ตะลุย 13 ไฮไลท์!! ภูมิภาคชูบุ Nagoya-Gifu-Gujo-Takayama ในมุมมองใหม่ (ตอนที่ 2)

Posted by :

ต่อจากบทความที่แล้ว ที่เราพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวชมจุดไฮไลท์จากเมืองนาโกย่า-กิฟุ-กุโจฮาจิมัน และทาคายาม่ากันมาแล้ว ใครที่ยังไม่ได้อ่าน ไปอ่านกันได้ที่ PART 1   ส่วนในบทความนี้เราก็จะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวกันต่อกับสถานที่ท่องเที่ยวที่เหลือในจังหวัดกิฟุ แล้วกลับเข้าเมืองนาโกย่า จากนั้นไปชมงานประดับไฟ Nabana No Sato Illumination ที่จังหวัดมิเอะ ก่อนที่จะเดินทางกลับเมืองไทย ตามไปอ่านกันเลยค่ะ

 

Day 3 : เมืองเก่า Magome Juku >> ล่องเรือ Ena Valley Cruise >> Osu Shopping Street >> ร้าน Gomitori Nagoya meshi >> Nagoya

Day 3-1 : เที่ยวเมืองเก่า Magome Juku หนึ่งในเส้นทาง Nakasendo

เที่ยวถนนโบราณ Nakasendo ซึ่งเคยใช้เป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างโตเกียวและเกียวโตตั้งแต่สมัยเอโดะ และที่มาโกเมะจูกุ (Magome Juku) ก็เป็นหนึ่งในเมืองพักแรมระหว่างทางบนถนนเส้นนี้ ปัจจุบันเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว สามารถเที่ยวชมบ้านเรือนสองข้างทางเป็นร้านค้า ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์ที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบเก่า

ถนนที่ปูด้วยหินลาดยาวตลอดทางเหมือนกับสมัยก่อน ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม อีกทั้งมาโกเมะจูกุยังเป็นอีกหนึ่งจุดพักแรมของนักท่องเที่ยวที่นิยมมาไฮกิ้งคอร์สเส้นทางนี้กันอีกด้วย

รายละเอียด Magome Juku
ค่าเข้าชม: ฟรี
เว็บไซต์: http://www.kiso-magome.com/index.html
พิกัด: https://goo.gl/maps/HjwWF74htcsqwTYq6

 

Day 3-2 : ล่องเรือ Ena Valley Cruise

ก่อนจะไปล่องเรือเราก็แวะไปทานข้าวเที่ยงกันก่อนที่ร้านอาหารใกล้ ๆ ท่าเรือ มีชื่อว่า โคระคุเอ็น (Korakuen) เป็นอาหารชุดสไตล์ญี่ปุ่นจัดเต็ม อร่อยมาก ๆ

จากนั้นเราก็เดินชมบรรยากาศของหุบเขาเอนะ (Ena Valley) ที่จุดชมวิวใกล้ทาเรือ และที่พลาดไม่ได้เมื่อมาที่นี่คือ การนั่งเรือ Ena Valley Cruise ล่องไปตามแม่น้ำสีเขียวมรกต ลอดผ่านสะพานแดง ท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาและต้นไม้

ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ รอบข้างจะบานสะพรั่งไปด้วยดอกซากุระ ส่วนในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีก็จะเต็มไปด้วยสีสันของธรรมชาติทั่วทั้งหุบเขา ทำให้รู้สึกคุ้มค่าที่มาล่องเรือในช่วงนี้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์หินรูปทรงแปลกตา อย่างหินทรงสิงโต ทรงกบ และทรงแปลกตาอื่นๆที่สลับทับซ้อนกับต้นไม้ให้ชมกันตลอดทางล่องเรืออีกด้วย

รายละเอียด Ena Valley Cruise
วัน-เวลาทำการ: 9:00 – 16:00 น. **ตรวจสอบรอบวัน-เวลาที่เว็บไซต์ : http://www.tohsyoh.jp/ship/jetboat/jetboat_en
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1,500 เยน/ท่าน , เด็ก (นร.ชั้นประถม) 750 เยน/ท่าน
เว็บไซต์: http://www.tohsyoh.jp/tohsyohwp/wp-content/themes/tohsyoh/pdf/english.pdf
พิกัด: https://goo.gl/maps/pr5SXFZezi8ySWji7

 

Day 3-3 : ย่านช้อปปิ้งสุดคึกคัก ใจกลางนาโกย่าที่ Osu Shopping Street

ย่านช้อปปิ้งสุดชิคของนาโกย่า ถ้าเปรียบย่านนี้ก็เหมือนกับชินไซบาชิของโอซาก้าเลยทีเดียว ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดย่อม รวมร้านค้า เสื้อผ้า ของใช้ต่างๆ รวมถึงร้านอาหารนานาชนิดด้วย  ถือเป็นแหล่งพบปะอีกที่ของชาวนาโกย่าเลยก็ว่าได้

นอกจากย่านช้อปปิ้งนี้แล้ว ด้านหน้ายังเป็นที่ตั้งของวัดโอสึคันนน (Osu Kannon Temple) วัดพุทธขนาดใหญ่ สีแดงเด่นสง่าที่มีชื่อเสียงของนาโกย่า ผู้คนนิยมมาสักการะ เสี่ยงเซียมซีและซื้อเครื่องรางค่อนข้างเยอะกันเลยทีเดียว

รายละเอียด Osu Shopping Street
วัน-เวลาทำการ: 11.00 – 20.00 น.
เว็บไซต์: http://inbound.nagoya-osu.com/en/
พิกัด: https://goo.gl/maps/SyQLXCuRaD2BXQJX7 สถานี Osu Kannon ทางออก Exit 2

 

Day 3-4 :  ลิ้มรสปีกไก่ทอดและอาหารสไตล์นาโกย่า ที่ Gomitori Nagoya meshi

ใครมีโอกาสมาแล้ว ต้องมาเยือนร้านอาหารชื่อดัง “Gomitori Nagoya meshi” กับเมนูไฮไลท์ของถิ่นนาโกย่าอย่างปีกไก่ทอดเทบาซากิ  กุ้งทอด และหมูทอดราดซอสมิโซะ ครั้งนี้แวะไปชิมมาแล้วเอารูปมาฝากให้หิวกันเล่นๆ  ก่อนที่จะออกไปช้อปปิ้งกันจนวินาทีสุดท้ายในย่านซาคาเอะ (Sakae) ใจกลางเมืองนาโกย่า

รายละเอียด Gomitori Nagoya meshi
วัน-เวลาทำการ: 17:00 – 5:00 น.
เว็บไซต์: https://r.gnavi.co.jp/n002804
พิกัด: https://goo.gl/maps/XmmRXf9JxkYQmET7A

 


Day 4 : Higashiyama Zoo and Botanical Gardens  >> Nagoya Castle >> Fujiyama55 >> Nabana no Sato

Day 4-1 : ชมสวนพฤกษศาสตร์และสวนสัตว์ฮิงาชิยามะ (Higashiyama Zoo)

สวนสัตว์ฮิงาชิยามะ (Higashiyama Zoo) และ Botanical Gardens เป็นพื้นที่สวนเปิดกว้าง 2 โซน โซนแรกจะเป็นส่วนของสวนสัตว์ มีตั้งแต่สัตว์ขนาดเล็กถึงใหญ่ สายพันธุ์หาดูยาก บอกเลยที่ไทยก็ไม่มีนะจ๊ะ แล้วพระเอกของที่นี่ก็จะเป็น เหล่ากอริลลา , หมีโคอาล่า , จิงโจ้ , สิงโตทะเล และช้างขนาดใหญ่สายพันธุ์เเอฟฟริกา เห็นเเล้วตื่นตาตื่นใจกับความน่ารักของบรรดาสัตว์น้อยใหญ่กันไป

เจ้ากอริลล่าสุดหล่อ ชื่อว่า Shabani ถือเป็นอีกสัญลักษณ์ของเมืองนาโกย่าเลยล่ะ

ส่วนโซนที่สองจะเป็นสวนพฤกษศาสตร์ Botanical Gardens ที่มีดอกไม้นานาชนิดมากกว่า 7,000 สายพันธุ์เลยทีเดียว ซึ่งบริเวณโซนนี้จะมีทั้งบ่อน้ำ สวนญี่ปุ่น  พืชนานาพันธุ์ ยิ่งถ้าช่วงฤดูใบไม้ผลิกับใบไม้ร่วงผู้คนจะนิยมมาถ่ายรูปที่นี่กัน ทึ่งกับสวยงามไปเลย

รายละเอียด สวนสัตว์ฮิงาชิยามะ Higashiyama Zoo
วัน-เวลาทำการ: 9:00 – 16:30 น. หยุดทุกวันจันทร์
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ (นร.มัธยมต้นขึ้นไป) 500 เยน/ท่าน
เว็บไซต์: http://www.higashiyama.city.nagoya.jp/
พิกัด: https://goo.gl/maps/dSm1SoBPFrCUcwDs7

 

Day 4-2 : มาถึงนาโกย่า ต้องมาปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)

มาถึงนาโกย่าต้องแวะเช็คอินที่ ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) อีกหนึ่งสัญลักษณ์ประจำเมืองเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของนาโกย่าเลยก็ว่าได้  มีจุดเด่นอยู่ที่ยอดปราสาท เรียกว่า คินชะจิ (Kinshachi) หรือสัญลักษณ์ปลาคราฟหัวสิงห์ ซึ่งถือเป็นเครื่องรางในการป้องกันอัคคีภัยของเมือง

ภายในมีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของปราสาท อีกทั้งบริเวณปราสาทยังตกแต่งสวนให้บรรยากาศดูร่มรื่นไปอีก แถมบางวันยังมีการเเสดงของเหล่านินจาและซามูไรหน้าหล่อให้ชมกัน หรือจะร่วมถ่ายรูปด้วยก็ได้

รายละเอียด ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)
วัน-เวลาทำการ:  9:00 – 16:30 น.
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 500 เยน/ท่าน , เด็ก (นร. เล็กกว่าระดับชั้นมัธยาต้น) ฟรี
เว็บไซต์: https://www.nagoyajo.city.nagoya.jp/en/
พิกัด: https://goo.gl/maps/rFB6s8pKsmzNXoe37

 

Day 4-3 : ทสึเคเมงเจ้าดัง Fujiyama55

Fujiyama55 ร้านราเมนที่ดังมากในนาโกย่า เปิดสาขาเพิ่มอีกมากมายในประเทศญี่ปุ่น สำหรับราเมนที่นี่ จะเป็นทสึเคเมง (Tsukemen) หรือราเมนแห้ง เสิร์ฟเส้นแยกกับน้ำซุป เวลาทานก็คล้าย ๆ กับการทานโซเม็ง คือ คีบเส้นแล้วจุ่มลงในน้ำซุปซู้ดฟินๆ โดยตัวเส้นจะเหนียวนุ่ม น้ำซุปการรันตีว่าร้อนเสมอ หากไม่ร้อนทางร้านจะมีเตาขนาดเล็กตั้งไว้ให้ทุกโต๊ะ ซึ่งสามารถอุ่นซุปได้เลยขณะทาน ถือเป็นกิมกิคเก๋ๆกินแบบร้อนๆไป

ปัจจุบันไทยก็มี  7 สาขา ในส่วนของกรุงเทพจะอยู่ที่สุขุมวิท 39 ตึก Bio House ชั้น 1 , Central ปื่นเกล้า ชั้น G และพระโขนง ใกล้รถไฟฟ้า BTS พระโขนง ซอย 69/1 สาขาเยอะดีบอกต่อความอร่อยได้ทั่วถึง

รายละเอียด ร้านทสึเคเมง Fujiyama55
วัน-เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ 11:30 – 15:30 น. ,17:00 – 22:30 น. / เสาร์-อาทิตย์  11:30 – 15:30 น. , 16:00 – 22:30 น.
เว็บไซต์: http://fujiyama55.co.jp/en/
พิกัด: https://goo.gl/maps/vgeCToDH8DCJjSVK8

 

Day 4-4 : สวนดอกไม้ Nabana No Sato และงานประดับไฟสุดยิ่งใหญ่

ทริปนี้ไปสวนดอกไม้นาบานา โนะ ซาโตะ (Nabana No Sato) ช่วงที่จัดเทศกาลประดับไฟ “Nabana No Sato Winter Illumination 2019-2020” พอดี ซึ่งงานนี้จะจัดทุกปีในช่วงเดือนตุลาคม (ใบไม้ร่วง) ถึงช่วงพฤษภาคม (ใบไม้ผลิ) และปีนี้เริ่มตั้งแต่ 19 ตุลาคม 2019 – 6 พฤษภาคม 2020

สำหรับงานนี้มีไฮไลท์อยู่ที่การประดับไฟให้เป็นอุโมงค์ไฟทางเดินยาวกว่า 200 เมตร รวมถึงการแสดงไฟประกอบเพลง ที่ธีมปีนี้การแสดงจะเล่าถึง “ซากุระ”  โดยไฟรอบ ๆ บริเวณนั้นจะเปลี่ยนสีและเล่าเป็นเรื่องราวของซากุระของญี่ปุ่น แสง สี เสียงสวยงามมาก

แค่ลองนึกดูว่าอยู่ในสวนดอกไม้กลางคืนแล้วมีแต่ไฟประดับเต็มไปทั่วทั้งสวนดูจะงดงามและโรแมนติกขนาดไหน

ภายใน Nabana No Sato ยังมีโซน Begonia Garden ที่ด้านในมีจัดแสดงดอกไม้หลากหลายชนิด ดอกกุหลาบดอกโตมาก สวยงามมาก ๆ ใครชอบดอกไม้ห้ามพลาดเลยล่ะ

รายละเอียด สวนดอกไม้นาบานา โนะ ซาโตะ (Nabana no Sato)
วัน-เวลาทำการ: 9:00 – 21:00 น.
ค่าเข้าชม:  ช่วงไม่มีงาน Illumination ราคา 1,600 เยน / ช่วงจัดงาน Illumination ราคา  2,300 เยน
เว็บไซต์: https://www.nagashima-onsen.co.jp/nabana/illumination/index.html
พิกัด: https://goo.gl/maps/wWizbrJ8w86cLQRv9

 

หลังจากเที่ยวเพลินแล้วก็ได้เวลากลับบ้าน โดยเดินทางไปยังสนามบินนานาชาติชูบุเซ็นเเทรร์ (Chubu Centrair International Airport)  ซึ่งขากลับก็ได้กลับด้วยสายการบินไทยเเอร์เอเชียเหมือนเดิม เนื่องจากเป็นขากลับไฟลต์เช้า เราเลยเลือกพักที่โรงแรมภายในสนามบิน ชื่อว่า Comfort Hotel Centrair เดินเท้าเพียง 5 นาทีเท่านั้นก็ถึงโรงแรมแล้ว นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใครที่บินไฟลท์เช้านะคะ

จบการท่องเที่ยวในภูมิภาคชูบุแล้ว ทริปนี้ได้เปิดรูสใหม่ ๆ หลายที่เลยล่ะ สำหรับใครที่เห็นโปรฯ นาโกย่าแล้วไม่รู้แหล่งที่เที่ยว สามารถมาตามลายแทงนี้ได้ แล้วจะได้รู้ว่านาโกย่าและภูมิภาคชูบุนั้นมีดีและไปไม่ยากเลยค่ะ

เรื่องและภาพโดย JGB Reporter

Comment here

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด