ramune

พิพิธภัณฑ์ รามูเนะ Ramune เครื่องดื่มซ่ายอดฮิต ประวัติยาวนาน ณ Shizuoka

Posted by :

พิพิธภัณฑ์ รามูเนะ (Ramune) แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ตั้งอยู่ที่เมืองชิมิซุ (Shimizu) จังหวัดชิซุโอะกะ (Shizuoka) เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดจิ๋วตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้า S-Pulse Dream Plaza บริเวณชั้น 1 โซน Supermarket

เครื่องดื่มอัดลม หรือเครื่องดื่มอัดก๊าซ มีหลากหลายรสชาติให้เลือกสรร

รามูเนะ (Ramune) เครื่องดื่มยอดฮิตประจำชาติของประเทศญี่ปุ่น น้ำอัดลมซาบซ่าที่ยอดขายพุ่งแรงแซงทางโค้งในช่วงหน้าร้อน ดับกระหาย ชื่นใจ คลายร้อน

เครื่องดื่มอัดลมมีประวัติที่มาอันยาวนาน ตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณในยุคสมัยคลีโอพัตรา

ในปี 1853 ชาวตะวันตกได้นำน้ำมะนาวโซดา หรือที่เรียกว่า Lemonade เข้ามาเผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นจุดกำเนิดของรามูเนะ ขวดมีสีเขียว ผอมและยาว ชาวญี่ปุ่นจึงเรียกว่า ขวดแตงกวา

1863  มีการผลิตเครื่องดื่มอัดลมเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น โดยบริษัทของชาวตะวันตก

1887  มีการนำเข้าขวดที่มีการบรรจุลูกแก้ว(ขวดรามูเนะ)อยู่ภายในขวดเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น

1892  ญี่ปุ่นสามารถผลิตขวดรามูเนะได้เป็นครั้งแรก

1899  เครื่องดื่มไซเดอร์ของประเทศญี่ปุ่นได้ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองโยโกฮามา โดยใช้ชื่อว่า คินเซ็นไซเดอร์ (金線サイダー) คำว่าไซเดอร์ (Cider) มาจากภาษาฝรั่งเศสที่หมายถึง เหล้าแอปเปิ้ล ในปีเดียวกันนั้น มี Beer Hall เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นที่ย่าน Ginza

1900  มีการนำเข้าฝาขวดมาจากประเทศอังกฤษ

1903  ญี่ปุ่นสามารถผลิตฝาขวดได้เอง แทนการนำเข้าจากประเทศอังกฤษ

1904  มีการใช้ฝาขวดกับคินเซ็นไซเดอร์ (金線サイダー) ตั้งแต่นั้นมา เครื่องดื่มที่ใช้ฝาปิดก็ถูกเรียกว่า “ไซเดอร์” ส่วนเครื่องดื่มที่บรรจุในขวดที่มีลูกแก้วบรรจุก็ถูกเรียกว่า”รามูเนะ”

1921  เป็นยุคทองของเครื่องดื่ม รามูเนะ โดยทั่วประเทศญี่ปุ่นมีผู้ผลิตถึง 1143 ราย เป็นที่รู้จักกันอย่างแผ่หลายมาจนถึงปัจจุบัน

เครื่องสำหรับบรรจุ เครื่องดื่มรามูเนะ สมัยโบราณ

ขวดแก้วรูปทรงหลากหลายสำหรับบรรจุเครื่องดื่มรามูเนะ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

จุดเด่นของรามูเนะ ที่สร้างภาพจำ และสร้างความตื่นตาตื่นใจก่อนดื่มนั่นก็คือ รูปลักษณ์ของขวด ที่เป็นขวดแก้ว โดยส่วนบนของขวดจะบรรจุลูกแก้วที่ทำหน้าที่กันก๊าซภายใน เมื่อต้องการดื่มก็เพียงแค่กดส่วนฝาขวด ลูกแก้วจะหล่นลงมา ทำให้เกิดความซ่าของก๊าซที่บรรจุอยู่ภายใน และอีกหนึ่งความลับคือบริเวณคอขวดจะมีรอยบุ๋ม เป็นตัวช่วยไม่ให้ลูกแก้วหล่นไปจนถึงด้านล่างขวด

รามูเนะมีหลากหลายรสชาติทั้ง รสดั้งเดิม (Original) รสผลไม้ รวมไปถึงรสพิเศษต่างๆ ที่บางรสชาติก็เป็นรสชาติที่ทำให้เกิดความประหลาดใจและอยากลิ้มลอง

เครื่องดื่มรามูเนะ รสวาซาบิ

เครื่องดื่มไซเดอร์ รสขนมปังไส้ถั่วแดง

เครื่องดื่มไซเดอร์ รสขนมปังแกงกะหรี่

เครื่องดื่มไซเดอร์ รสเฉพาะที่จำหน่ายที่พิพิธภัณฑ์มารูโกะ อ่านรีวิวพิพิธภัณฑ์มารูโกะได้ที่ https://www.jgbthai.com/maruko-shizuoka/

ใครที่มีโอกาสได้มาท่องเที่ยวที่เมือง Shimizu อย่าลืมที่จะแวะมาลิ้มลองเครื่องดื่มรามูเนะ หลากหลายรสชาติ ที่รอคอยสร้างความประหลาดใจให้ทุกท่านอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ขนาดจิ๋วแห่งนี้

พิพิธภัณฑ์ รามูเนะ (Ramune) ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้า S-Pulse Dream Plaza 

บริเวณชั้น 1 โซน Supermarket

สามารถเดินทางจากสถานี Tokyo สำหรับผู้ที่มีตั๋ว JR Pass สามารถใช้ตั๋ว JR Pass นั่งรถไฟชิงกันเซ็นได้ (ตั๋วJR Pass มีให้เลือกหลายแบบขึ้นอยู่กับการใช้งานและความต้องการของผู้เดินทาง สามารถเลือกตามภูมิภาคที่เดินทางหรือแบบครอบคลุมทั่วประเทศญี่ปุ่น) ทำให้ระยะเวลาในการเดินทางสั้นลงและรวดเร็วยิ่งขึ้น แถมยังสามารถจองที่นั่งได้ฟรี จากสถานีโตเกียวนั่งชิงกันเซ็งสาย Tokaido-Sanyo Shinkansen มาลงที่สถานี Mishima และนั่งรถไฟสาย JR Tokaido Line ต่อมาจนถึงจุดหมายปลายทาง คือ สถานี Shimizu ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที และสามารถขึ้น Shuttle bus ฟรี ที่หน้าสถานี Shimizu มายังจุดหมายปลายทางคือ ศูนย์การค้า S-Pulse Dream Plaza หรือเดินเท้าชมทิวทัศน์ความงาม 2 ข้างทาง โดยใช้เวลาประมาณ  25 – 30 นาที

เวลาเปิดปิด 10:00 – 20:00

ภายในห้างสรรพสินค้ามีทั้งหมด 4 ชั้น (1F – 4F)

ค่าเข้าชม เข้าชมฟรี

อินเลิฟเจแปน อยากแบ่งปันเรื่องเจแปนที่รัก

ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค่ะ มือใหม่หัดเขียน

ขอบพระคุณที่ติดตามนะคะ

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง