ชีวิตกินอยู่ในโตเกียว แบงค์หมื่นกี่ใบถึงจะใช้พอ?

  • Posted by :
    JGBTHAI
    JGBTHAI

    ในกรุงโตเกียว เมืองที่ขึ้นว่าค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้นๆ ในโลก คงมีคนสงสัยไม่น้อยล่ะ ว่าถ้าต้องไปใช้ชีวิตในโตเกียวเดือนหนึ่งต้องมีเงินเท่าไรจึงจะอยู่รอด ที่จริงหลาย ๆ อย่างในโตเกียวก็ราคาเท่า ๆ บ้านเรา แต่ก็มีบางอย่างที่แพงอย่างเทียบไม่ได้ด้วย วันนี้เราจะมาวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในฐานะเด็กนักเรียนในโตเกียวอย่างพวกผมกันครับ

    ในการวิเคราะห์นี้จะขอพูดถึงกรณีแบบประหยัดสุด ๆ แล้วกัน จากประสบการณ์ที่ผมอยู่โตเกียวมา 9 เดือนแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเงินเก็บเลยครับ (หลายคนก็ติดลบ) เพราะเงินเดือนที่ได้มา ใช้เดือนเดียวก็แทบจะชักหน้าไม่ถึงหลังเลย (เงินเดือนที่ได้เป็นทุนการศึกษาครับ เลยน้อยกว่าเพื่อนที่มาทำงานมาก) ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาก็ทำบัญชีทุกวัน แล้วก็พอจะกะค่าใช้จ่ายให้ดูได้คร่าวๆ 6 หมวด ดังนี้ครับ

    Screen Shot 2559-07-27 at 1.57.27 PM copy1. ค่าเช่าบ้าน + น้ำ ไฟฟ้า แก๊ส

    ค่าเช่าบ้านในโตเกียว ผมหาที่พอรับได้กับเงินเดือนอันน้อยนิดของผมแล้ว ถูกกว่า 60,000 เยนนิดหน่อย (ประมาณ 18,000 บาทเศษ) ซึ่งถือว่าถูกที่สุดในพื้นที่ที่ผมอยู่แล้วครับ ส่วนน้ำ ไฟฟ้า และแก๊ส ใช้รวม ๆ กับค่าบ้านแล้วก็ประมาณ 60,000 เยน พอดี ส่วนเพื่อนผมที่เช่าบ้านที่แพงกว่านี้ก็จะขึ้นไปถึงประมาณ 80,000 เยน (ประมาณ 24,000 บาทเศษ)

    2. ค่าอาหาร

    ถึงผมจะประหยัด แต่เวลากินก็ไม่อดเลย กินเต็มที่มาก แต่ส่วนใหญ่จะทำกินเองค่าอาหารเลยตกมื้อละ 250 เยน (ประมาณ 80 บาทเศษ) ถ้ากินนอกบ้านราคาเริ่มต้นที่ 500 เยน (150 บาทเศษ) แต่ได้ปริมาณน้อยกว่าทำเองอีก ก็เลยพกข้าวกล่องไปกินทุกวัน บางครั้งก็ไปกินข้าวกับเพื่อนบ้าง กินข้างนอกเองบ้าง รวมไปเลยขึ้นไปถึง 40,000 เยนเกือบทุกเดือนเลยครับ (เฉลี่ยแล้ว ค่าอาหารประมาณวันละ 1,400 เยน) นี่ขนาดไม่กินกาแฟ หรือนั่งคาเฟ่เท่าไรเลยนะครับ

    3. ค่าเดินทาง

    ค่ารถไฟที่เริ่มต้นที่ 130 หรือ 170 เยน แล้วแต่ผู้ให้บริการ ต้องไปนู่นมานี่บ้างเลยมีค่าใช้จ่ายตรงนี้ขึ้นมาแล้วแต่ว่าไปข้างนอก (เที่ยว) บ่อยหรือเปล่า ถ้าเดินทางจากบ้านไปมหาวิทยาลัยก็จะถูกหน่อยเพราะสามารถใช้บัตรลดราคาได้ ก็เลยกะคร่าว ๆ ประมาณเดือนละ 10,000 เยน (3,000 บาทเศษ) หรือถ้าให้ประหยัดในระยะยาวก็ใช้จักรยานเลย ได้สุขภาพด้วย เผลอ ๆ เร็วกว่ารถไฟซะอีก (บวกลบเวลาเดินแล้วเลยอาจจะเร็วกว่า)

    4. ของใช้ในชีวิตประจำวัน

    ทุกอย่างที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ แชมพู สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน เครื่องเขียน และอื่น ๆ รวมไว้ในนี้หมดเลย ที่จริงก็ไม่ได้ซื้อทุกเดือนหรอก แต่รวมหลาย ๆ เดือนมาเฉลี่ยมันก็เลยตกเดือนละ 10,000 เยนได้ (3,000 บาทเศษ) ของที่นี่ก็ราคาไม่แพงมากเท่าไร โดยเฉพาะพวกเครื่องสำอางค์จะถูกกว่าบ้านเราซะอีก (ครีมกันแดด โลชัน พวกนี้ อายไลน์เนอร์ ขนตาปลอม แป้งพับ อะไรพวกนี้ใช้ไม่เป็นครับ…)

    5. งานเลี้ยงสังสรรค์

    เนื่องจากคนชาตินี้เป็นชาติที่ชอบสังสรรค์มาก ๆ ก็เลยมีงานเลี้ยงอยู่บ่อยครั้งแต่ละครั้งก็กินเต็มที่มาก แบบว่าปกติที่ห้องทำงานจะมีตู้เย็นประมาณ 7 คิวอยู่ตู้นึง ใช้แช่เบียร์โดยเฉพาะ พอมีงานเลี้ยงทีก็ดื่มกันหมดตู้ ไม่พอมีเหล้าขวดหมดไปอีก 1-2 ขวด ทั้งนี้บางทีเจ้านายก็ออกให้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เหลือก็หารกันจ่ายก็ตกประมาณ 5,000 เยน ต่อเดือน (มีบางเดือนปาร์ตี้ถี่มากเลยขึ้นไปถึง 20,000 เยน)

    6. อื่น ๆ

    ในอื่น ๆ นี้เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในหมวดที่กล่าวมาข้างต้น ได้แก่ ค่าประกันสุขภาพที่ต้องจ่ายทุกเดือน ของสำหรับงานอดิเรก หนังสือที่อยากอ่าน เสื้อผ้าที่นาน ๆ จะซื้อที ค่ารักษาพยาบาลเผื่อบางครั้งเกิดอุบัติเหตุ ซื้อของฝากให้เพื่อนที่มาเยี่ยมหรือส่งกลับไทย เฉลี่ยแล้วเดือนละ 20,000 เยน (6,000 บาทเศษ)

    รวมค่าใช้จ่ายต่อเดือนก็ราวๆ 145,000 เยน มีบวกลบบ้างแล้วแต่เดือน ถ้าใช้ฟุ่มเฟือยอีกนิดจะไม่พอใช้แล้วครับ (กระซิก กระซิก)

    ตอนมาญี่ปุ่นแรก ๆ ก็คิดว่าไว้แล้วละครับว่า เงินเดือนที่ได้มาถ้าไม่ประหยัดนี่ใช้ไม่พอแน่ ๆ ซึ่งก็เกือบเป็นความจริง แต่เพราะผมประหยัดมาก เลยพอไปได้เรื่อย ๆ สิ่งหนึ่งที่ความคิดผมเปลี่ยนไปคือ ประเทศไทยค่าครองชีพถูกมากกกกก (ก ไก่ล้านตัว) ตอนอยู่ประเทศไทยใช้เงินวันละ 200 บาท (ประมาณ 700 เยน) ก็คิดว่าเยอะแล้ว มาอยู่ญี่ปุ่นแค่ค่าอาหารอย่างที่ผมยกตัวอย่างให้ดูก็ทะลุไปสองเท่าแล้ว ถ้าให้เทียบความรู้สึกของธนบัตรญี่ปุ่นกับธนบัตรไทยล่ะก็ แบงค์ 1,000 เยน (ประมาณ 300 บาทเศษ) หายไปเร็วพอ ๆ กับแบงค์ร้อยเลย (จะเทียบก็แบงค์ 20 ก็กลัวตกใจกัน.. แต่บางทีก็หายเร็วมาก ๆ) อย่างไรก็ตาม เวลามาเที่ยวกับเวลามาอยู่อาศัยญี่ปุ่นความเร็วในการใช้เงินจะต่างกันอยู่แล้ว ใครมาญี่ปุ่นก็ไม่ต้องคิดมากเหมือนผมก็ได้นะครับ เพราะตอนผมมาเที่ยวนี่ก็จ่ายเยอะกว่านี้มาก ๆ แค่ใช้เงินแล้วทำให้เรามีความสุขกับการเที่ยวหรือการอยู่อาศัยก็พอแล้วครับ ส่วนใครต้องมาใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการมาเรียนหรือว่าทำงาน ก็ใช้ตัวเลขนี้อ้างอิงแบบคร่าวๆ ได้ครับ ^^

    บทความโดย ซันชิโร่

    บทความของนักเขียน


    ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด

    คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง