โตเกียว ติดอันดับ 1 เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2015

  • เป็นเมืองที่เพื่อนๆ น่าจะเคยไปเที่ยวกันแทบทุกคนล่ะ สำหรับ โตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น เรียกว่าส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวก็มักจะเริ่มจากโตเกียวเป็นที่แรกล่ะ หลายคนอาจจะรู้สึกว่าโตเกียวนั้นมีค่าครองชีพสูงเสียเหลือเกินแถมมีผู้คนพลุกพล่านหนาแน่น แต่ล่าสุดก็มีผลสำรวจเผยออกมาว่า โตเกียวนั้นเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ประจำปี 2015

    การจัดอันดับในครั้งนี้จัดทำโดย Monocle นิตยสารไลฟ์สไตล์ชื่อดังของประเทศอังกฤษ โดยพิจารณาจากปัจจัยหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโอกาสและคุณภาพชีวิต และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในปีนี้ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นก็ได้คว้าอันดับที่ 1 เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกไปครอง ซึ่งในปีที่แล้วโตเกียวได้รับการจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 2 ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้โตเกียวเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกก็คือเรื่องของความปลอดภัย มีการอาชญากรรมน้อยมาก, มีสาธาณะสุขที่ดี, มีการสนับสนุนทางด้านการศึกษาและมีสภาพล้อมทางเศรษฐกิจที่ดี

    นอกจากโตเกียวแล้ว ทางด้านของเมืองฟุกุโอกะและเมืองเกียวโต ก็ได้ติดอันดับ 12 และ 14 ตามลำดับ โดยเกียวโตนั้นเป็นเมืองที่มีความทันสมัยแต่ก็ยังคงมีกลิ่นอายวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมโบราณอยู่และยังใกล้เมืองหลวงอีกด้วย ส่วนฟุกุโอกะนั้นก็ได้มีประกาศโปรเจ็คต์ใหญ่ Tenjin Big Bang Project ในการพัฒนาให้ฟุกุโอกะเป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจในเอเชียไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี่เอง

    25 อันดับเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2015 โดยนิตยสาร Monocle

    1. โตเกียว (ญี่ปุ่น)
    2. เวียนนา (ออสเตรีย)
    3. เบอร์ลิน (เยอรมัน)
    4. เมลเบิร์น (ออสเตรเลีย)
    5. ซิดนี่ย์ (ออสเตรเลีย)
    6. สตอกโฮล์ม (สวีเดน)
    7. แวนคูเวอร์ (แคนาดา)
    8. เฮลซิงกิ (ฟินแลนด์)
    9. มิวนิค (เยอร์มัน)
    10. ซูริก (สวิสเซอร์แลนด์)
    11. โคเปนเฮเก้น (เดนมาร์ก)
    12. ฟุกุโอกะ (ญี่ปุ่น)
    13. สิงคโปร์ (สิงคโปร์)
    14. เกียวโต (ญี่ปุ่น)
    15. ปารีส (ฝรั่งเศส)
    16. มาดริด (สเปน)
    17. โอคแลนด์ (นิวซีแลนด์)
    18. ลิสบอน (โปรตุเกส)
    19. ฮ่องกง (ฮ่องกง)
    20. อัมสเตอร์ดัม (เนเธอแลนด์)
    21. ฮัมบูร์ก (เยอรมัน)
    22. เจนีวา (สวิสเซอร์แลนด์)
    23. ออสโล (นอร์เวย์)
    24. บาเซโลนา (สเปน)
    25. พอร์ทแลนด์ (สหรัฐอเมริกา)

     

    ข้อมูลและภาพจาก
    http://www.japantimes.co.jp/

    Francisco Diez @ Flickr