ประสบการณ์ด้านมืด: เมื่อถูกคุมคามทางเพศในประเทศญี่ปุ่น

Posted by :

ประเทศญี่ปุ่นดูผิวเผินอาจจะปลอดภัย แต่ว่าจริงๆ แล้วก็มีอะไรอันตรายซ่อนอยู่เหมือนกัน สำหรับผู้หญิงแล้วก็คงหนีไม่พ้น การถูกคุกคามทางเพศ (Sexual harassment) คำนี้ในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกสั้นๆ ง่ายๆ ว่า “セクハラ” (เซะกุฮะระ) ซึ่งในญี่ปุ่นสมัยนี้ แม้แต่การถามว่าจะแต่งงานเมื่อไหร่ตอนสัมภาษณ์ก็สามารถถูกนับรวมว่าเป็นการคุกคามทางเพศได้เหมือนกัน ก่อนที่จะมาอยู่ที่ญี่ปุ่นเราไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมาเจอเรื่องแย่ๆแบบที่เคยอ่านเคยฟังมา

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย
เราทำงานพิเศษที่ร้านสะดวกซื้อและในช่วงปี 4 ก็มีผู้ชายที่ออกแนวห่ามๆ หน่อย เข้ามาทำงาน เดือนแรกก็ไม่มีอะไร ฮีเป็นคนช่างคุย ร่าเริง ขี้เล่น แต่ว่าพอขึ้นช่วงเดือนที่สอง ก็มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้น วันนั้นเราเข้ากะกับฮีและเด็กผู้ชายอีก 2 คน วันนั้นลูกค้าไม่ค่อยมีเพราะเป็นวันอาทิตย์ ขณะที่เราทำความสะอาดอยู่ เราก็ได้ยินพวกผู้ชายสามคนคุยกันเกี่ยวกับเรื่องแบบนั้นเสียงดังมาก ผู้ชายที่ดูห่ามๆ ฮีมีการทำท่าบอกขนาดของตัวเองด้วย ทั้งๆ ที่ลูกค้าก็เพิ่งจะเดินผ่านฮีไป เรางงมากไม่รู้พวกมันคิดอะไรกัน พอเราทำความสะอาดเสร็จ ฮีก็มาชวนเราคุย เราก็แซวว่าอะไรลุงพูดมากนะ ฮีกลับบอกว่ายังไม่แก่ซักหน่อยของฉันยังแข็งแรง อึดมาก ถ้าเธอได้เห็นนะ…. เราไปต่อไม่ถูก เลยเดินหนีเอาแทน จากนั้นก็ยังมีหน้ามาบอกเราว่า อยากเล่นป๊อกกี้เกมกับเธอจัง (เกมนี้จะเล่นโดยที่คนสองคนคาบป๊อกกี้คนละข้างละก็กินเข้ามาเรื่อยๆจนหมด ถ้าพลาดก็คือจะจุ๊บกัน) เราหมดความอดทนเลยตอบไปว่า “ไม่เล่น” ละก็หัวเราะแห้งๆ ฮีก็หน้าเสียไปนิด แต่ก็กลับมาพูดเรื่องอย่างว่ากับผู้ชายอีกคนต่อ เรารู้สึกแย่มาก จากนั้นมาก็จะเป็นแบบนี้ตลอด เราได้แต่เลี่ยงไม่ไปเข้าวงสนทนา หนีไปยืนเช็คของตามชั้นเอาแทน

สมัยเริ่มทำงาน
บริษัทให้เราลงไปฝึกงานในโรงงาน 3 เดือน ก่อนเริ่มทำงานที่บริษัทแม่ โดยที่เราถูกจัดอยู่กลุ่มกับเพื่อนคนจีน ในโรงงานมีทั้งหมด 5 แผนก แบ่งไปฝึกที่แต่ละแผนก 2 สัปดาห์ การฝึกงานก็ราบรื่นมาตลอด แต่เรื่องดันมาเกิดที่แผนกสุดท้าย เรากับเพื่อนคนจีนได้ทำงานเช็คสินค้า ซึ่งที่นั่นมีลุงคนหนึ่งทำอยู่ก่อนแล้วเพราะว่าเขาพักฟื้นข้อมือหลังจากผ่าตัด (ปกติเขาจะทำงานคุมเครื่องจักร) วันแรกๆ เรา 3 คนก็คุยกันปกติ แต่มีวันหนึ่ง ช่วงที่คนจีนไม่อยู่เพราะไปทำงานแปล เหลือแค่เรากับลุง 2 คน ฮีก็พูดว่าเนี่ยมือข้างที่ผ่าตัดมายังไม่ค่อยมีแรงเลย เมื่อวานไปวัดแรงบีบมาที่โรงพยาบาล เราก็อืมๆ เหรอคะ แต่จู่ๆ ลุงก็มาจับมือเราแล้วบีบ พร้อมบอกว่าเนี่ยข้างนี้ไม่มีแรงเลยใช่ไหม นี่บีบสุดแรงละนะ ไม่พอยังเอามืออีกข้างที่ปกติมาบีบมือเราแล้วบอกว่าเห็นไหมข้างนี้แรงเยอะกว่าเห็นๆ เราตกใจมาก อึ้งๆ งงๆ พยายามไม่คิดมากรีบทำงานต่อ แต่วันต่อมาก็ยังรู้สึกทะแม่งๆ ติดในใจ เลยเล่าให้เพื่อนคนจีนฟัง เพื่อนก็บอกว่านี่มันแย่มากเลยนะ สมัยเขาเรียนเพื่อนเขาก็เคยเจอประธานบริษัทที่สนับสนุนให้เงินโครงการวิจัย มาจับข้อมือเพื่อดูเวลาตอนที่ไปกินข้าวกับกลุ่มวิจัย น่ากลัวมาก เล่าเสร็จสักพักลุงก็เดินมานั่งทำงานด้วย นั่งๆ ทำงานกันไปสักพัก ลุงก็ถามว่านี่กี่โมงแล้วและจับข้อมือคนจีนพลิกขึ้นมาดูนาฬิกา วินาทีนั้น เรากับคนจีนมองหน้ากันแบบช็อคมาก เพิ่งเล่าไปสดๆ ร้อนๆ ดันเจอเองซะงั้น จากนั้นมาเรากับคนจีนก็พูดน้อยลง เพราะรู้สึกขยะแขยงที่ลุงมาทำอะไรแบบนั้น ลุงคนนี้ไม่ได้มีแค่การกระทำที่แย่ แต่ยังใช้คำพูดดูถูกผู้หญิงอีกด้วย ครั้งหนึ่งฮีพูดว่าผู้หญิงจะแต่งงานได้ก็ต้องทำอาหารเก่งไม่ก็บำเรอด้วยร่างกายเก่ง ตอนที่ได้ยินนี่อยากลุกขึ้นเอากล่องแถวนั้นฟาดหัวลุงแรงๆ ให้เลิกคิดอะไรแบบนี้มาก

ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นจะเปลี่ยนแปลงไปและการกดขี่ทางเพศก็ลดน้อยลงกว่าสมัยก่อน แต่ว่าก็ยังมีผู้ชายแย่ๆ แบบที่เราเจอเหลืออยู่เยอะพอสมควร เรื่องแบบนี้ดูเหมือนจะเป็นการหยอกเล่นเล็กๆ น้อยๆ สำหรับผู้ชายบางคน แต่ว่าผู้หญิงหลายคนก็รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยงและเป็นการดูถูก บริษัทญี่ปุ่นที่ทำงานอยู่นั้นเด็ดขาดมาก เมื่อไม่นานมานี้ฝ่ายบุคคลได้ไล่คนใหญ่คนโตของบริษัทออกไปคนหนึ่งเพราะเขาคุกคามทางเพศผู้หญิงในบริษัท นี่ก็เป็นสิ่งที่แสดงว่าสังคมญี่ปุ่นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังพยายามปรับเปลี่ยนอยู่ อย่างไรก็ตามเราก็ควรดูแลตัวเองให้ดีๆ และอย่าปล่อยให้ผู้ชายแย่ๆ มาเอาเปรียบ หากโดนกระทำไม่ควรปล่อยให้เรื่องเงียบไว้ เราเองเจอเรื่องแบบนี้ก็รายงานฝ่ายบุคคลไปเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่รุ่นน้องจะได้ไม่มาเป็นเหยื่อเหมือนเราอีก

บทความโดย : ละมุนชมพู

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง