โกเบ เมืองเก๋ๆ ที่ญี่ปุ่น City of Kobe

  • Posted by : JGBTHAI

     โกเบ

    เป็นอีกหนึ่งเมืองที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติ (รวมถึงคนไทยอย่างเราๆ) เป็นเมืองที่เป็นศูนย์รวมของศิลปะและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งได้รับอิทธิพลจาก ตะวันตก จีน และญี่ปุ่น เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่านำสมัย ของญี่ปุ่นเลย ก็ว่าได้ทั้งเรื่องแฟชั่น ของกินชื่อดังและความสวยงาม ของจุดท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ จึงไม่แปลกใจว่าเป็น ทำไมนักท่องเที่ยวถึงไม่พลาดที่จะไปโกเบ

     โกเบ เป็นเมืองท่าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเฮียวโกะ ตั้งอยู่ทางฝั่งใต้ของ เกาะฮอนชู ห่างจากเมืองโอซาก้าไปทางตะวันตกแค่ประมาณ 30 กิโลเมตรเท่านั้น  ในโกเบมีประชากรมากถึง 1.5 ล้านคน มีสนามบิน KOBE AIRPORT ที่เกิดจากการ ถมทะเลจนกลายเป็นอีกเกาะบริเวณชายฝั่งเมืองค่ะ ส่วนตัวเมืองโกเบนั้นตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลและเทือกเขารอกโกะ (Rokko Mountain) ส่วนท่าเรือโกเบนั้นได้เปิดทำการช่วง เดือนธันวาคมปี ค.ศ.1868 ถือเป็นหนึ่งในท่าเรือพาณิชย์ที่เปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามา ทำการค้าขายในประเทศญี่ปุ่นหลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นปิดประเทศมาเป็นเวลานาน และมีการเกิดแผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 17 มกราคม ปี ค.ศ. 1995 หรือ พศ. 2538 ทำให้มีผู้คนเสียชีวิตไปมากกว่าห้าพันคน และนับเป็นแผ่นดินไหวที่สร้าง ความเสียหายให้กับประเทศญี่ปุ่นมากที่สุดในรอบ 72 ปี นับตั้งแต่แผ่นดินไหวครั้ง ใหญ่ที่เขตคันโต เมื่อปี พศ. 2466 ในทุกๆปีจะมีการจัดงานรำลึกถึงผู้คนที่เสียชีวิต ไปกับภัยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ในครั้งนั้น ไม่ใช่แค่รำลึกผู้เสียชีวิตอย่างเดียว เค้ายังได้นำ เอาเหตุการณ์ครั้งนี้มาเรียนรู้เพื่อที่จะป้องกันและเอาตัวรอดในยามเกิดแผ่นดินไหว โดยจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ “Kobe Earthquake Memorial Museum” ภายในของ พิพิธภัณฑ์มีการให้ความรู้ผู้คนในการป้องกันและเอาตัวรอดในยามเกิดแผ่นดินไหว และได้รวมภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นไว้ ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้และได้ตระหนักถึงภัยธรรมชาติ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทั้งเมืองโกเบและทั่วทั้งญี่ปุ่น จึงได้มีการพัฒนา เทคโนโลยีการก่อสร้างบ้านและอาคารต่างๆ ที่ช่วยป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากการ เกิดแผ่นดินไหวได้อย่างดีเยี่ยม

    4 copy

    โกเบมีอะไรเที่ยวบ้างนะ

    Port Of Kobe          

    เริ่มต้นสำรวจเมืองกันที่ หอคอยอ่าวโกเบ (Kobe Port Tower) สถานที่ที่เพื่อนๆ จะได้ชมความงดงามของตัวเมืองโกเบ ได้อย่างจุใจ สำหรับตัวหัวคอยนั้นมีความสูงถึง 108 เมตร โครงสร้าง เป็นสีแดงสดใส ที่ชั้นชมวิวสามารถมองเห็นยอดเขารอกโกะ (Rokko Mountain) อยู่ทางด้านทิศเหนือของเมือง และมองเห็นสนามบิน นานาชาติคันไซตั้งอยู่ในทะเลได้อย่างชัดเจน ข้างๆ หอคอยอ่าว โกเบนั้นมีพิพิธภัณฑ์สมุทรศาสตร์ (Kobe Maritime Museum) สถาปัตยกรรมทรงทันสมัยสีขาวตั้งอยู่ใกล้กัน สองอาคารนี้นับเป็น Landmark ของเมืองโกเบเลยก็ว่าได้ นอกจากนั้นยังมีอาคารของ โรงแรม Kobe Oriental Hotel รูปร่างคล้ายเรือสำราญตั้งอยู่ ริมน้ำ สำหรับคนที่สนใจอยากจะชมความงดงามของเมืองโกเบ ที่นี่ถือว่าเป็นจุดชมวิว ยามค่ำคืนที่ดีมากๆ เลยค่ะ บริเวณใกล้ๆ จะมีบริการเรือท่องเที่ยวให้เราได้ล่องชมความงดงามของเมือง  ที่หน้าอ่าวโกเบ มีประติมากรรมขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “ระบำปลา” รูปร่างแปลกตาตั้งอยู่ให้เราไปถ่ายรูปเล่น

    Port of Kobe Earthquake Memorial Park

    สวนที่ระลึกการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ มีส่วนที่ยังเก็บซาก ปรักหักพังไว้แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของแผ่นดินไหวใหญ่ของเมืองโกเบ มีการจัดงานรำลึกถึงผู้คนที่เสียชีวิตทุกปี เห็นแล้ว รู้สึกหวาดๆ แทน

    Mosaic Garden         

    ที่ต่อไปคือ Mosaic Garden ตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของอ่าว โกเบ ที่เห็นชิงช้าสวรรค์วงใหญ่นั้นเป็นที่ตั้งของสวนสนุก ติดกันมี aborland ห้างสรรพสินค้าแหล่งช็อปปิ้ง ขายของกระจุกระจิก (มีร้านขายโตโตโระด้วยนะ) ให้เราได้เอาเงินออกจากกระเป๋าไป บ้างฮ่าๆ นอกจากนั้่น ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะ กลางแจ้งให้ชมกันฟรีๆ มีโรงภาพยนตร์ ศูนย์อาหาร ร้านอาหาร ให้เลือกชิมโดยเฉพาะร้านเนื้อโกเบ (Kobe Beef) ที่ขึ้นชื่อว่า เป็นเนื้อวัวที่มีรสชาติดีที่สุดชนิดหนึ่งในโลก หน้าร้านอาหารส่วนใหญ่ มีแบบจำลอง เมนูอาหารเหมือนจริง น่ากินสุดๆ พร้อมมีราคา ระบุไว้เรียบร้อย ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจ (ว่างบของเราจะเหลือ พอมั๊ย แหะๆ)     

    Pearl Bridge         

    ไปชมสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก คือ สะพาน Akashi Kaikyo หรือที่รู้จักกันในชื่อ Pearl Bridge ซึ่งเป็น สะพานที่ใช้ในการเชื่อมโยงเมืองโกเบ ในแผ่นดินใหญ่บนเกาะ ฮอนชู โดยมีความยาวถึง 1,991 เมตร หรือ 6,532 ฟุต เราสามารถ เข้าไปชมนิทรรศการที่จัดแสดงเกี่ยวกับเทคโนโลยีการสร้าง สะพานแขวนที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ รวมถึงจะได้เดินและขึ้นลิฟต์ไป ยังจุดสูงสุดของสะพานได้ด้วย

    ถนน Motomachi           

    ใครเป็นขาช้อปปิ้งก็ต้องมาย่านนี้กันเลย ถนนซันโนมิยะ และถนนโมโตมาจิ ที่นี่จะได้พบกับร้านรวงที่ตกแต่งแบบเก๋ๆ และห้างไดมารูขนาดใหญ่ยักษ์ ตัวตึกมีการออกแบบสไตล์ยุโรป ภายในมีร้านค้ามากกว่า 70 ร้านให้เดินเล่นได้ตามสะดวก

    China Town      

    ไปหาอาหารจีนอร่อยๆ กินกัน ที่ไชน่าทาวน์ของเมืองโกเบ ที่ย่านนันกินมาชิ (Nankin – mashi) จะเจอประตูมังกรทางเข้า ที่เป็นเอกลักษณ์ของไชน่าทาวน์ ถึงเป็นไชน่าทาวน์ที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น แต่จำนวนผู้คนก็จอแจไม่แพ้ไชน่าทาวน์แห่งอื่นๆ เลยค่ะ สังเกตว่าร้านไหนอร่อยก็ง่ายๆ ดูที่การต่อคิวร้านไหนคิวยาว ส่วนใหญ่ก็การันตีได้ว่าเป็นเจ้าดังเจ้าอร่อยอย่างแน่นอนจ้าอ้อ! แล้วอย่าลืมไปถ่ายรูปกับตู้กดน้ำอัตโนมัติที่มีแพนด้าน้อย เกาะอยู่ด้วยนะ น่ารักสุดๆเลย

    ศาลเจ้าอิคุตะ        

    ศาลเจ้าลัทธิชินโตที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองโกเบ ที่นี่มีความเชื่อ ว่าให้ไปขอพรเรื่องของคู่ครอง หน้าที่การงาน หรือขอพรก่อนที่จะ ลงแข่งขันต่าง ใครมีโอกาสอย่าลืมไปสักการะกันนะ

    หมู่บ้านฝรั่ง (Kitano)                                   

    หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของชาวต่างชาติที่เข้ามาในญี่ปุ่นเมื่อสมัยศตวรรษที่ 19 เพราะว่าโกเบเป็นเมืองท่าที่มีชาวต่างชาติเข้ามาทำการค้า ขายด้วยเยอะนั่นเอง สไตล์บ้านและร้านค้าแต่ละหลัง ไปเดิน เที่ยวแล้วเหมือนไม่ได้มาเที่ยวญี่ปุ่นเลยค่ะ เหมือนเดินอยู่ ในยุโรปมากกว่า เหมาะกับการพาสาวๆไปเดินชมมากๆ เดินขึ้นเนินไปจนสุดก็จะเจอลานกว้างเป็นวงกลมชื่อ Kitano-Cho Plaza ตึกในรูปนี้ชื่อ Weather Cock House ที่นี่มีร้านอาหารแนวตะวันตกซะเยอะ ถ้าใครเจอร้านชื่อ Kazamidori honpoก็แวะลองชิมขนมอร่อยๆ กันได้จ้า

    Starbucks Coffee สาขา Kobe Kitano Ijinkan

    ใครได้ไปเที่ยวหมู่บ้านฝรั่งแล้ว บอกเลยว่าห้ามพลาดแวะเวียน สตาร์บัคของสาขานี้เลย เพราะว่าเป็นอีกสาขาที่สตาร์บัคส์ที่ได้รับ การโหวตว่าสวยงามเป็นอันดับที่ 15 เลยค่ะ สตาร์บัคส์สาขานี้ได้ใช้ อาคารทรงยุโรปที่มีชื่อว่า “Kitano Monogatari-kan” (Kitano Story House) ออกแบบโดยสถาปนิคชาวอเมริกา สร้างเสร็จในปี 1907 และมีการซ่อมปรับปรุงอีกครั้งใน ปี 1995 ซึ่งเป็นช่วงที่เมือง โกเบประสบแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และในปี 2009 ก็ได้มีการปรับปรุง อาคาร มาใช้เป็นร้านกาแฟสตาร์บัคส์แบบที่เห็นกันในปัจจุบัน บรรยากาศภายในดูอบอุ่น มีโซฟาหลายแบบให้เราเลือกนั่งพักขา ได้ตามสบายทั้งชั้น 1 และชั้น 2 เหมาะกับการจิบกาแฟ อร่อยๆ และ ได้ซึมซาบบรรยากาศยุโรปเก่าแก่แบบเต็มๆ

    เท็ตสึจิน หุ่นเหล็กหมายเลข 28

       ใครเคยไปดูหุ่นยนต์กันดั้มขนาดเท่าจริงที่โอไดบะ โตเกียวมาบ้างแล้ว คิดว่าน่าจะต้องตื่นตาตื่นใจกับเจ้าเท็ตสึจิน หุ่นเหล็กหมายเลข 28 นี้แน่นอน  ด้วยการสร้างขึ้นภายใต้ Kobe Tetsujin Project ได้เปิดตัวอย่างเป็น ทางการวันที่ 4 ตุลาคม 2009 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างสัญลักษณ์ประจำเมืองโกเบหลังจากที่เกิดเหตุการ์แผ่นดินไหวในปี 1995 มีความสูงถึง 18 เมตร ทำจากเหล็กหนักถึง 50 ตัน ใช้งบประมาณถึง 135 ล้านเยน  จัดตั้งอยู่ที่สวน Wakamatsu เขตนางาตะในเมืองโกเบ เจ้าเท็ตสึจิน หุ่นเหล็กหมายเลข 28 นี้เป็นผลงานของนักเขียนการ์ตูนชื่อว่า Mitsuteru Yokoyama ตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ .. 2501 และได้ทำเป็นการ์ตูนอนิเมชั่น ขาวดำฉายในประเทศญี่ปุ่นปี .. 2506 – 2508 รวมทั้งหมด 83 ตอน จากนั้นได้ถูกนำไปฉายในอเมริกาโดยใช้ชื่อใน ภาษาอังกฤษว่า Gigantor และในปี .. 2523-2524 ถูกนำมาทำเป็นภาพยนต์โดยใช้ชื่อว่า Iron Man หรือใน ภาษาญี่ปุ่นว่า “TETSUJIN 28-go” นอกจากนั้น ในปี 2004 ยังได้ ออกเป็นวีดีโอเกมส์ ของ PS2  อีกด้วย ได้มาเห็นโมเดลของจริงสูงใหญ่ อลังการมากค่ะ ของที่ระลึกก็มีให้ซื้อฝากมากมายอีกเช่นเคย

    ยอดเขารอกโกะ

    ใครชอบเที่ยวธรรมชาติละก็ แนะนำให้ไปเที่ยวที่รอกโกะต่อ นั่งบัสจากโกเบซักพัก ขึ้น Rokko Cable Car แล้วต่อบัสขึ้นไปที่ Rokko Garden Terrace ชมความงามตรงจุดชมวิว ถ้าได้ชมวิวตอนกลางคืน จะได้เห็นวิวเมืองโกเบยามค่ำคืนแบบพาโนรามากันเลยจ้า ที่นี่นอกจาก จุดชมวิวเมืองโกเบที่สวยงามแล้ว ยังมีที่เที่ยวตามจุดอื่นๆอีก เช่น Rokko International Musical Box Museum ที่เราสามารถทำ กล่องดนตรีของเราเองได้ด้วย หรือ Rokko Alpine Botanical Garden สวนพฤกษชาติที่มีดอกไม้และต้นไม้มากกว่า 1,500 พันธ์ุ ถ้ามาตาม ฤดูกาลก็จะได้เห็นต้นซากุระ ต้นเมเปิ้ล หรือดอกไม้อื่นๆ บานสะพรั่ง ให้เราได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ถ้าใครมาฤดูหนาวบนนี้เค้ามี Rokko Snow Park ให้เล่นหิมะกันด้วย เปิดให้บริการตั้งแต่ช่วง ประมาณต้นเดือนธันวาคมถึง เดือนมีนาคม

    ของกินชื่อดังของโกเบ

    ถ้าพูดถึงโกเบเชื่อว่าหลายๆคนคงนึกออกแต่เนื้อวัวโกเบเป็นอันดับแรกแน่นอน แต่จริงๆแล้วโกเบไม่ได้มีดีแค่เรื่องเนื้อวัวเท่านั้น แต่ยังมีของอร่อยๆ อีกมากมายที่อยากให้ทุกคนได้ไปลองลิ้มชิมรสกันดู จะมีอะไรน่าสนใจบ้างไปดูกันเลย

    โซบะเมชิそばめし

    โซบะเมชิ  คือการนำข้าวมาผัดกับเส้น  เนื้อสัตว์และผักต่างๆใส่อะไรก็ได้ตามใจชอบและที่สำคัญเวลาผัดต้องอย่าลืมสับเส้นบะหมี่ให้ละเอียดจนกลายเป็นเนื้อเดียวกับข้าวด้วยจะดูน่ากินมากขึ้น นางาตะยากิ 長田焼き 

    นางาตะยากิเป็นโอโคโนมิยากิที่ไม่เหมือนใคร มีสไตล์เป็นของตัวเอง คือ จะเทแป้งเป็นแผ่น กลมๆลงบนเตาร้อนๆก่อน แล้วค่อยวางเครื่อง ต่างๆบนแผ่นแป้ง จากนั้นก็ราดแป้งลงบน เครื่องที่วางไว้แล้วผลิกกลับด้านให้แป้งสุก

     บ็อคคาเกะ ぼっかけ

    เป็นเนื้อวัวกับคอนยักกุเคี่ยวในซอสรสเปรี้ยวหวานจนเนื้อเปื่อยนุ่ม สามารถเอา ไปใช้ได้กับหลายๆเมนู เช่น เอาไปใส่ใน แกงกะหรี่ ใส่ในอุด้ง ราดข้าวสวยร้อนๆ หรือใส่ในโอโคโนมิยากิก็ได้ และอื่นๆอีก มากมายสารพัดจะใส่ ถือเป็นอาหาร สามัญประจำครัวของคนโกเบ

     

     เนื้อวัวโกเบ 神戸牛

    เนื้อโกเบเป็นเนื้อที่อร่อยจนได้ชื่อว่าเป็นราชินี แห่งเนื้อ เพราะเนื้อมีความหวานฉ่ำ นุ่มละลายลิ้น จนแทบไม่ต้องใช้เวลาเคี้ยวนาน และถ้านำ ไปโดนไฟก็จะยิ่งหอมมากๆ มีไขมันแทรกอยู่ เยอะจนเป็นลายสวยคล้ายหินอ่อน (marbling) ยิ่ง marbling เยอะก็จะยิ่งแพง การที่เนื้อวัว โกเบอร่อยจนติด top 3 สุดยอดเนื้อวัวของญี่ปุ่น ได้นั้น มาจากการเลี้ยงดูล้วนๆ คือวัวจะต้อง กินดีอยู่ดี ห้ามทำวัวเครียดต้องทำให้ผ่อนคลาย มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น ให้กินสาเก และ เข้าคอร์สนวดตัว จัดแบบว่าเอาให้วัวสบายตัว กันสุดๆไปเลย

    คุกินิ くぎ煮

     คือปลาอิกะนาโกะ (ปลาไหลทราย) ต้มใน โชยุ สาเก มิริน น้ำตาล จนน้ำซอสซึมลึก ทะลุเข้าไปในเนื้อปลา คุกินิหากินได้แค่ช่วงปลายกุมภาพันธ์จนถึงต้นเดือนมีนาคม เท่านั้น เอาไว้กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ นี่แหละ เด็ดสุด!

    คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง