โสดโดดเดี่ยวเที่ยวคนเดียวที่Tohoku ตอนNyuto Onsen Akita

Posted by :

“ตอนนี้เราจะพาทุกท่านเข้าไปดื่มด่ำ ชื่นชมบรรยากาศอันสวยงามของฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ใบหญ้าสองข้างทางถูกฉาบไปด้วยสีแดง ส้ม เหลืองทั่วทั้งหุบเขา เศษใบไม้ที่ร่วงหล่นเต็มสองข้างทางในขณะที่รถแล่นไปโค้งแล้วโค้งเล่า ยิ่งลึกเข้าไปผ่านต้นไม้ที่โค้งเข้าหากันเป็นทางยาวคล้ายอุโมงค์สีแดง บวกกับอากาศเย็นๆ แต่ก็ไม่หนาวจนเกินไปเพราะมีเสื้อโค้ตตัวเก่งห่อหุ้มร่ายกาย พอให้ได้จินตนาการถึงความโรแมนติกของสถานที่ได้แบบไม่รู้ลืม…”

นี่คือความคิดที่เราวาดฝัน จินตนาการเอาไว้ก่อนที่จะมาพบกับสถานที่จริง เหตุการณ์จริง ไม่มีสลิง แต่ถึงกับสตั๊น! ไม่ใช้ตัวแสดงแทน จองเอง เจ็บเองล้วนๆ…ที่แห่งนั่นคือ โองามะออนเซน(Ogama Onsen) แห่ง Nyuto onsen นั่นเอง


การวางแผนมาเที่ยวโทโฮคุในทริปนี้ถือว่าเราเตรียมการมาดีพอสมควรนะ เราหาข้อมูลอยู่หลายเดือนในการเลือกแต่ละสถานที่ และจากประสบการณ์ของเราที่เดินทางท่องเที่ยวในญี่ปุ่นมาแล้วเกือบทุกภูมิภาค ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่เราสอบตก ผิดพลาด ผิดหวัง ท้อแท้ รู้สึกแย่กับตัวเองที่สุด การรีวิวต่อจากนี้ คงเป็นที่สุดแล้วในชีวิตที่เคยพบเจอมา ถือเป็นประสบการณ์อีกรสชาติหนึ่งของชีวิต…จำไปจนตราบชั่วฟ้าดินสลาย

กระเป๋าใบโต๊โต กับใจโซเซ ไม่เคยคิดเลยว่าการเดินทางคนเดียวจะลำบากได้เท่าวันนี้…

เริ่มต้นการเดินทางไป Nyuto onssen กัน ที่สถานี Tazawa ต่อรถบัสเข้าไปที่ออนเซน

อย่างที่บอกว่าเราเดินทางคนเดียว ลากกระเป๋าเดินทางใบโต(มากๆ)หนึ่งใบกับใจโซเซ มายืนรอรถที่ท่ารถ ขณะนั้นเป็นเวลาบ่าย3โมง พอรถมาจอดเป็นรถบัสสภาพเก่าๆ แต่ไม่แย่มาก แต่ที่แย่มากๆๆคือ ไม่ มี ที่ ใส่ กระ เป๋า เดิน ทางงงงงงงง เดินไปถามคนขับ พี่แกบอกด้วยน้ำเสียงและหน้าตาไม่พอใจว่า…“ไม่มีช่องใส่กระเป๋าใต้ท้องรถนะ ยกขึ้นมาบนรถเลย” ชิบหายแล้วค่ะ กระเป๋าใหญ่มากกับน้ำหนักอีก16โล ยกโดยดิฉันคนเดียวบ้าบอ ยกขึ้นไปสิ่งที่เห็นคือ ทางเดินตรงกลาง ซึ่งทางเดินตรงกลางนี้มีเก้าอี้เสริมติดตั้งอยู่ นั่นแปลว่า…จะมีคนนั่งตรงทางเดินด้วยงั้นหรือ? หันไปถามคนขับต่อว่า นั่งตรงไหนดี?

คนขับ : ลงไหน?

เรา: ลงโอะคามะออนเซนค่ะ

คนขับ: งั้นไปนู่นเลย เก้าอี้หลังสุดเลย

เรา: มองไปที่ท้ายสุดของรถบัส มีหนุ่มๆวันเกษียญนั่งมองตาปริบๆ และได้ยึดพื้นที่เบาะยาวด้านหลังไปแล้ว เราเข็นกระเป๋าไปที่ที่นั่งหลังสุดเท่าที่จะสุดได้ จับจองที่นั่งและวางกระเป๋าเดินทางไว้ที่ทางเดินตรงกลาง จากนั้นรถบัสแล่นออกไปจอดรับผู้โดยสารที่สถานี Tazawa hango ที่จุดนี้ลูกทัวร์ชาวญี่ปุ่นเอย ชาวจีนเอยต่อคิวรอขึ้นรถแถวยาวเหยียด เราคิดในใจ ชิบหาย!!รอบสอง ยังไม่ทันคิดเสร็จ ลุงคนขับเดินตรงดิ่งมาที่เรา ทำท่าไม่พอใจที่กระเป๋าเราเกะกะ และทำให้เขาต้องเสียที่นั่งไป1ที่นั่งตรงกลางทางเดิน เมื่อโกยนักท่องเที่ยวขึ้นรถจนครบ มีญ.ชาวจีนท่านหนึ่งไม่มีที่นั่ง เนื่องจากติดกระเป๋าเดินทางของดิฉัน ญ.ชาวจีนบอกไม่เป็นไร ออกรถได้เลย

คนขับรถ: ไม่ได้ คุณหาที่นั่งก่อน ไม่งั้นไม่ออกรถ ทีนี้ความชิบหายลามมาที่นักท่องเที่ยวที่นั่งพิเศษตรงกลางทางเดิน ต้องลุกกันเป็นทอดๆเพื่อให้ ญ.ชาวจีนที่อยู่ท้ายรถ และอยู่หน้าดิฉันได้หย่อนตูดลงนั่ง เป็นอันออกรถได้

ลงป้ายนี้เลยจร้าาา ถึงแล้ววว

ใช้เวลาเดินทางนานว่า 40 นาที รถเริ่มจอดตามป้ายต่างๆที่เป็นแหล่งที่พักออนเซ็น นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยลงจนเกือบหมด เรานั่งไปเกือบป้ายสุดท้าย และระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินกับวิวสองข้างทางอยู่นั้น มือข้างหนึ่งที่เคยจับกระเป๋าเดินทางอยู่ หันมาจับโทรศัพท์แทน ในระหว่างนั้นรถเบรกแรงมาก กระเป๋าเดินทานไหลคลุกๆ ไปอยู่หน้ารถ พอดีมีคนไทยท่านหนึ่งช่วยคว้ากระเป๋าไว้ให้(กราบน้ำใจพี่งามๆ จากสาวโสดจิตใจบอบช้ำคนหนึ่ง) พร้อมเสียงตามสายที่ประกาศมาด้วยน้ำเสียงอันแข็งกร้าวว่า “กระเป๋าคร้ายย ไม่ระวังเลย ชนคนอื่นจะทำง้ายยย ” สิ้นเสียงตามสายหันไปดูพบว่า นั่น! คือกระเป๋าตรูเอ้งงงง วิ่งตามกระเป๋าไปพร้อมความผิดบาปและรังสีอัมหิตจากคนขับรถ กราบขอโทษทุกคนจนแทบอยากจะทำฮาราคีรีตรงหน้า(การคว้านท้องฆ่าตัวตายแบบซามุไร) กลับมานั่งน้ำตาซึมที่ท้ายรถเหมือนเดิม รถจอดถึงป้ายที่ต้องลงพอดี วิ่งๆๆลากกระเป๋าจากท้ายรถ ลากกระเป๋าลงจากรถ และเป็นคนเดียวที่ลงป้ายนี้จ้า…ขนลุกตามมาเลย กลิ่นไม่ดีและครับโผมมมม


เดินลากกระเป๋าเข้าเรียวกังด้วยน้ำตานองหน้า อาบสองแก้มแบบดาวพระศุกร์…เช็คอินกันค่ะ ปรับโหมดกันนิดนึง เลิกเศร้า เลิกนอย กลับมาลั้นลากับวิวที่อยู่ตรงหน้า ตอนนั้น4โมงกว่า เกือบจะมืดแล้วเลยเดินเล่นถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ข้างโรงแรมมีทางเดินเข้าไปในป่า บอกว่าเป็นทางเข้าของอีกโรงแรมนึง เดินเข้าไปสำรวจสักหน่อย พอดีสวนกับนักท่องเที่ยวชาวฝรั่ง กำลังจะทักทาย นางรีบเดินจ้ำอ้าวออกไป อ้อ คงรีบมั้ง เราเดินไปต่อ มาหยุดอยู่ที่หน้าป้ายนี้!!! เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมฝรั่งผู้นั้นถึงเดินจ้ำไม่คิดชีวิตออกจากป่าไป แล้วเราจะรออะไร…วิ่ง วิ่ง วิ่งๆ วิ่งกับพี่ตูน ป่าราบเป็นแบบนี้นี่เอง

เดินสำรวจป่ากันเลยจร้าาา
คงเป็นป้ายเตือนหมี!ให้ระวังคนจร้า! กลัวแล้วววว วิ้งงงงงง!!!

เอาหละ มีชีวิตรอดออกมาได้ ไม่เป็นอาหารหมีในป่า ก็ถือว่าเป็นบุญ ถือว่าโชคชะตาฟ้าปราณีข้าน้อยแล้ว กลับขึ้นไปพักผ่อนบนห้องดีกว่า…ตัดภาพมาในห้อง สภาพไม่น่าเรียกว่าเรียวกังได้เลยจริงๆ ถึงกับอึ้งไปพักใหญ่ ดูกันเอาเองเถาะ …

ห้องกว้างเท่าที่เห็น ห้องน้ำรวม สภาพเก่า ที่สำคัญมีแมลงบินเป็นกองทัพเลย
ปฏิบัติการจับกองทัพแมลงเริ่มแล้วจ้า…เละเทะอย่างที่เห็น

หลังจากทำใจกับสภาพห้องไปแล้ว ก็ต้องยอมรับแหละว่ามันราคามันถูก ก็ตามสภาพเนาะ ประเด็นสำคัญที่ทำให้โมโหมาก มาก มาก คือ มีแมลงอะไรไม่รู้บินอยู่เต็มห้องไปหมด จนไม่รู้ว่าจะข่มตานอนลงได้อย่างไร นั่งทนอยู่นานเกือบชั่วโมง จึงลงไปถามคนดูแลว่าช่วยทำอะไรซักอย่างกับแมลงพวกนั้นได้ไหม ฉันนอนไม่ได้ คนดูแล : ผมไม่รู้จะทำอย่างไรกับเจ้าแมลงพวกนั้นเหมือนกัน ขอให้คุณเอาเจ้านี่ไป…แท่น แทน แท้น สก๊อตเทปแปะแมลงงงง  ถึงกับอึ้งในคำตอบ แต่ก็รับมาอย่างเสียไม่ได้ ปฏิบัติการจับแมลงในเรียวกังฆ่าเวลาก่อนมื้ออาหารเย็นก็ได้เริ่มขึ้น วิธีการที่ได้รับคำแนะนำมาคือ ฉีกแล้วแปะที่ตัวแมลง ห่อและทิ้งลงถุง แรกๆก็ทำตามนั้น แต่คุณคะ หลังๆ ผ่านไปนาทีที่30 กับแมลงที่ยังคงบินวนอย่างมีความสุขอีกหลายสิบตัว เราจึงลดขั้นตอนเหลือแค่ ฉีกและแปะ เจอคุณแมลงอยู่ตรงฝาห้อง เตรียมฉีก และแปะไปที่ฝาห้องแม่งเลย สรุปว่า ฉีกและแปะ วนๆไปเช่นนี้จน เ ท ป ห ม ด ม้ ว น...และสภาพห้องที่เต็มไปด้วยสก๊อตเทป ฝีมือฉันเองจร้าาาา คนดูแลเข้ามาดูคงจะว๊าววว…ปรกติไม่ใช่คนฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนะ แต่ทางเราข่มตาลงนอนไม่ได้จริงๆ กลับมาทำบุญอย่างแรง
ถึงเวลาเรียกทานข้าว โอ้ยยย ช๊อกกว่านี้ไม่มีอีกละ เค้าใช้เสียงตีกระดิ่งเดินมาเขย่าตามหน้าห้อง เหมือนเรียกหมาแมวออกมากินข้าว บับ ดังม๊ากกกกและสภาพที่เห็นเมื่อเปิดประตูออกไปคือ คนค่อยๆเดินออกมาและไปยังห้องทานข้าวอย่างเป็นระเบียบ นี่ถูกสะกดจิตให้เป็นแมวไปกันหมดละ ข้าวมือเย็นที่ทางเรียวกังเตรียมไว้ก็เป็นปลาเสียด้วย หน้าตาเมนูมื้อเย็นก็เหมือนจะอิ่ม แต่ก็ยัดข้าวไปเยาะๆก็ช่วยได้อ่ะค่ะ

กลับลงมาตอน4ทุ่มเพื่อแช่ออนเซนกลับพบว่าทุกห้อง ทุกคน รวมถึงคนดูแล ปิดไฟนอนกันหมดแล้ว?? โอเค ปิดไฟได้ ดิฉันก็เดินไปเปิดใหม่ได้ แช่ออนเซนเสร็จกลับขึ้นมา เปิดฮีตเตอร์ ก็มีแต่กลิ่นน้ำมันคลุ้งเต็มห้องไปหมด จนต้องปิด และกลับมาจับแมลงต่อจนหมด เช้าตื่นมาโคตรช๊อกว่า คือแมลงมันมาอีกแล้วววว เปิดประตูไปพบกับภาพคนดูแลกำลังเอาเครื่องดูดฝุ่นดูดแมลงอยู่จ้า ช๊อกไปอี๊กกก เรารีบหนีไปจากที่นี่กันเถาะก่อนที่จะช๊อกจนหมดสติและโดนแมลงเขมือบเรา …มองบนและโบกมือลาที่นี่ไปแบบไม่หันหลังกลับ พอกันที ไม่มาอีกล้าวววววว

โองามะออนเซน(Ogama Onsen)
พักค้างคืน 10,500-12,500 เยน รวมอาหาร 2 มื้อ
Tazawako tazawa aza sendatsuzawa kokuyurin, Senboku-City, Akita, Japan.
ราคาค่ารถบัส ไป-กลับ : 1,640 เยน

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง