เรื่องราวน่ารู้จากวาซาบิ สมุนไพรญี่ปุ่นตัวเด็ด เผ็ดจี๊ดจนน้ำตาเล็ด

  • Posted by : JGBTHAI

    เชื่อว่าหลายๆ คนที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นจะต้องรู้จัก “วาซาบิ” สมุนไพรสีเขียวๆ ข้นๆ ที่นิยมทำมาใส่เพื่อเพิ่มรสชาติในโชยุ บางคนก็ชอบความจี๊ดขึ้นสมองของมันมากๆ แต่บางคนลองไปครั้งเดียวก็ประกาศบ๊ายบายแบบไม่ใยดี 5555

    จริงๆ แล้ววาซาบิเนี่ยเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากๆ เลยนะคะ บรรเทาอาการนู้นนี้นั้นได้เยอะเลย ว่าแล้วก็มาดูกันดีกว่าค่ะว่าเจ้าของรสชาติจี๊ดจ๊าดฉุนกึกขึ้นจมูกหนึ่งเดียวแห่งอาหารญี่ปุ่นนั้นมีอะไรน่าสนใจบ้าง

    วาซาบิ ( わさび : 山葵 ) เป็นพืชตระกูลเดียวกับ กะหล่ำปลี มัสตาร์ด และฮอร์สแรดิช เป็นสมุนไพรเก่าแก่ของญี่ปุ่น  ต้นจะสูงแค่เข่า ชอบอยุ่ที่ๆมีความชื้นสูงๆ ซึ่งพืชที่กินแล้วเผ็ดฉุนขึ้นจมูกมีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ วาซาบิ ฮอร์สแรดิช และมัสตาร์ด

    Untitled-2

    ในบรรดาพืชฉุนๆ นี้ วาซาบิมีราคาแพงสุด เพราะปลูกยากที่สุด และถ้าจะให้อร่อยต้องปลูกวาซาบิในน้ำ คนญี่ปุ่นเริ่มทานวาซาบิมากขึ้นเมื่อต้องหนีสงครามขึ้นภูเขาไปอาศัยอยู่ในป่า จะทานคู่กับเนื้อปลาและเนื้อกวางดิบค่ะ ในสมัยเอโดะท่านโชกุนโทะกุงะวะ อิเอะยะสุ หลงใหลวาซาบิเอามากๆ ถึงกับสั่งให้แถบชิซุโอกะเพาะปลูกวาซาบิกันเลยและกำหนดให้เป็นของมีค่าอีกด้วย โดยเฉพาะในยุคเมจิตอนต้น ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับวาซาบิเป็นที่นิยมมากๆ

    การเพาะปลูก

    Untitled-3-1

    ที่สั่งให้ปลูกแถวๆชิซุโอกะก็เพราะสภาพแวดล้อมเอื้อสุดๆ เนื่องจากต้นวาซาบิอยู่ในภูเขา ชอบอากาศเย็นๆไม่เกิน 15 องศา ชอบความชื้นสูงๆ ชอบโดนน้ำสะอาดเย็นๆไหลผ่านต้นตลอดเวลาและไม่ชอบแสงแดด ใช้เวลาปลูก 1½ ปี – 3 ปี เพราะวาซาบิโตช้าและเปราะบางสุดๆ เป็นพืชที่ปลูกยากมาก -_-“

    Untitled-4

    ส่วนที่ขึ้นตามธรรมชาติจะพบตามป่าบนภูเขาที่ดินมีความชื้นสูงค่ะ

    แหล่งที่ปลูกจะมีอยู่หลายที่ เช่น ชิซุโอกะ, นางาโนะ, โอคุยามะ, ชิมาเนะ, อิวาเตะ, ไต้หวัน, จีน, นิวซีแลนด์, เกาหลี, อิสราเอล, บราซิล, เขมร, แคนาดา, อเมริกา และไทย

     

    เราได้รับอะไรจากการทานวาซาบิบ้างหนอ?

     

    วาซาบิมีประโยชน์มากมาย มีทั้งวิตามินซี, วิตามินบี 6, แคลเซียม, แมงกานิส, บีต้า-แคโรทีน และกลูโคซิโนเลต

    จากการศึกษาพบว่า “วาซาบิ” ช่วยในเรื่องต่างๆ ได้ ดังนี้

    • รักษาภูมิแพ้ได้บางชนิด

    • ทำลายเชื้อแบคทีเรียสแตฟฟิโลคอก (โรคติดเชื้อบนผิวหนัง)

    • ล้างพิษในตับและทางเดินอาหาร

    • ฆ่าเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในกระเพาะอาหาร

    • ป้องกันเลือดแข็งตัว

    • กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันในการกำจัดเซลล์ที่เริ่มผิดปกติ

    • ต่อต้านแบคทีเรีย และเชื้อราที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ

    • ป้องกันฝันผุ

    • ฆ่าเชื้อโรคและพยาธิที่อยู่ในอาหารสดหรือปลาดิบได้ ซึ่งพยาธิเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งตับ

    ถ้าอยากจะได้ประโยชน์จากวาซาบิแบบเต็มๆทุกข้อข้างบนต้องทาน วาซาบิแบบ “ สด ” เท่านั้นค่ะไม่เอาแบบผงที่ขายกันทั่วไปนะคะและมีร้านอาหารหลายๆ ร้านนิยมใช้แบบผง เพราะถูกกว่าและเก็บรักษาง่ายกว่า

     

    วิธีเตรียมวาซาบิสด

     

    จะเริ่มจากการฝนวาซาบิลงบน “วาซาบิโอโระชิ” ก็จะได้วาซาบิสีจะอ่อนๆ รสชาติเผ็ดร้อนแต่อมหวานนิดๆ กลิ่นไม่ฉุนจนเกินไป เนื้อจะหยาบกว่าแบบผง ส่วนวาซาบิผงจะเป็นผงมัสตาร์ดผสม แป้ง สีผสมอาหาร และ ต้นฮอร์สแรดิช ทำให้ได้วาซาบิที่เผ็ดฉุนกว่า สีเข้มกว่าและเนื้อละเอียดกว่าวาซาบิสด

    255

    วาซาบิโอโระชิเกรดเลิศๆ หน่อยจะทำจากหนังปลาฉลามค่ะ

    Untitled-3

    ปัจจุบันวาซาบิไม่ได้กินคู่กับซูชิอย่างเดียวแล้วค่ะแต่เริ่มไปแทรกซึมอยู่ในหลายๆเมนู เช่น น้ำซุป เส้นราเม็ง-อุด้ง ขนมญี่ปุ่น ซอฟท์ครีม ไวน์ ชา แยม  ช็อคโกแลตสแน๊คต่างๆ รวมไปถึงอาหารแถบยุโรปที่นำวาซาบิไปปรุง

    Untitled-1

    Untitled-2นอกจากนี้ยังมี มากาฮองไส้วาซาบิ ชอคโกแลตไส้วาซาบิ ฯลฯ และ มีอีกอย่างที่เกี่ยวกับวาซาบิที่ลืมไม่เคยลงเลยจริงๆ ก็คือตอนดูรายการ TV Champion แล้วเค้าให้กินซูชิ แต่ไม่ใช่ซูชิธรรมดานะคะ เขาใช้วาซาบิแทนข้าวค่ะ สนุกสุดๆ เลยละค่ะเทปนั้น ლ(◉◞౪◟◉ )ლ

    บทความโดย : สาวหัวกันดั้ม 

    คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง