พื้นที่มหัศจรรย์ ที่ราบสูงมิดะกาฮาระ/ไดนิจิไดระ

Posted by :

ธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งแหล่งชาร์จพลังงานที่ช่วยให้ใครหลายคนผ่อนคลายจากความตึงเครียดและเหนื่อยล้าจะเรื่องราวต่างๆ ได้ ฉะนั้นสถานที่ธรรมชาติอันเขียวขจีในวันนี้นอกจากจะเป็นสถานที่ชาร์จพลังจากธรรมชาติแล้ว ที่แห่งนี้ยังจัดเป็นหนึ่งในเส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะ เส้นทางชมกำแพงหิมะขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ สถานที่แห่งนี้ก็คือ ที่ราบสูงมิดะกาฮาระ/ไดนิจิไดระ พื้นที่ชุ่มน้ำที่สมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติแห่งเมืองทาเตยามะ

พื้นที่มหัศจรรย์ มิดะกาฮาระ, ไดนิจิไดระ

ที่ราบสูงที่ราบสูงมิดะกาฮาระ/ไดนิจิไดระ (弥陀ヶ原, 大日平) คือที่ราบสูงในเมืองทาเตยามะ จังหวัดโทยามะ ที่มีฉากหลังเป็นทิวเขาไดนิจิ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ด้วยความสูง 1,600-2,100 เมตร ถือว่าที่ราบสูงที่ราบสูงมิดะกาฮาระ/ไดนิจิไดระ ยังสามารถรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศวิทยาเอาไว้ได้ จนทำให้ที่ราบสูงมิดะกาฮาระ/ไดนิจิไดระ  ได้รับการลงทะเบียนในอนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) ในเดือนกรกฎาคม ปี 2012 เนื่องจากพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ อันอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังเป็นทรัพยากรสำคัญต่อชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ และยังเป็นหนึ่งใน 50 สถานที่ในประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับการลงทะเบียนให้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของสนธิสัญญาแรมซาร์อีกด้วย

พื้นที่มหัศจรรย์ มิดะกาฮาระ, ไดนิจิไดระ

ที่ราบสูงมิดะกาฮาระ/ไดนิจิไดระ เป็นพื้นที่ทุ่งหญ้าที่เมื่อฤดูหนาวจะถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวราวกับปุยนุ่น และเมื่ออากาศเริ่มอบอุ่น เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนพื้นที่ที่เคยมีหิมะปกคลุมจะถูกแทนที่ด้วยทุ่งดอกปุยฝ้ายสีขาวที่มีดอกนุ่มราวกับสำลี และสามารถพบแอ่งน้ำขนาดเล็กที่มีชื่อว่า กาคิโนะตะ (Gaki no ta) หรือปล่องภูเขาไฟที่กระจายตัวอยู่เป็นจุดๆ ทั่วที่ราบแห่งนี้ โดยที่รอบๆ แอ่งน้ำจะดอกไม้ พันธุ์ไม้ต่างๆ ออกดอกสวยงามสะท้อนเงาเล่นกับแอ่งน้ำเหล่านั้น สร้างความสวยงามให้กับพื้นที่แห่งนี้มากขึ้นไปอีกค่ะ

พื้นที่มหัศจรรย์ มิดะกาฮาระ, ไดนิจิไดระ

และเมื่อพูดถึงน้ำแล้ว แหล่งน้ำสำคัญของที่ราบสูงมิดะกาฮาระ/ไดนิจิไดระ  แห่งนี้มาจากการละลายของหิมะที่กลายเป็นน้ำและไหลผ่านลงมาทาง น้ำตกโชเมียว (Shomyo) น้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ที่ความสูง 350 เมตร โดยน้ำที่ได้นั้นนอกจากจะเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับพื้นดิน ต้นหญ้า และดอกไม้แล้ว ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในใกล้ๆ บริเวณนั้นก็ยังสามารถนำน้ำมาใช้เพื่อการเพาะปลูกข้าวและใช้ในกิจกรรม การงานอื่นๆ ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ทำให้เราสามารถพบพืชบางชนิดที่จะออกดอกบานสวยงามในช่วงฤดูร้อน และในขณะที่ฤดูใบไม้ร่วงใบไม้จะกลายเป็นสีแดงสดใส หากเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวหิมะจะเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นสีขาวของหิมะแทน

พื้นที่มหัศจรรย์ มิดะกาฮาระ, ไดนิจิไดระ

นับว่าที่ราบสูงมิดะกาฮาระ/ไดนิจิไดระ  แห่งนี้มีความสวยงามตามฤดูกาลที่แตกต่างและตื่นตามากจริงๆ ค่ะ และในส่วนของใครที่ชอบการเดินสำรวจ ที่แห่งนี้มีเส้นทางการเดิมชมอยู่ทั้งหมด 2 เส้นทางด้วยกันค่ะ นั่นคือ เส้นทางที่เราๆ ท่านๆ สามารถเดินชมทั้งเทือกเขาไดนิจิจากทางตอนเหนือและพื้นที่ชุ่มน้ำที่กว้างใหญ่ได้ด้วย หากแต่ในกรณีของการชมเทือกเขาไดนิจิ จากจุดเริ่มต้นใกล้กับน้ำตกโชเมียวซึ่งเป็นปากภูเขาไดนิจิจนถึงที่ราบสูงไดนิจิไดระจะใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมงโดยประมาณค่ะ ซึ่งระหว่างสองข้างทางจะพบกับทัศนียภาพที่งดงามของธรรมชาติที่รอต้อนรับทุกคนอยู่นะคะ

พื้นที่มหัศจรรย์ มิดะกาฮาระ, ไดนิจิไดระ

ที่ราบสูงมิดะกาฮาระ/ไดนิจิไดระ  จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศวิทยาอย่างมาก ทั้งพืชพันธุ์ต่างๆ ที่อาจจะพบได้เพียงในพื้นที่แห่งนี้เท่านั้น ทั้งยังมีสัตว์สำคัญอย่าง นกไรโจ (Raicho bird) หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า นกของเทพเจ้า เหตุที่เรียกแบบนั้นก็เพราะมีการบอกเล่ากันมาตั้งแต่สมัยก่อนว่า หากผู้ใดที่ได้พบเห็นนกไรโจจะได้พบกับความสุขนั่นเองค่ะ นกไรโจเป็นนกที่แม้ว่าผู้คนแถบนั้น หรือนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ท่านๆ ได้ไปเที่ยวชม หากพบเจอกับนกไรโจเข้า และได้เดินเข้าไปใกล้ นกไลโจก็จะไม่หนีเรา แต่ทางที่ดี ชมนกอยู่ห่างๆ ก็จะเป็นการดีที่สุดนะคะ นอกจากนี้นกไลโจยังเป็นนกที่ดำรงเผ่าพันธุ์มาตั้งแต่สมัยยุคน้ำแข็ง ด้วยความที่มีการดำรงอยู่มาได้ยาวนานและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงทำให้นกไลโจได้รับการกำหนดให้เป็นอนุสรณ์พิเศษเชิงธรรมชาติ (special natural monument) อีกด้วยค่ะ

แหล่งท่องเที่ยวสำคัญเช่นนี้ หากใครได้ไปเที่ยวชมและดื่มด่ำกับธรรมชาติของที่ราบสูงมิดะกาฮาระ/ไดนิจิไดระ สักครั้งแล้วล่ะก็ ถือว่าเป็นกำไรชีวิตเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะธรรมชาติที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์แบบนี้นับวันยิ่งหาได้ยากยิ่งแล้วค่ะ และสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีแผนที่จะเดินทางไปในอนาคต ก็อยากให้ช่วยกันดูแล ทำตามกฎกติกาของสถานที่นั้นๆ ด้วยนะคะ เพื่อให้ความสวยงามของธรรมชาติแบบนี้ได้คงอยู่ไปนานๆ ค่ะ

ข้อมูลจาก
http://www.tateyama-inc.jp/2_17.html
https://kanko.town.tateyama.toyama.jp/thai/ramsar.html
https://foreign.info-toyama.com/th/spot/?spot_id=80&ret_list_p=7

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด