World-Heritage-of-okinawa

เที่ยวมรดกโลก ณ ปราสาทชูริ (World Heritage of okinawa) 

Posted by :

มรดกโลก หรือ World Heritage คือ สิ่งที่ควรค่าแก่การรักษา ปกป้องให้ยังคงอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างไปจากของเดิมหรือเปลี่ยนแปลงไปน้อยที่สุด โดยไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแสนนานเพียงใด สิ่งที่เป็นตัวแทนจากในอดีต ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ ซากปรักหักพัง ข้าวของเครื่องใช้ อาวุธยุทโธปกรณ์ จดหมายเหตุต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องบ่งบอกความเป็นมา บอกเล่าเรื่องราวต่างๆจากความจริงที่เกิดขึ้นในอดีตส่งต่อมายังปัจจุบัน แม้ว่าความจริงในอดีตนั้นจะสวยงามหรือโหดร้ายสักเพียงใด เราซึ่งอยู่กับกาลเวลาที่เป็นปัจจุบันทำได้เพียงศึกษาและทำความเข้าใจ,ชื่นชม สรรเสริญ หรือทำได้เพียงแค่ยอมรับความเป็นไปในอดีตที่ผ่านมาแล้วเท่านั้น

สถานที่ที่จะขอแนะนำในวันนี้ติดหนึ่งในมรดกโลกสำคัญเป็นอันดับต้นๆของโอกินาว่า(Okinawa) ร่องรอยอารยธรรมที่คงเหลืออยู่ของอาณาจักรริวกิวในอดีตก่อนที่จะล่มสลายและกลายมาเป็นโอกินาว่าในปัจจุบัน ที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า “ปราสาทชูริ”(Shuri Castle)

"ปราสาทชูริ"(Shuri Castle)
ด้านหน้าของตัวปราสาทปิดซ่อมค่ะ เลยถ่ายกับตั๋วเข้าชมแทน

ต้องบอกก่อนเลยว่าเราไม่เคยศึกษาเรี่องราวทางประวัติศาสตร์ก่อนจะมาเที่ยวที่นี่ เพียงแค่ดูจากนิตยสารท่องเที่ยวแล้วเห็นว่าปราสาทแห่งนี้มีสีสันที่โดดเด่น โครงสร้างแปลกตา แตกต่างจากปราสาททั่วๆไปของญี่ปุ่น จึงเลือกให้ที่นี่เป็นอีกจุดหมายปลายทางหนึ่งของการเดินทาง
นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องเดินผ่านประตูที่เรียกว่า “ประตูชูเร” เป็นประตูด่านแรกที่เราต้องเดินผ่านเข้าไปภายในเพื่อพบกับตัวปราสาท ถัดมาเราจะเห็นประตูหินอยู่ทางซ้ายมือถัดจากประตูชูเร เรียกประตูนี้ว่า “ประตูหินศาลเจ้าโซโนเฮียง” เป็นประตูที่กษัตย์จะทรงสวดภาวนาก่อนออกเดินทางทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ประตูหินนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติทางวัตนธรรมประจำชาติ เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความชำนาญในการแกะสลักหินปูนของช่างในสมัยอาณาจักรริวกิว และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแยกจากตัวปราสาทชูริ

เรื่องราวมาถึงตรงนี้เริ่มขนลุกกันแล้วหรือยังคะ ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมว่า สิ่งปลูกสร้างที่หลงเหลือเป็นเพียงหินแกะสลักขึ้นมาเป็นรูปร่างธรรมดา(ที่ไม่ธรรมดา) จะบ่งบอกได้ถึงเรื่องราวความสำคัญทางประวัติศาสตร์และจะมีความสำคัญจนถึงขั้นได้รับการยกย่องได้ถึงเพียงนี้…

ประตู “ชูเร”
ประตูหินศาลเจ้าโซโนเฮียง

ถึงแม้ว่าตัวปราสาทจะเป็นการสร้างขึ้นมาใหม่จากคำบอกเล่าของจดหมายทางประวัติศาสตร์หรือจากคนรุ่นหลัง เนื่องจากตัวปราสาทของจริงได้ถูกเผาจนวอดไปทั้งหลังแล้ว แต่นั่นไม่ได้ทำให้บรรยากาศหรือความรู้สึกในอดีตนั้นจางหายไปเลยแม้แต่น้อย ยังคงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของยุคสมัย ความเจริญ และอารยธรรมในแบบของริวกิว ที่ดูจะเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเสียเหลือเกิน


ตัวปราสาทเน้นด้วยสีแดงสด ตัดกับลวดลายหรือสถาปัตยกรรมแบบจีน ภายในตัวปราสาทไม่ได้ถ่ายรูปมาเนื่องจากมีการแปะป้ายห้ามถ่ายไว้เป็นระยะ จึงขอซึมซับและเก็บภาพไว้ในความทรงจำเท่านั้นค่ะ นอกจากนี้จะต้องถอดรองเท้าเดินภายในอาคารด้วยค่ะ (สามารขอถุงใส่รองเท้าได้จากเจ้าหน้าที่บริเวณทางเข้า) ช่วงที่เราไป เบื้องหน้าของปราสาททำการปิดซ่อม… เสียดายมากกกก แต่ยังสามารถเข้าไปเดินชมภายในได้ เดินเข้ามาภายในปราสาทมี “ร้านน้ำชาเล็กๆ” ให้เราได้แวะจิบชากับขนมหวานขึ้นชื่อของโอกินาว่า (จำราคาไม่ได้แล้วค่ะ แต่ขนมอร่อยมาก) พนักงานจะพาเราไปนั่งในห้องปูด้วยเสื่อทาทามิขนาดไม่กว้างมาก ด้านนอกมองเห็นวิวสวนและรอบนอกของปราสาท พนักงานบริการดีมาก สามารถขอชาเพิ่มได้ถ้าคุณต้องการ มีบริการไกด์พาเดินชมรอบตัวปราสาทพร้อมอธิบายประวัติด้วย “แถมบริการฟรีค่ะ” ติดต่อได้ที่ร้านน้ำชาเลยค่ะ หลังจากจิบชาเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลาเดินชมรอบๆปราสาทกันค่ะ ภายในแบ่งเป็นโซน มีห้องเล็ก ห้องน้อย เดินไปตามทางที่จัดไว้ให้ตามลำดับได้เลย เนื่องจากเป็นปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ จึงมีเพียงภาพและสิ่งของจำลองให้เห็นเท่านั้น แต่ยังคงสภาพ และบรรยากาศเก่าๆให้ได้เห็นค่ะ

จิบชากับท่านเจ้าเมืองกันค่ะ

ที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเรื่องของการบริการและความใส่ใจที่ดีเยี่ยมจริงๆ สำหรับผู้พิการหรือผู้สูงอายุไม่เป็นอุปสรรคเลยเพราะมีลิฟต์และทางลาดให้บริการตลอดเส้นทาง แถมมีพนักงานคอยช่วยยกช่วยเข็นตลอด ประทับใจในความใส่ใจเล็กๆน้อยๆจริงๆค่ะ และที่ด้านนอกของปราสาท ใกล้กับประตูทางเข้า “ชูเร” มีบริการแต่งชุดประจำชาติริวกิว ถ่ายรูปด้วยนะคะ เผื่อใครสนใจ ลองแวะดูได้ค่ะ

แผนผังบริเวณตัวปราสาท
บริเวณด้านหน้าทางเข้าปราสาท มีจุดขายตั๋วอยู่ทางซ้ายมือ ถ้าไม่อยากเข้าสามารถเดินชมรอบๆ เป็นสวนสาธารณะ ไม่มีค่าใช้จ่าย

ปราสาทชูริโจ
ที่อยู่: 1-2 Shurikinjocho, Naha City, Okinawa 903-0815
โทร: 098-886-2020
ค่าเข้าชม : 820¥ ( เฉพาะเข้าชมภายในตัวปราสาท ส่วนด้านนอกที่เป็นสวนสาธารณะ  ชมฟรี)
โดยรถยนต์ (ประมาณ 40 นาที)

Home

อ่านต่อ

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด