จากอาชาแห่งทุ่งกว้างสู่อาหารเลิศรสหลากหลาย

  • Posted by : JGBTHAI

    เนื้อม้า “Basashi” หรือ เนื้อซากุระเพราะเนื้อมีสีชมพูเหมือนดอกซากุระนั่นเองค่ะการกินเนื้อม้าเพิ่งเริ่มหลังจากการปฎิวัติในสมัยเมจิ ช่วงนั้นข้าวยากหมากแพง อาหารก็หายากเลยมาจบที่ม้าค่ะ (ซวยไป)

     

    จังหวัดคุมาโมโต้เป็นเจ้าแรกที่เริ่มต้นการทานเนื้อม้าและยังเป็นแหล่งผลิตเนื้อม้าชั้นเลิศอีกด้วย

    จังหวัดคุมาโมโต้กับจังหวัดนากาโน่เป็น 2 จังหวัดที่บริโภคเนื้อม้ามากที่สุดในญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ

    จังหวัดคุมาโมโต้มีนักท่องเที่ยวมาช่วยกินเลยได้แชมป์ไปส่วนของนากาโน่บริโภคกันเองในครัวเรือนเลยได้ที่ 2

    Untitled-1-3

    เนื้อม้าอุดมไปด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก โอเมก้า3 วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มีไขมันน้อยกว่าเนื้อวัวและหมูแถมยังสุกกง่ายกว่าด้วยค่ะ

    นอกจากจะทานแบบดิบๆเป็นซูชิ ซาชิมิแล้ว จะทานแบบปิ้งย่างหรือสเต็กก็ได้ไม่ว่ากันหรือถ้าวันไหนอากาศหนาวๆก็มีชาบูเนื้อม้าให้ทานค่ะ แก้หนาวได้ดีเนื้อม้าจะนุ่มกว่าเนื้อวัวและเนื้อหมู มีรสหวานเล็กน้อยชวนให้นึกถึงการรวมตัวกันของเนื้อวัวและเนื้อกวาง

     

    วิธีการทานเนื้อม้าให้อร่อยล้ำก็ไม่มีวิธีการอะไรมากมายแค่จิ้มโชยุสักหน่อยก็อร่อยแล้ว

    320x320_rect_1350827

    หลังซัดของคาวไปแล้วก็ต้องมีของหวานปิดทายล้างปากสักนิดนึงด้วยไอศกรีมรสเนื้อม้าค่ะ (เคยกินแล้วมันออกขมๆประหลาดๆ) bashashi-aisu

    ม้ามีหลายสายพันธุ์ก็จริงแต่ก็ใช่ว่าจะนำมากินได้ทุกพันธุ์นะคะ พันธ์ที่เหมาะกนำมากินมากที่สุดมีอยู่ 3 สายพันธุ์ซึ่งเป็นม้าพันธุ์ใหญ่ทั้งหมด

    Untitled-2

    Breton มีต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศส

    belgium

    Belgian draft horse มีต้นกำเนิดมาจากเบลเยียม

    percheron

    Percheron มีต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศส

    เนื้อม้าอร่อยดีนะคะ เคยมีโอกาสได้ลองตอนไปญี่ปุ่นค่ะ ถือว่าใช้ได้เลยล่ะค่ะ แต่ที่ไทยน่าจะหาทานยากอยู่

    ใครไปญี่ปุ่นแล้วอย่าลืมไปลองทานกันนะคะ~ ☆ ヽ(´▽`=)ノ

    คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง