสวนฮัปโปเอ็นค่ะ โดยอาหารที่นี่จะทำอาหารโดยวัตถุดิบตามฤดูกาล และจัดเสิร์ฟตามลำดับเริ่มจากสลัด ไข่ตุ๋น เครื่องเคียง เทมปุระ ตามด้วยซูชิซึ่งเป็นจานหลัก ปิดท้ายด้วยของหวานสไตล์ญี่ปุ่น เป็นเซ็ตอาหารแบบจัดเต็มและอร่อยทีเดียว สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นพร้อมกับได้ชมบรรยากาศสวนญี่ปุ่น ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ต้องลองมาให้ได้ซักครั้ง ภายในร้านจะมีแบบนั่งโต๊ะและหน้าเค้าเตอร์โดยที่เค้าเตอร์จะได้ชมเชฟปั่นซูชิ และฉากหลังนั้นเป็นกระจกใสซึ่งมองเห็นสวนอยู่ด้านหลัง เป็นอีกหนึ่งความอร่อยทั้งรสอาหารและบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ

    19

    18

    บอกเลยว่าเด็ดมาก แผล่บๆ

    Website:http://www.happo-en.com/restaurant/enju/index.html

    เมื่ออิ่มอร่อยกับอาหารสุดบรรจงที่ ร้าน Enju แล้วเราก็มุ่งหน้าตรงสู่ Tokyo Sky Tree ค่ะ

    23

    26

    27

    ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นไปจุดชมวิวของที่นี่ค่ะ เพราะปกติจะถ่ายรูปแค่ด้านหน้าและเดินห้างสรรพสินค้าภายในเท่านั้นเอง โดยเราจะขึ้นไปชมความสวยงามของโตเกียวแบบ 360 องศากัน โตเกียวสกายทรีนั้นมีความสูงถึง 634 เมตร ซึ่งมี 2 ชั้นด้วยกัน คือชั้น Tembo Deck (350 เมตร) ตั๋วค่าเข้าชมราคา 2,060 เยน และ Tembo Galleria (450เมตร) ต้องซื้อตั๋วที่ชั้น Tembo Deck ราคา 1,030 เยน ลิฟท์ที่ขึ้นไปยังชั้น Tembo Deck นั้นมีสี่ตัวด้วยกัน แต่ละลิฟท์จะตกแต่งแสดงถึงแต่ละฤดูของญี่ปุ่นแยกกันเป็น 4 ฤดู อีกด้วย ในชั้นนี้นอกจากได้ดูทัศนียภาพของโตเกียวอันสวยงามแล้ว ยังสามารถถ่ายรูปที่ระลึกกลับไปได้อีกด้วย (อันนี้ต้องเสียค่าบริการด้วยนะคะ) จากนั้นเราก็ซื้อตั๋วไปยัง Tembo Galleria ที่ชั้นนี้ค่ะ ลิฟที่ขึ้นไปจะเป็นลิฟท์ใสคะจะมองเห็นภายนอกลิฟออกไปยังข้างนอก ขณะขึ้นลงค่ะ ในวันนี้ที่ชั้น Tembo Galleria มีจัดแสดง อุลตร้าแมนค่ะ ซึ่งได้นำหุ่นมาจัดแสดงและ อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายทำจริงบางอย่างมาแสดง ให้ได้เดินชมกันค่ะ อีกทั้งยังมี ประวัติของอุลตร้าแมนให้ได้อ่านเรื่อยๆ ขณะเดินชมอีกด้ว และเมื่อลงไปยังชั้น  340 เมตร สามารถไปยืนบนพื้นกระจก และถ่ายรูปจากมุมสูงได้ที่นี่ค่ะ ใครกลัวความสูงอาจจะต้องพกยาดมติดตัวไปเผื่อไว้ก็ไม่ผิดกติกานะคะ

    35

    เมื่อเที่ยวชม Tokyo Sky Tree แล้ว เราจะไปล่องเรื่อกันต่อที่แม่น้ำสุมิดะค่ะ ซึ่งท่าเรือที่เราจะขึ้นอยู่ใกล้ๆ กับวัดเซนโซจิ อาซากุสะค่ะ จากการเดินทางจากโตเกียวสกายทรีสูสถานีอาซากุสะนั้น เพื่อไปขึ้นเรือสำราญต่อนั้นก็เดินทางไม่ยาก โดยรถไฟสาย Tobu sky tree สู่ สถานีอาซากุสะ

    36

    37

    38

    เมื่อถึงสถานีอาซากุสะแล้ว ให้เดินออกไปทางตึกอาซาฮีค่ะ เจ้าก้อนเมฆสีทองบนตึก ซึ่งการล่องเรือสำราญจากอาซากุสะสู่ โอไดบะโดยใช้เวลา  50  นาทีค่ะ ซึ่งเป็นบริการของ Tokyo Cruise ค่ะ หาไม่ยากค่ะอยู่ตรงทางข้ามสะพานเพื่อไปตึกอาซาฮี ครั้งนี้เราได้ขึ้นเรือที่รุ่น Hotaluna (บรรจุผู้โดยสารได้ 261 คน) ค่าโดยสารอยู่ที่ 1,560 เยนค่ะ ภายในเรือนั้นจะเป็นเรือโปร่งใส่ มองเห็นได้โดยรอบ โดยสามารถชมทัศนียภาพของแม่น้ำซุมิดะ ล่องเรือสู่โอไดบะ และเมื่อถึงเวลาอันสมควรทางเรือจะเปิดดาดฟ้าของเรือให้ออกไปชมและดื่มด่ำบรรยากาศกันอีกด้วยซึ่งก่อนเวลาเปิดนั้นต่างคนต่างรอที่หน้าประตูเพื่อที่จะได้ขึ้นไปเลยล่ะค่ะ และเรือจะสิ้นสุดปลายทางสู่โอไดบะที่หาดโอไดบะไคฮินฮามะโคเอ็น (お台場海浜公園) ค่ะ ซึ่งที่หาดแห่งนี้ต่างมีผู้คนมากมายมาเล่นน้ำทะเลกันอีกด้วย ที่หาดแห่งนี้ ยังมีห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ , สถานีโทรทัศน์ฟูจิ(Fuji TV) อีกด้วย

    43

    หาดโอไดบะไคฮินฮามะโคเอ็น (お台場海浜公園)

    45

    47

    เมื่อมาถึงที่โอไดบะแล้วจึงเดินไปยังสถานีโทรทัศน์โตเกียว แอบเดินเที่ยวชมเล็กน้อย ทางเข้าของอาคารเราจะเจอคาเฟ่ จิบิมารุโกะจัง ซึ่งน่ารักมากๆ และเมนูอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ นั้นจัดแต่งอย่างน่ารักในแบบของการ์ตูนเรื่องนี้ค่ะ จากนั้นก็ได้เดินไปยัง Lawson ที่ตั้องอยู่ภายในอาคาร ซึ่งหากใครอยากซื้อของฝากจากสถานีโทรทัศน์ฟูจิแล้วล่ะก็ต้องที่นี่เลยค่ะ อีกทั้งภายในอาคารยังสามารถเข้าชมได้อีกด้วย และเจ้าลูกกลมๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของตึกนี้คือ “Hachitama” Spherical Observation Room” นั้นเอง โดยต้องซื้อตั๋วเข้าชมราคา 550 เยนค่ะ เวลาทำการให้เข้าชมได้คือเวลา 10:00น. – 18:00น. ค่ะ

    49

    50

    เวลาก็ล่วงเลยไปพอสมควร จากนี้เราจะไปแวะทานข้าวใกล้ๆ กับโรงแรมกันค่ะ โดยเดินทางจากโอไดบะนั้น เดินทางจากสถานี Odaiba-Kaihim Kouen สาย Yukarikamome ถึงสถานี Shimbashi ค่ะ

    53

    55

    56

    58

    มื้อเย็นวันนี้เรามาทานที่ร้านโอเด้งย่านชิมบาชิ ร้านโอทะโค(お多幸) ร้านโอเด้งที่มีตั้งมาตั้งแต่สมัยโชวะในปี 1932 ซึ่งก็หมายความว่าร้านนี้ตั้งมาแล้ว 84 ปีนั้นเอง โดยเมนูโอเด้งนั้นจะเป็นเมนูของต้ม กับน้ำซุปสูตรพิเศษของร้าน หนึ่งในเมนูโอเด้งที่ชื่นชอบมากๆ คือเอ็นวัว ที่ต้มจนเหนียวหนึบๆ เคี้ยวง่ายละลายในปากและด้วยน้ำซูปที่ตุ๋นนั้นมีรสที่เข้ากันได้อย่างดีจึงเพิ่มความอร่อยยิ่งๆ ขึ้นไปอีก ที่ร้านแห่งนี้อยู่ในย่านที่เหล่าคนทำงานในกรุงโตเกียวมักมาแวะดื่มกัน ถ้ามาในวันธรรมดาแล้วล่ะก็ คุณจะพบว่าคุณนั่งอยู่ท่ามกลาง ชาวพนักงานออฟฟิสที่มาพูดคุยสังสรรค์หลังเลิกงานกันที่นี่

    01

    02

    60

    โรงแรมที่เข้าพักในคืนนี้ เป็นโรงแรมย่านชิมบาชิ โรงแรม Royal Park Hotel Shiodome ภายในห้องพักมีขนาดพอเหมาะ ตกแต่งด้วยสไตล์ร่วมสมัย และมีอุปกรณ์ให้อย่างครบครัน บนเตียงนั้นนุ่มสบาย ช่วยผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าจากการท่องเที่ยวในวันนี้ได้เป็นอย่างดี

    IMG_9512

    IMG_9510

    เข้าสู่วันที่ 2 ของการเดินทาง ในเช้านี้ มื้อเช้าเราทานที่โรงแรมค่ะ โดยอาหารเช้าของโรงแรมนั้น มี 2 แบบให้เลือกค่ะ แบบอาหารตะวันตกหรือแบบจีนค่ะ เราเลือกแบบตะวันตกค่ะ ซึ่งเราชอบเจ้าไส้กรอกของที่นี่เป็นพิเศษค่ะ อร่อยมากๆค่ะ

    IMG_9641

    IMG_9584

    วันนี้เราจะมุ่งสู่จังหวัดโอกายาม่าค่ะ โดยเราจะเดินทางด้วยเครื่องบินกันค่ะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางของการเดินทางท่องเที่ยวในญี่ปุ่นนอกจากรถไฟค่ะ โดยครั้งนี้เราเลือกเดินทางกับสายการบิน ANA โดยใช้แล้ว 1 ชั่วโมง 15 นาทีก็ถึง สนามบินโอกาย่ามาโดยการเดินทางจากโรงแรมสู่ท่าอากาศยานภายในประเทศฮาเนดะ จากสถานี Shimbashi สาย Yamanote เปลี่ยนสายสู่สาย Tokyo Monorail ที่สถานี Hamamatsu  สู่ สถานี Haneda Kuukou Kokunai Dai 1 Building

    IMG_9646

    IMG_9647

    IMG_9663

    IMG_0041

    การเดินทางจากสนามบินสู่ตัวเมืองโอกายาม่านั้นเราเดินทางด้วย Limusine Bus จากสถามบิน สู่สถานีรถไฟโอกายาม่าค่ะ จากนั้นเราก็เข้าเชคอินที่โรงแรมกันเลย คืนนี้เราเข้าพักที่ ANA CROWNE PLAZA ค่ะ ซึ่งห่างจากสถานีเพียงไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น

    IMG_9696

    IMG_9699

    การเดินทางท่องเที่ยวที่เมืองโอกายาม่าในวันแรกนี้ที่แรกที่เราจะไปก็คือ สวนโคระคุเอ็น ซึ่งเราจะเดินทางไปด้วยรถรางของที่นี่ค่ะ รถรางของเมืองโอกายาม่านั้น สามารถขึ้นได้ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟโอกายาม่า การชำระค่าใช้บริการก็เช่นเดียวกับรถไฟคือจ่ายได้ด้วยบัตร IC card หรือเงินสดก็ได้ เช่นกัน โดยเราขึ้นที่สถานี Okayama Eki Mae ไปยังสถานี Jouka เพื่อเดินต่อไปยังสวนโคระคุเอ็น

    IMG_9752

    IMG_9775

    หลังจากเข้ามาภายในสวนโคระคุเอ็นและ ก่อนจะเข้าไปชมสวนเราแวะรับประทานมื้อเที่ยงที่ ร้านชิกิไซ (四季彩) ที่เมืองโอกายาม่า นี้เป็นเมืองใกล้กับทะเลของขึ้นชื่อมักจะเป็นของทะเล ครั้งนี้เราเลือกเมนู ข้าวหน้าปลาอานาโกะ ซึ่งเนื้อคล้ายๆ ปลาไหลค่ะแต่ไม่เหนียวเท่า ทานง่ายค่ะ แถมยังมีโซบะกับซุปร้อนให้ทานคู่กันอร่อยเข้ากันได้เป็นอย่างดีมากๆค่ะ

    IMG_9812

    IMG_9819

    IMG_9869

    จากอิ่มหนำและเติมพลังแล้ว เราก็พร้อมแล้วที่จะเข้าชม สวนโคระคุเอ็น ซึ่งได้รับดาวจากมิชเชลลินถึง 3 ดาวด้วยกัน สวนแห่งนี้มีอายุเกือบ 400 ร้อยปีและจึงเป็นอีกสวนญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่มีความเก่าแก่ และเป็นสวนสวยที่สามารถมาเที่ยวได้ในทุกฤดูเพราะสีสันของต้นไม้ดอกไม้นั้นต่างก็ผลัดเปลี่ยนสีสันไปตามฤดูอย่างสวยงาม นอกจากได้ชมสวนสวยๆ แล้วเรายังมองเห็นปราสาทโอกายาม่าได้อีกด้วย เป็นทัศนียภาพอันขึ้นชื่อของที่นี่เลยล่ะ

    IMG_9881

    IMG_9887

    นอกจากนี้ ยังมีบริการจิบชาและขนมวากาชิ ของญี่ปุ่น ซึ่งเราเลือกได้ว่าดื่มแบบธรรมดาภายนอก หรือในบ้านโบราณ ที่เราจะได้ชมสวนจากภายในบ้าน ซึ่งเราเลือกแบบนั่งในบ้านค่ะ ราคาก็จะสูงกว่าด้วยค่ะ ภายในบ้านเราจะมองออกไปในสวน ผ่านหน้าต่างกลมๆ ตัดทิวทัศน์ด้วยปล้องไม่ไผ่ ที่กลายเป็นศิลปะ และสเน่ห์อันงดงาม สุดแสนเพลิดเพลิน ของสวนโคระคุเอ็นแห่งนี้ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีการจัดเทศกาลต่างๆตลอดทั้งปี

    ค่าเข้าชม  400 เยน (หากเข้าชมปราสาทโอกายาม่าด้วย ราคา 560 เยน)

    IMG_9941

    ปราสาทโอกายาม่า เป็นปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในปราสาทที่มีความเก่าแก่มากของญี่ปุ่น ปราสาทแห่งนี้ก็เหมือนเช่นปราสาทอื่นๆของญี่ปุ่น ที่ถูกเผาและทำลายในยุคสงคราม และถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ ภายในปราสาท จะจัดแสดงของตกแต่งที่ใช้ตกแต่งปราสาทและประวัติของปราสาท และเมื่อถึงชั้นบนสุดก็จะเห็นทัศนียภาพของเมืองโดยรอบ นอกจากนี้ยังมีบริการกล้องส่องทางไกลดูทัศนีย์ภาพรอบเมืองได้ชัดยิ่งขึ้นอีกด้วย และในปราสาทก็ยังมีบริการแต่งกายแบบยุคสมัยนั้นให้ได้ลองเป็นโชกุนหรือเจ้าหญิง กันได้อีกด้วยค่ะ

    IMG_0004

    IMG_0016

    หลังจากชมปราสาทแล้วก็ได้เวลาของว่าง ซึ่งร้านแห่งนี้ไม่ไกลจากปราสาทเลยค่ะ เพราะตั้งอยุ่ที่ชั้นแรกของปราสาท ร้านไอศครีมในปราสาทอันเก่าแก่ ร้าน โอชิโระ ชายะ (หรือแปลได้ว่า ร้านชาแห่งปราสาท นั่นเอง) เนื่องจากฤดูร้อนเดือนกรกฎาคมแห่งนี้ เป็นเดือนแห่งลูกท้อ มีหรือเมื่อเรามาถึงเมืองลูกท้อเมืองแห่งโมโมทาโร่แล้วเราจะไม่ได้ชิม ที่ร้านแห่งนี้ได้นำลูกท้อมาจัดเป็นของหวานให้เราได้ทานกันค่ะ นั้นก็คือพาร์เฟ่ลูกท้อนั่นเอง ความหวานหอมของลูกท้อกับไอศครีมและเยลลี่เข้ากันได้เป็นอย่างดี แถมร้านแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ๆ ปรากฏในการ์ตูนเรื่องโคนันอีกด้วยค่ะ ใครแฟนพันธุ์แท้โคนันห้ามพลาด และพาร์เฟ่ลูกท้อที่รันเลือกทานก็คือฟาร์เฟ่ลูกท้อซอสสตรอว์เบอรี่ค่ะ

    จากนั้นเราก็ใช้บริการรถรางเช่นเดิมโดยขึ้นจากสถานี Jouka สู่ สถานี Okayama Eki Mae

    IMG_0045

    IMG_0055

    ในตอนเย็นเรามาเดินห้างสรรพสินค้า Aeon ค่ะซึ่งที่นี่มีขนาดใหญ่มาก และมีสถานีข่าวท้องที่ถิ่นช่อง OHK ตั้งอยู่ที่นี่ด้วยค่ะ ซึ่งสามารถมาชมตอนที่ผู้ประกาศข่าวรายงานข่าวกันสดๆ ได้ที่นี่เลยค่ะ ซึ่งมื้อเย็นก็เลือกทานง่ายๆ ที่ฟู๊ดคอร์ทของที่นี่ค่ะ เมนูที่เลือกคือ ข้าวหน้าหมูกับไข่ลวกค่ะ ราคาย่อมเยาว์แค่ 410 เยน เท่านั้นแถมยังอร่อยอีกด้วย

    หลังจากการเดินทางผ่านความเหนื่อยล้าและหรรษามาตลอดทั้งวัน เราก็เข้าพักที่โรงแรม ANA CROWNE PLAZA ที่ห้องพักโรงแรมจัดเรียบร้อยเตียงนุ่มพักผ่อนสบายค่ะ

    IMG_0083

    เช้านี้เช่นเคยค่ะเราทานมื้อเช้าที่โรงแรม อาหารเช้าของโรงแรมก็จะเป็นอาหารเช้าแบบตะวันตกแบบบุฟเฟ่ต์ แต่ก็มีเมนูญี่ปุ่นให้เลือกค่ะ โดยอาหารนั้นใช้วัตถุดิบท้องถิ่นค่ะ อิ่มอร่อยพร้อมเดินทางกันต่อแล้วในวันนี้

    IMG_0105

    IMG_0117

    เช้านี้เราจะไปยังพิพิธภัณฑ์ยีนส์กันค่ะ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองโคจิม่า การเดินทางเดินทางง่ายๆ จากสถานีโอกายาม่าไปยังสถานีโคจิม่าค่ะ

    IMG_0139

    เมื่อมาถึงแล้วเราก็นั่งรถแท๊กซี่ไปยังพิพิธภัณฑ์ยีนส์ค่ะ เพียง 10 นาทีเท่านั้นหรือจะนั่งรถบัสก็ได้ โดยนั่งจากรถบัสแล้วไปลงที่ป้าย Oujien ค่ะ

    IMG_0175

    IMG_0201

    IMG_0211

    เมื่อถึงโรงงานและพิพิธภัณฑ์ยีนส์ Betty Smith ซึ่งถือได้ว่าเป็นยีนส์ยี่ห้อแรกของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ โดยที่นี่จะมีให้เราลองทำเครื่องใช้จากยีนส์เองด้วยค่ะ เราก็ได้ทำพวงกุญแจจากยีนส์ค่ะ โดยการเลือกเส้นผ้าและเม็ดกระดุมที่ชื่นชอบจากนั้นก็ประกอบเข้าด้วยกันด้วยเครื่องปั้มกระดุม และในที่สุดเราก็ได้ที่ห้องกุญแจเก๋ๆ ไม่เหมือนใคร จากนั้นเราก็ไปยังส่วนพิพิธภัณฑ์ซึ่งที่นี่จะบอกเล่าเรื่องราวของการกำเนิดยีนส์ และการผลิตยีนส์ในยุคเริ่มแรกของญี่ปุ่นค่ะรวมไปถึงวิวัฒนาการของยีนส์ในญี่ปุ่นตั้งแต่ยุคเริ่มต้นถึงปัจจุบัน เดิมทีที่แห่งนี้สร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อให้เหล่าบรรดานักเรียนท้องถิ่นเข้ามาศึกษาและได้ลองทำยีนส์ ต่อมาเริ่มมีคนสนใจและมาดูจากต่างเมืองมากมายค่ะ

    IMG_0285

    นอกจากนี้ที่นี่ยังให้บริการตัดเย็บยีนส์ตามออเดอร์อีกด้วยนะคะ เราสามารถเลือกผ้า ทรงกางเกงกระดุม สีด้ายและรูปแบบการเย็บของตะเข็บด้าย อีกด้วย และเพื่อให้กางเกงพอดีตัวกับคนๆนั้น ก็จะมีการวัดแบบเพื่อตัดโดยเฉพาะ ซึ่งมีเหล่าคนดังในญี่ปุ่นมาใช้บริการจำนวนมากค่ะ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 30,000 เยนค่ะ ราคาจะต่างไปตามวัสดุที่เลือกใช้ และสุดท้าย เราก็ไปยังเอ้าท์เล็ทของ Betty Smith ค่ะมีผลิตภัณฑ์จากยีนส์ต่างๆ และกางเกงยีนส์ราคาโรงงานในราคาย่อมเยาว์อีกด้วย

    IMG_0424

    เนื่องจากในวันนี้มีสภาพอากาศฟ้าครึ้มและฝนตก จึงไม่ได้ไปเดินที่ Jeans Street ค่ะ และกลับไปยังสถานีรถไฟโคจิม่าเพื่อเดินไปยังร้านที่จะเป็นมื้อเที่ยงของเราในวันนี้

    IMG_0430

    IMG_0439

    ร้านที่เราเลือกเพื่อเป็นมื้อเที่ยงในวันนี้เป็นร้านสเต็กเนื้อที่ร้านอยู่ห่างออกไปจากสถานีรถไฟเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ร้าน Setouchinoaji Seika (瀬戸内の味 清香)  เมนูสเต็กที่นี่อร่อยมากๆ ความสุกของเนื้อเราสามารถเลือกได้ค่ะ เราเลือกแบบ Medium ไป เนื้อจัดมาในกระทะร้อน หั่นเป็นลูกเต๋าทำให้เห็นเนื้อแดงๆ  มะนาวที่ทางร้านจัดมาในจานก็บีบใส่เนื้อค่ะ ทานพร้อมกับน้ำจิ้มและวาซาบิ บอกเลยว่าหวานหอมอร่อยมาก เนื้อมีความหอมนิ่มเคี้ยวง่าย สวรรค์ของคนรักเนื้อวัวเลยค่ะ

    IMG_0471

    IMG_0475

    จากนั้นก็นั่งรถไฟกลับไปยังสถานีที่สถานี Okayama เปลี่ยนสายไปสาย Sen-you เพื่อไปยังสถานี Kurashiki เพื่อจะไปหมู่บ้านโบราณกันค่ะ ใครที่ชื่นชอบยุคโบราณของญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ต้องไปให้ได้เลยค่ะ

     IMG_0477

    IMG_0542

    IMG_0563

    หลังจากถึงเมืองคุราชิกิแล้ว เราก็ไปยัง หมู่บ้านโบราณยุคเอโดะ (Bikan Historical Quarter) กันค่ะ สมัยก่อนคือที่ๆ เป็นโกดังของเหล่าพ่อค้าในยุคสมัยเอโดะ และในปัจจุบันได้ถูกดัดแปลงเป็นร้านค้าและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ เมื่อถึงที่หมู่บ้านแล้ว ก็ได้แวะที่ร้านขนม Mura Suzume ก่อนค่ะเพื่อทดลองทำขนมขึ้นชื่อของร้าน ได้แก่ขนม Mura suzume นั่นเอง ที่นี่เราสามารถแวะทานขนมมีบริเวณเป็นส่วนคาเฟ่ให้นั่งหรือจะทดลองทำขนมก็ได้ค่ะ ซึ่งราคาอยู่ที่ 600 เยน ตลอดการทำขนมจะมีสต๊าฟคอยบอกตลอดค่ะ จากนั้นเราก็ไปต่อยังพิพิธภัณฑ์โมโมทาโร่ค่ะ ซึ่งที่พิพิธภัณ์จะจัดแสดงของที่เกี่ยวกับโมโมทาโร่ และกิจกรรมสิ่งที่สร้างความหรรษาให้กับคนสมัยก่อนค่ะ ค่าเข้าก็อยู่ที่ 600 เยนค่ะ จากนั้นก็ต่อด้วยร้านคาเฟ่ขนมหวาน Parlor ซึ่งมีหลากหลายเมนูให้เลือกมากมาย แน่นอนว่าเลือกเมนูที่มีลูกท้อ ของขึ้นชื่อที่นี่ค่ะ ซึ่งอร่อยมากและเข้ากับไอศครีมได้เป็นอย่างดี กับบรรยากาศหลังร้านที่เป็นกอไผ่สูงสวยงามค่ะ

    IMG_0488

    IMG_0512

    ทดลองทำขนมกันได้ที่ร้าน Mura Muzume

    IMG_0589

    IMG_0739

    ถ้ามาที่นี่แล้วไม่ได้ทานลูกท้อ ถือว่ามาไม่ถึงนะจ๊ะ

    IMG_0748

    IMG_0750

    เมื่อเราเดินเที่ยวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปแวะพักที่ ห้าง Ario ที่อยู่ไม่ห่างจากสถานี Kurashiki มากนัก ที่แห่งนี้สำหรับใครที่อยากจะซื้อขนมและของฝากได้ที่นี่ เพราะเราจะนั่งรถบัสจากที่นี่เพื่อไปยังสนามบินโอกายาม่าค่ะ  เมื่อถึงเวลาเราก็ขึ้นรถบัสมุ่งสู่สนามบินค่ะ นี่เราต้องกลับแล้วหรือนี่

    IMG_0759

    ที่สนามบิน มีร้านค้าและร้านอาหารเล็กๆให้ได้ซื้อของฝากอีกซักนิดก่อนกลับ และอีกเช่นเคยเราเดินทางกลับด้วยสายการบิน ANA ค่ะ เพียงเวลาชั่วโมงครึ่งเราก็กลับสู่โตเกียวเป็นที่เรียบร้อยค่ะ

     เมืองโอกายาม่า เมืองที่มีความรุ่งเรืองตั้งแต่ยุคสงครามและยุคการค้าขาย(ยุคเอโดะ) สวนสวยที่สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี ปราสาทโอกายาม่าตั้งตระง่าน พร้อมผลไม้และอาหารสุดแสนอร่อยให้ได้เพลิดเพลิน  สามารถมาเที่ยวได้จากโตเกียวเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ทริปโตเกียวสู่โอกายาม่าก็จบต้องลงเพียงเท่านี้ค่ะ ^-^