ขอพรศาลเจ้า Meiji Jingu ที่โอบล้อมด้วยป่าใจกลางเมือง ณ ฮาราจูกุ

Posted by :

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) เป็นศาลเจ้าชินโต ที่สร้างขึ้นเมื่อปี เมื่อปี ค.ศ. 1920  เพื่ออุทิศถวายแด่ด่วงวิญญาณของสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ และสมเด็จจักรพรรดินีโชเก็ง พระพันปีหลวง  โดยชาวญี่ปุ่นได้มีส่วนร่วมในการเป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้าเมจิ ด้วยการช่วยกันบริจาคต้นไม้กว่า 100,000 ต้น เพื่อปลูกเป็นป่ารอบๆ ศาลเจ้า จนได้กลายมาเป็นป่ากลางเมืองโตเกียว สถานที่แห่งนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นตลอดทั้งปี เนื่องจากบริเวณระหว่างทางเดินเข้าไปศาลเจ้าเมจินั้น ประกอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินในป่า อากาศบริสุทธิ์ ร่มรื่น เหมือนอยู่กับอีกโลกที่วุ่นวายของโตเกียวเลยทีเดียว


เวลาทำการ: พระอาทิตย์ขึ้น 05:00 น. – 06:40 น. จนถึงพระอาทิตย์ตก  16:00 น. – 18:30 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

การเดินทาง : ศาลเจ้าเมจิอยู่ใกล้กับ JR Harajuku Station และ Yoyogi Station เดินประมาณ 10 นาทีจากประตูที่มีเสาไม้โทริอิขนาดใหญ่ตรงสะพาน Jingu Bashi

  • นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote ลงที่สถานี Harajuku Station จากนั้นเดิน เดินประมาณ 10 นาที
  • นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Chiyoda หรือ Fukutoshin ลงที่สถานี Meiji-Jingumae  หรือ Harajuku Station
  • จาก Yoyogi Station เดินประมาณ 10 นาที

เมื่อออกจากสถานีมาจะเจอกับสะพานหิน (Jingu Bashi ) จากนั้นเดินข้ามไปจะเจอลานกว้างๆ และพบกับเสาโทริอิ (Torii) ขนาดใหญ่ จากจุดนี้ต้องเดินเข้าไปด้านในอีกประมาณ 10 นาที จึงจะถึงอาคารหลักของศาลเจ้า (Main Shrine Building)

จุดนี้นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปกันเยอะมากค่ะ ทางเข้าไปยังศาลเจ้าล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียว เป็นเหมือนป่ากลางกรุงในโตเกียว สงบ ร่มรื่นมากค่ะ

เมื่อเดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็จะเจอกับถังสาเกวางเรียงรายและมีลวดลายสวยงาม ถังใหญ่พอสมควรค่ะ

ส่วนฝั่งตรงข้ามจะเป็นถังไวน์ ใหญ่พอๆกับถังสาเก ทั้งสาเกและไวน์นี้มีคนบริจาคให้ศาลเจ้าไว้ใช้สำหรับดื่มเพื่องานศิริมงคลในโอกาสต่างๆ ค่ะ เช่น วันปีใหม่ วันแต่งงาน เป็นต้น

เดินมาอีกหน่อยจะเจอกับทางแยกให้เลี้ยวซ้าย หรือเดินตรงไป โดยเดินลอดเสาโทริอิไป (ส่วนเราเดินตรงไปแล้วขากลับจะมาออกอีกทางนึง คือทางแยกที่เลี้ยวซ้าย แต่เราไม่ได้เลี้ยวนั่งเอง)

เมื่อเดินมาเรื่อยๆจนเจอกับเสาโทริอิ (Torii) ถ้าทำตามแบบคนญี่ปุ่นเวลาเดินผ่านเสาโทริอิ (Torii) ก็ต้องโค้งทั้งขาเข้าและขาออกนะคะ เดินผ่านเข้าไปจะถึงอาคารหลักของศาลเจ้า (Main Shrine Building)

อาคารหลักของศาลเจ้า (Main Shrine Building)

มาถึงแล้วจ้า ขนาดมาช่วงเย็นแล้วยังมีนักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร มีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่นอยู่ทั้งสองฝั่ง

ศาลเจ้าเมจิ ในช่วงเทศกาลปีใหม่จะได้รับความนิยมมากที่สุดของชาวญี่ปุ่นในการมาขอพร ซึ่งจะมีชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติมาที่ศาลเจ้าในช่วงปีใหม่กว่า 3 ล้านคน ซึ่งคนจะเยอะมากจนต้องเข้าคิว นอกจากนั้นแล้วศาลเจ้าแห่งนี้ก็ยังนิยมใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานแบบชินโตด้วยอีกด้วยค่ะ

เนื่องจากเรามาถึงที่นี่เย็นมากแล้ว จึงไม่ได้เดินเข้าไปข้างใน

บริเวณซุ้มแผ่นไม้ เอะมะ (Ema)

คือแผ่นไม้ไว้ให้สำหรับผู้ที่มาสักการะศาลเจ้าเขียนคำอธิษฐานหรือความปรารถนาเพื่อขอพร แล้วนำไปแขวนไว้ตรงบริเวณที่ทางศาลเจ้าจัดไว้ให้ เป็นวิธีแบบดั้งเดิมในการส่งคำอธิษฐานไปขอต่อเทพเจ้า ถ้าใครต้องการเขียนข้อความซื้อได้นะคะแผ่นละ  500  Yen

บริเวณแถวๆศาลเจ้าเมจิจะมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก สามารถแวะทานอาหารหรือนั่งพักได้นะคะ ถ้าใครมาเที่ยวเดินเล่น หรือช้อปปิ้งแถวฮาราจูกะ แนะนำว่าห้ามพลาดศาลเจ้าเก่าแก่แห่งนี้ค่ะ

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด