พาเดินเขาชมวิวเมือง Uji, Kyoto และตามรอยนิยายชื่อดัง Genji Monogatari

Posted by :

นึกถึงเมืองที่ผลิตชาเขียวมัทฉะชื่อดังอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น คงหนีไม่พ้น เมืองอุจิ ที่เกียวโต ที่แม้แต่คนญี่ปุ่นเองยังอยากมาลิ้มลองความเข้มข้นของชาเขียวต้นตำรับของเมืองนี้กัน เมืองทั้งเมืองที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ชาเขียว ไม่ว่าจะเป็นราเมนเส้นชาเขียว Softcreamชาเขียว หรือแม้แต่เกี๊ยวซ่าก็ยังถูกทำขึ้น โดยใช้ชาเขียวเป็นส่วนผสม

เมืองอุจิ เกียวโต เมืองขึ้นชื่อเรื่องการผลิตชาเขียวมัทฉะ

เราเริ่มต้นการไปลิ้มลองชาเขียวต้นตำรับแห่งเมืองอุจินี้ โดยใช้บริการรถ Kintetsu Bus ฟรี จากสนามบิน Nagoya Chubu Centrair (เฉพาะผู้โดยสารการบินไทยใช้บริการฟรี!) สำหรับใครที่ไม่ได้โดยสารสายการบินไทย แต่อยากใช้บริการรถบัสนี้ ก็สามารถซื้อบัตรได้ที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ บริเวณชั้นล่างที่ชานชาลารถบัสของสนามบินนาโกย่า จุบุ เซ็นแทร์ได้เลยค่ะ (ราคาตั๋วเที่ยวละ 4,000 เยน)  (ให้บริการถึงวันที่ 17 มีนาคม 2563)

ตู้จำหน่ายตั๋วรถบัส Kintetsu Bus สนามบิน Nagoya Chubu Centrair
ตู้ขายตั๋วรถบัส 
จุดรอขึ้นรถบัส Kintetsu Bus ด้านล่างสนามบิน Nagoya Chubu Centrair
จุดรอขึ้นรถบัสด้านล่างสนามบินนาโกย่า ป้ายหมายเลข2

เพียงแค่สองชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงหน้าสถานีเกียวโตเวลา 12:40 น.พอดีเป๊ะ เดินเข้าสถานีเกียวโตแล้วซื้อตั๋วรถไฟ JR สาย Nara (240 เยน) ลงที่สถานี Uji กันเลยค่ะ รถไฟมีทั้งแบบ Local ใช้เวลาเดินทางครึ่งชั่วโมง และแบบ Rapid ซึ่งจะใช้เวลาเพียงแค่ 18 นาที ในราคาที่เท่ากันค่ะ

ที่เมืองอุจิแห่งนี้ นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องชาเขียวมัทฉะ ยังเป็นต้นกำเนิดของนวนิยายเก่าแก่เรื่องนึงของโลก เรื่องตำนานเก็นจิ (Genji Monokatari) แต่งขึ้นโดย มุราซากิ ชิคิบุ (Murasaki Shikibu) นางข้าหลวงในสำนักราชวัง ช่วงยุคสมัยเฮอัน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับตำนานรักของเจ้าชายหนุ่มรูปงามกับหญิงสาวมากมาย ดังนั้นในเมืองจะมีรูปปั้นของตัวละครในเรื่องปรากฏตามที่ต่างๆ

เมืองอุจิ เกียวโต ต้นกำเนิดแห่งนวนิยายดัง ตำนานแห่งเก็นจิ (Genji Monogatari)
รูปปั้นผู้ประพันธ์ Genji Monokatari

หากเราเดินข้ามสะพานไป จะเป็นสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ของนวนิยายเก็นจิ หากใครอยากรู้ประวัติ และเข้าไปชมฉากต่างๆภายในเรื่อง สามารถเข้าชมได้ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 9:00-16:30น. โดยซื้อตั๋วจากตู้ขายตั๋วบริเวณทางเข้า ราคา 600 เยน (ปิดจำหน่ายตั๋วเวลา16:30น.แต่สามารถเดินชมได้ถึง17:00น.)

พิพิธภัณฑ์ของนวนิยายเก็นจิ เมืองอุจิ เกียวโต

พิพิธภัณฑ์ของนวนิยายเก็นจิ เมืองอุจิ เกียวโต

พิพิธภัณฑ์ของนวนิยายเก็นจิ เมืองอุจิ เกียวโต

พิพิธภัณฑ์ของนวนิยายเก็นจิ เมืองอุจิ เกียวโต

ภายในพิพิธภัณฑ์ จะจัดรอบแสดงอนิเมะน่ารักๆ เกี่ยวกับนวนิยายและผู้ประพันธ์ หนังอนิเมะทำได้ออกมาน่ารัก และเข้าใจง่ายมากๆ ฉากบางฉากในอนิเมะที่สร้างขึ้นมา ก็มีสถานที่อยู่จริงบริเวณทางขึ้นเขาด้านหลังพิพิธภัณฑ์เลยค่ะ

ออกจากพิพิธภัณฑ์ฯ เดินตรงขึ้นเนินไป และเลี้ยวซ้ายจะมีทางขึ้นเขา Daikichiyama (ไดคิชิ แปลว่า โชคดี) ซึ่งเป็นจุดชมวิวสวยๆ ของเมือง ที่เปิดตลอด24ชม. ระยะเวลาการเดินขึ้นเขาประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง หากใครอยากเดินขึ้นไปชมวิวยามค่ำคืนก็ควรเตรียมไฟฉายให้เรียบร้อยนะคะ ถึงแม้ว่าทางเดินจะไม่ยาก แต่กลางคืนไม่ได้สว่างมากเท่าไหร่  และในหน้าร้อนยุงอาจจะเยอะซักนิดค่ะ

ทางขึ้นเขา Daikichiyama เมืองอุจิ เกียวโตจุดชมวิวบนเขา Daikichiyama เมืองอุจิ เกียวโต

จุดชมวิวบนเขา Daikichiyama เมืองอุจิ เกียวโต

หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเดิน เราปิดท้ายของวันด้วยการกินเมนู Signature ไอศกรีมพาเฟต์อร่อยๆ จากร้านดังของเมือง ชื่อ Itohkyuemon ภายในร้านจำหน่ายขนมจากชาเขียวมัทฉะ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากชาเขียวมัทฉะอีกด้วย

Itohkyuemon คาเฟ่ร้านดังของเมืองอุจิ เกียวโต

Itohkyuemon คาเฟ่ร้านดังของเมืองอุจิ เกียวโต

Itohkyuemon คาเฟ่ร้านดังของเมืองอุจิ เกียวโต

เมืองเล็กๆ น่ารักๆ เมืองนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย หากใครมีเวลาเที่ยวทั้งวันก็สามารถจัดทริป 1 วันเต็มๆ ได้เลยค่ะ แต่ถ้าใครมีเวลาครึ่งวันเหมือนกัน แค่เดินเขาชมวิวเมือง กินขนมอร่อยๆ ก็คุ้มแล้วค่าา

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง