ห้ามพลาด 10 อันดับ ข้าวกล่องเอคิเบ็น(Ekiben) ในสถานีซัปโปโร ฮอกไกโด,ประเทศญี่ปุ่น

Posted by :

สำหรับเพื่อนๆ ที่เดินทางในฮอกไกโดด้วยรถไฟ ไม่ควรพลาด! อย่างที่รู้ๆ กัน รถไฟด่วนพิเศษ (JR) ที่ฮอกไกโด มีการวิ่งในระยะทางที่ไกลทำให้ใช้เวลานาน ดังนั้นจึงมีการจำหน่ายของกินที่สามารถนำขึ้นไปทานบนรถไฟได้ อย่างเช่น “ข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben)” ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ฮอกไกโดมีกฎในการซื้อข้าวกล่องเอกิเบ็น (Ekiben) และเครื่องดื่มที่อยู่ในร้านค้า ก่อนขึ้นรถไฟด่วนพิเศษด้วย!

สถานีซัปโปโรเป็นสถานีที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด มีรถไฟด่วนพิเศษหลายขบวนแวะผ่านเข้า – ออก เพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ ในฮอกไกโด จึงมีการจำหน่ายข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben) มากมายหลายรูปแบบ

ขอแนะนำ 10 อันดับข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben) ที่ขายดีที่สุดในสถานีซัปโปโร มีเมนูหลากหลาย ทั้งอาหารสุดพิเศษจากฮอกไกโด หรือสูตรพิเศษจากฮอกไกโด รวมถึงปูจากฮอกไกโด!!

คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการซื้อข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben) ที่สถานีซัปโปโร

ซ้ายมือคือ สถานีซัปโปโร ฮอกไกโด
สถานีซัปโปโร ที่รถไฟด่วนพิเศษหลายขบวนแวะผ่านเข้า – ออก เพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ ในฮอกไกโด เช่นสถานีฮาโกดาเตะ , สถานีอาซาฮิคาวะ และสถานีคุชิโระ

สถานีซัปโปโรมีประตูทางออกสำหรับตรวจตั๋วอยู่ทางตะวันออกและตะวันตก ร้านขายข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben) ตั้งอยู่ใกล้กับด้านนอกของทางออกประตูตะวันออก และตั้งอยู่ระหว่างร้านขายของที่ระลึก ถัดจากทางออกประตูตะวันตกและตู้ล็อคเกอร์หยอดเหรียญ นอกจากนั้นยังมีจำหน่ายบริเวณด้านในของสถานีที่ชั้น 1 และชั้น 2 อีกด้วย

หากป้ายราคาถูกปิดไว้จะแสดงถึง สินค้าตัวนั้นๆ หมด
มาพร้อมตะเกียบและกระดาษเช็ดมือ โดยเอคิเบ็น (Ekiben) มักจะเป็นอาหารทะเลซะส่วนใหญ่อย่างเช่น ซูชิ เป็นต้น
อันดับที่ 1 “Kaisen Ezo-shomi” ราคา 1,080 เยน

เป็นซูชิอาหารทะเล ประกอบด้วยปู , ไข่หอยเม่นทะเล , ไข่ปลาแซลมอนและปลาแซลมอน เป็นข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben) ที่มียอดขาย มากกว่า 60 กล่องต่อวัน นอกจากนี้ยังเป็นสินค้าขายดีที่สุดมาตั้งแต่ปี 1983 อีกด้วย

ข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben) สุดหรูหรา ที่นำเอาอาหารทะเลยอดนิยมจากฮอกไกโดมารวมไว้ให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มลองกัน ด้วยปูที่ผ่านการหมักและข้าวที่ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชู แนะนำสำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการลองรสชาติของอาหารทะเลฮอกไกโดและผู้ที่ต้องการทานซูชิแบบง่ายๆ ! คำว่า “Ezo” นั้นเป็นคำโบราณของฮอกไกโดมีความหมายว่า “อาหารทะเลแสนอร่อยของฮอกไกโด”

ส่วนประกอบหลัก คือ ปูที่ผ่านการหมัก , ปลาแซลมอนที่ผ่านการหมัก , ไข่หอยเม่นทะเลนึ่ง , หอยเชลล์ต้ม , ไข่ปลาแซลมอนดอง และข้าวที่ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชู

อันดับที่ 2 “Makunouchi Bento Ishikari” ราคา 850 เยน

ต่อไปเป็นข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben) ที่วางขายเฉพาะที่สถานีซัปโปโรเท่านั้น เป็นสไตล์ข้าวกล่องญี่ปุ่นฮอกไกโดแบบคลาสสิก มาพร้อมข้าวขาวและอาหารหลากหลาย ขนาดเล็กๆ ซึ่งเป็นอาหารทั่วไป ได้แก่ ผัก ไข่ ปลา และเนื้อสัตว์ มักจะมีบ๊วยดอง (umeboshi) วางอยู่บนข้าวขาวด้วย

แนะนำเป็นพิเศษสำหรับเพื่อนๆ ที่รักสุขภาพ เพราะไม่ว่าจะเนื้อปลา ผักที่รวมอยู่ในข้าวกล่องตัวนี้ ล้วนแต่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สมบูรณ์ 

ส่วนประกอบหลัก คือ เนื้อตุ๋น , ปลาแซลมอนย่าง , ไข่ม้วน และหอยเชลล์ปรุงรสย่าง เป็นต้น

อันดับที่ 3 “Ishikari Sake-meshi” ราคา 1,150 เยน

มาต่อกันที่อันดับ 3 ซึ่งมีจำหน่ายมายาวนานตั้งแต่ปี 1923 โดยขึ้นชื่อในเรื่องของการนำปลาแซลมอนจากแม่น้ำอิชิคาริ (Ishikari) ที่อยู่ใกล้กับเมืองซัปโปโรมาใช้

ตัวข้าวปรุงรสด้วยซุปสาหร่ายทะเล (Kombu) และราดด้วยเนื้อแซลมอนหั่นฝอย มาพร้อมไข่ปลาแซลมอน ใช้เวลา 20 นาที ในการทำให้เนื้อปลาแซลมอนสุก จากนั้นนำกระดูกออกด้วยมือ แล้วต้มในซอสถั่วเหลืองและขิง รสชาติที่ผสมกันอย่างลงตัว จนแทบจะละลายในปาก อร่อยจนอยากให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มลองเลยค่ะ(´▽`)

ส่วนประกอบหลัก คือ ข้าวปรุงรสด้วยซุปสาหร่ายทะเล (Kombu) , เนื้อแซลมอนหั่นฝอย , ไข่ปลาแซลมอนดอง , เนื้อปลาแซลมอนพันสาหร่าย , ผักต้ม (Yama Fukini) , คามาโบโกะ (kamaboko) และผักดอง (oshinko)

อันดับที่ 4 “โอซูชิ (Osushi)” ราคา 480 เยน

ถัดไปเป็นอาหารที่ทานง่ายและหาได้ง่ายมากในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคล้ายกันกับ “Ishikari Sake-meshi” มีจำหน่ายที่สถานีซัปโปโรเมื่อประมาณ 100 ปีก่อน 

โดยเป็นหนึ่งในซูชิสไตล์ญี่ปุ่นแบบคลาสสิกที่เรียกว่า “sukeroku-sushi” ที่เป็นซูชิม้วนและซูชิอินาริ เหมาะสำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการอาหารว่าง ทานง่าย และสามารถแบ่งกันทานได้อีกด้วย

ส่วนประกอบหลัก คือ ซูชิม้วน , ซูชิอินาริ และซูชิโฮโซมากิ

อันดับที่ 5 “Sandai Kani Aji Kurabe Bento” ราคา 1,250 เยน

ตัวแทนความอร่อยแห่งท้องทะเลของฮอกไกโด กับเนื้อปู 3 แบบ ที่มีความแตกต่างกัน ที่รอให้เพื่อนๆ มาสัมผัสและเปรียบเทียบรสชาติ ระหว่าง ปูกษัตริย์อลาสก้า (Tarabagani) ปูหิมะ (Zuwaigani) และปูม้า (Kegani)

ตามรูปโดยเรียงจากทางด้านขวา ปูกษัตริย์อลาสก้า (Tarabagani) ปูหิมะ (Zuwaigani) และปูม้า (Kegani) โดยมีเนื้อตรงส่วนก้ามปูเน้นๆ วางบนข้าวที่ปรุงรสด้วยซุปสาหร่ายทะเล (Kombu) คลุกเคล้ากับเนื้อปูหั่นฝอย เพื่อนๆ ชอบรสชาติปูชนิดไหนมากกว่ากันคะ^^?

ส่วนประกอบหลัก คือ ข้าวที่ปรุงรสด้วยซุปสาหร่ายทะเล (Kombu Dashi)พร้อมเนื้อปูหั่นฝอย , เนื้อปูกษัตริย์อลาสก้า (Tarabagani) , เนื้อปูหิมะ (Zuwaigani) , และเนื้อปูม้า (Kegani)

อันดับที่ 6 “Shiretoko Torimeshi” ราคา 900 เยน

ข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben) ของฮอกไกโด ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารทะเล แต่เราจะพาเพื่อนๆ มารู้จักกับข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben) ที่ใช้เนื้อไก่เป็นหลัก ซึ่งเป็นที่นิยมมาก

หลักๆ ก็จะใช้ไก่ชิเระโตโกะ (Shiretoko) เทอริยากิ ไก่ชิเระโตโกะถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของเมืองชิเระโตโกะ (Shiretoko) ซึ่งถูกยกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ โดยเนื้อไก่มีความนุ่ม และมีรสชาติหวานฉ่ำ บวกกับความเปรี้ยวนิดๆ ของซอสปรุงรส เมื่อทานคู่กับข้าวที่ทำจากซุปไก่เพื่อเพิ่มรสชาติ ทำให้เกิดความอร่อยที่ถึงขั้นถูกยกให้เป็นข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben) ที่โชว์รสชาติของเมืองชิเระโตโกะ (Shiretoko) ได้อย่างแท้จริง!

ส่วนประกอบหลัก คือ ไก่ชิเระโตโกะ เทอริยากิ , ข้าวที่ทำจากซุปไก่ชิเระโตโกะ , มะเขือม่วงต้ม และคามาโบโกะ ที่ทำจากเนื้อปลาแซลมอน

อันดับที่ 7 “Sapporo Bento Yokubari-zen” ราคา 1,250 เยน

สำหรับอันดับที่ 7 จะเอาข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben) ยอดนิยม 3 ลำดับที่กล่าวไปในข้างต้น นั่นก็คือ “Kaisen Ezo-shomi” ซึ่งเป็นข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben) ยอดนิยมอันดับ 1 , “Ishikari sake-meshi” อันดับ 3 , “Shiretoko tori-meshi” อันดับ 6  และยังมี “Ushimeshi” ที่เป็นข้าวหน้าเนื้อวัว ที่มีวางจำหน่ายในสถานีซัปโปโร มารวมไว้ในกล่องนี้กล่องเดียว แบ่งเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน

จึงเหมาะสำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่รู้จะทานอะไรดี หรือรักพี่เสียดายน้อง ทำให้สามารถทานได้หลายๆ อย่างภายในกล่องเดียว เรียกได้ว่า 4 in 1 เลยค่ะ

ส่วนประกอบหลัก คือ “Kaisen Ezo-shomi” , “Ishikari sake-meshi” (ปลาแซลมอน) , “Shiretoko tori-meshi” (ไก่) และ ข้าวหน้าเนื้อวัว “Ushimeshi” 

อันดับที่ 8 “Higuma no Zeitaku Onigiri” ราคา 680 เยน

โอนิกิริ หรือที่เรียกกันว่า ข้าวปั้น ในรูปแบบของข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben) ที่สามารถทานได้ง่ายๆ หรือแบ่งกันทานกับเพื่อนก็ยังได้ 

ข้าวปั้นหอยเชลล์ ข้าวปั้นปู และข้าวปั้นปลาแซลมอน โดยเรียงจากทางด้านขวามือ ทั้งหมดนี้เป็นอาหารทะเลขึ้นชื่อของฮอกไกโด ตัวข้าวมีส่วนผสมของหอยเชลล์และซุปสาหร่าย (Kombu) ที่จะทำให้เพื่อนๆ ได้สัมผัสถึงรสชาติอาหารจากท้องทะเลแบบเต็มๆ คำ

ส่วนประกอบหลัก คือ โอนิกิริ (หอยเชลล์,ปู,ปลาแซลมอน) , ไข่ม้วน และของต้ม

อันดับที่ 9 “Irankarapte” ราคา 1,200 เยน

เป็นข้าวกล่องสไตล์ของชาวพื้นเมืองไอนุที่อาศัยอยู่ใน ฮอกไกโดและหมู่เกาะใกล้เคียง ในประเทศญี่ปุ่น ที่เริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2018 โดยจะเป็นอาหารประเภทต้ม ย่าง หรือใช้วิธีหมักเพื่อถนอมอาหาร และนอกจานี้คำว่า “Irankarapte” ในภาษาของชาวไอนุ มีความหมายว่า “สวัสดี” อีกด้วย

เพื่อนๆ อาจรู้สึกแปลกตากับอาหารเหล่านี้ อย่างเช่น ข้าวกับลูกเดือย และมันฝรั่งทอด (Imomochi) ที่เป็นมันฝรั่งผสมแป้ง ปั้นเป็นทรงกลม แล้วนำไปอบ เป็นต้น ลักษณะของอาหารไอนุมักจะมีรสชาติง่ายๆ อุดมไปด้วยสารอาหาร เป็นอาหารธรรมชาติที่มีความหลากหลาย เพื่อนๆ ที่อยากลองชิมอาหารพื้นเมืองที่หาทานได้ยาก ต้องลองค่ะ

อันดับที่ 10 “Yanagi mochi” ราคา 600 เยน

และแล้วเราก็มาถึงอันดับสุดท้าย มาปิดท้ายกันด้วยขนมญี่ปุ่นแสนอร่อยอย่าง “Yanagi mochi” ที่มีขนาดเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ และเป็นขนมอย่างเดียวที่มีวางจำหน่ายในร้านข้าวกล่องเอคิเบ็น (Ekiben) 

Yanagi mochi” เป็นเค้กข้าวที่ทำจากข้าวเหนียวฮอกไกโด (Hakuchomochi) ห่อด้วยถั่วแดงกวน (Koshian) ที่ทำจากถั่วแดง Azuki จากTokachi,ฮอกไกโด มีรสชาติหวานเล็กน้อยถึงปานกลาง ใน 1 กล่องมี 10 ชิ้น บอกเลยว่าอร่อยมากกกก

Yanagi mochi” ถือกำเนิดขึ้นในปี 1906 เป็นขนมดั้งเดิมที่ทำด้วยมือทีละชิ้น มาจนถึงทุกวันนี้ มีการทำแบบสดๆ ใหม่ๆ ทุกวัน  ควรรีบทานตอนที่ทำเสร็จใหม่ๆ เพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อย เหมาะสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากทานของหวานระหว่างเดินทางบนรถไฟ หรือจะซื้อเป็นของติดไม้ติดมือกลับไปทานในที่พักก็ได้ และยังสามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากได้อีกด้วยค่ะ

เพื่อนๆ ที่เดินทางด้วยรถไฟในฮอกไกโด ถ้ามีโอกาสต้องลองแวะไปซื้อมาทานกันให้ได้นะคะ ส่วนเพื่อนๆ ที่เคยลองทานมาแล้วชอบอันไหนกันบ้างเอ่ยย บอกกันมาได้นะคะ ยังไงก็ขอให้สนุกกับการเดินทางท่องเที่ยวในฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นกันนะคะ^^

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ : livejapan.com

Comment here

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด