5 จุดเที่ยวเกียวโตครั้งแรก นั่งบัสจากสนามบินชูบุเซ็นเเทรร์ นาโกย่า – เกียวโต (Kintetsu Bus)

พาไปเที่ยวเกียวโตเมืองหลวงเก่าญี่ปุ่น ที่มีอายุกว่า 1,200 ปี ในแบบไปครั้งแรก ใช้เวลา วัน นอน คืนในเกียวโต นั่งรถเมล์เที่ยวไปรอบเมืองจุดเช็คอินเด็ดๆ แบบว่ามือใหม่ ไปครั้งแรกยังไงก็ต้องจัด นี้เป็นการเดินทางไปเที่ยว เกียวโต(Kyoto) ครั้งแรกของพวกเรา “สะดุดตา” หลังจากที่ได้เดินทางไปหลายเมืองในญี่ปุ่น แต่ก็แปลกใจว่านี้เรายังไม่เคยไปเกียวโตจริงๆจังๆสักครั้งเลยนะ เอาละมาลองวางแผนแล้วไปเที่ยวกัน เราจะเก็บข้อมูลและแนะนำเพื่อนให้มาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองกันแบบง่ายๆ

KyotoBus-trip Kintetsu nagoya-kyoto

การเดินทางในทริปนี้ของเรา เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อมาลงที่สนามบินนานาชาติชูบุเซ็นเเทรร์ นาโกย่า แล้วจะนั่งรถบัสตรงไปยังโตเกียวแบบไม่รอช้า ถึงปุ๊บเราจะออดเที่ยวกันบั๊บแบบไม่ให้เสียเวลาไปเปล่าๆ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า เดี๋ยวนี้ การจะไปเกียวโต สามารถเดินทางจากสนามบินนาโกย่า หรือ สนามบินชูบุเซ็นเเทรร์ ได้ด้วย และยังได้โปรโมชั่นที่น่าจัดมากๆ ด้วยการเดินทางด้วยรถบัสอีกด้วย ถ้าใครเดินทางมาด้วยสายการบินไทย มาลงนาโกย่าแล้วละก็ เขามีตั๋วรถบัสให้ ฟรี!! ทั้งไปกลับ สำหรับการเดินทางไปเกียวโต แต่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินจากบริษัทที่เขามีโปรนี้เท่านั้น ซึ่งผมจะแนบภาพโปสเตอร์ของโปรนี้ไว้ให้นะครับ ท้ายโปสเตอร์จะมีรายชื่อบริษัทที่ติดต่อได้

แต่ถ้าใครไม่ได้จองมากับบริษัทที่ว่า เราก็จะต้องมาซื้อรถบัสเข้าเกียวโตเอง ราคาคนละ 4,000 เยน/เที่ยว หรือประมาณ 1,200 บาท ซื้อได้ที่ Tourist information center ภายในสนามบินหรือ จะตู้อัตโนมัติที่ชั้น 1 หน้าสถานีรถบัสก็ได้เช่นกันครับ 

KyotoBus-trip Kintetsu nagoya-kyoto

ตลอดทั้งทริปนี้ของเราจะเป็นการเดินทางด้วยรถบัส ซึ่งผมว่าประหยัดและตรงเวลาดีนะครับ สะดวกสบายด้วยครับแผนการเดินทางของเรา ในทริปนี้คือ จากสนามบินนาโกย่า ไป เที่ยวเกียวโต (Kyoto) 1คืน นอนคานาซาวะ (Kanazawa) 1คืน นอนทาคายาม่า (Takayama) 1คืน แล้วเดินทางกลับมามาที่สนามบินนาโกย่า ขึ้นเครื่องกลับเมืองไทย รวมแล้วคืน 4วัน 

สำหรับรีวิวนี้ขอแนะนำที่ วันแรกของการเดินทางก่อน ซึ่งเราจะนอนที่เกียวโต แผนคือนั่งรถเมล์เที่ยวรอบเกียวโต จุดหลักๆ และดินเนอร์มื้อพิเศษสุดในแบบฉบับเกียวโต ชมความเป็นญี่ปุ่นแบบต้นฉบับด้วยการแสดงไมโกะ และเดินชมสวนญี่ปุ่น นั่งรถบัสชมเมืองเกียวโตยามค่ำ 

วันที่ 1 ของทริปการเดินทาง 

ผมเดินทางด้วยสายการบินไทยเที่ยวบิน TG644 ลงเครื่องที่สนามบินชูบุเซ็นเเทรร์ นาโกย่า เวลาประมาณ 8.00 . ที่สนามบินนี้ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองไม่นานมากครับ ไม่น่าเกิน 15 นาที ซึ่งนับว่าเร็วมากทีเดียวก็อกกมารับกระเป๋าเรียบร้อย ผมเคยเจอบบางที่ นานเป็นชั่วโมงกว่าจะผ่าน ตม. มาได้เพราะคิวยาวจนล้น ทำให้แผนการเที่ยวเกือบไม่ทัน แต่ที่นี่สบายๆทำเวลาได้ดีมาก

สถานีรถบัสก็อยู่ติดกับตึกอาคารผู้โดยสารสะดวกมากครับ เดินไปนิดเดียวมีป้ายบอกชัดเจน มีรถบัสเที่ยว 10:00 น. จะถึงเกียวโต เวลา 12.40 . ซึ่งตรงเวลามากๆ คนก็น้อย เป็นรถของ Meihan Kintetsu Bus ซึ่งเป็น Non-stop Express Limousine Bus วิ่งตรงถึงเกียวโตเลย นอนหลับไปได้ยาวๆไม่ต้องไปต่อรถที่ไหน บนรถบัสมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งห้องน้ำ ฟรี WIFI เบาะนั่งสบาย มี USB PORT ชาร์ตแบตได้ด้วย 

12.40 . เราก็เดินทางมาถึงสถานีรถไฟเกียวโต ตรงตามเวลาเป๊ะ ที่พักที่เราจองไว้อยู่ไม่ไกลครับ เดินได้ 5นาทีถึง 100เมตรจากจุดที่ลงรถบัสเท่านั้นเอง รอบๆสถานีรถไฟเกียวโตเต็มไปด้วยศูนย์การค้า โรงแรมหลายแห่งครับ การเลือกนอนบริเวณนี้จึงสะดวกทั้งการเดินทางเที่ยวและสถานีรถไฟเกียวโตยังเป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าเที่ยวมากๆอีกด้วยครับ 

ก่อนจะไปแนะนำที่เที่ยวในเกียวโตกัน เราจะเอาของไปฝากที่โรงแรมที่เราจองห้องไว้ก่อนครับ (ฝากที่โรงแรมฟรี) แล้วออกไปเที่ยวแบบตัวเบาๆ คืนนี้เรานอนกันที่ โรงแรม Sotetsu Fresa Inn Kyoto Hachijoguchi คืนละ 3,000 บาท

จุดเที่ยวเกียวโต มาครั้งแรกนั่งรถบัสเที่ยวได้ก่อนอื่นพาไปหาไอเท็มเด็ดไว้เที่ยวก่อน ซื้อบัตร Two day pass in Kyoto ใบละ 1,700 เยน จะกี่เที่ยวกี่รอบก็ได้ใน 2วัน สำหรับใช้นั่งรถเมล์ และรถไฟใต้ดิน ในเกียวโต ซึ่งซื้อได้ที่ Kyoto city bus & Subway information Center ที่หน้าสถานีรถไฟเกียวโต หรือที่ตู้อัตโนมัติ หรือจะซื้อที่ที่ขายตั๋วรถไฟฟ้าใต้ดินก็ได้

1. สถานีรถไฟเกียวโต (Kyoto Station) เป็นศูนย์รวมการเดินทางในเกียวโต เป็นศูนย์กลางของเมือง ทั้งรถไฟ รถไฟใต้ดิน รถบัส Taxi อยู่ที่นี้หมด เราสามารถไปทุกที่ได้จากจุดนี้ และ ยังเต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้ง และโรงแรมที่พักอยู่รายรอบ ฝั่งตรงข้ามเป็นเกียวโตทาวเวอร์ (Kyoto Tower)  มีมุมถ่ายรูป และการพักผ่อนหลายจุด ด้วยรูปแบบ

บันไดเปลี่ยนสี สถานีรถไฟเกียวโต ซึ่งตอนค่ำๆของทุกวันจะเปิดไฟประดับสวยมากๆ บันไดมีความสูง7ชั้น ทุกขั้นติดหลอดไฟ LED เปลี่ยนสีแปลงเป็นรูปภาพสวยงามประกอบเพลงเบาๆ นักท่องเที่ยวต่างก็นิยมขึ้นมาถ่ายภาพกัน เป็นสีสันของสถานีเกียวโต ภาพที่เห็นนจะเปลี่ยนวนไปเรื่อยๆทุกๆ5นาที ช่วงไหนที่มีงานเทศกาลก็จะมีภาพสวยๆตามเทศกาลด้วยนะ ไฟที่บันได้จะเปิดการแสดงถึง ทุ่มนะครับ

ก่อนจะนั่งรถเมล์ไปเที่ยวกัน ไปหาไอเท็มอีกอัน เพื่อให้การเที่ยวสนุกขึ้นเราไปเช่าชุดยูกะตะ ใส่แบบคนญี่ปุ่น ไปเดินเที่ยวบรรยากาศเมืองเก่ากัน ที่ร้าน Wargo ในตึก Kyoto Tower ซึ่งอยู่ตรงข้ามสถานีเกียวโต ที่ชั้น3 เช่าชุดแบบแพคเกจคู่ 5,600 เยน ได้ชุดผู้ชาย ผู้หญิง มาใส่กันคนละชุด ซึ่งเขาบริการแต่งตัวให้แบบเนียบมาก ใส่เองคงไม่เป๊ะขนาดนี้ 

ได้ชุดแล้ว มีบัตรรถเมล์แล้วไปเที่ยวกันต่อครับ 

2. วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu) หรือ วัดน้ำใส เป็นวัดดังที่สุดในญี่ปุ่นวันนึงเลยละครับ เพราะมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ และยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (UNESCO world heritage sites) วัดนี้สร้างขึ้นในปี .. 780 เก่าแก่นับพันปี ที่ชื่อวัดน้ำใสเพราะ มีน้ำตามธรรมชาติจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ไหลผ่านตัววัดนั้นเอง มีจุดชมวิวที่สวยงามระดับแลนมาร์คใครไปก็ถ่ายจุดนี้ แต่วันที่เราไปปิดซ่อมบางจุด ซึ่งมองเห็นเมืองเกียวโต มีอาคารไม้โบราณขนาดใหญ่ สูงถึง 13 เมตรจากพื้นดิน เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ยังเป็นจุดชมซากุระ และชมใบไม้แดงที่ขึ้นชื่อของเกียวโตอีกด้วยนะ

บริเวณรอบๆตัววัดยังเป็น ย่านการค้าที่มีบรรยากาศแบบเมืองเก่าโบราณ นี้ละครับที่เหมาะมากในการใส่ชุดยูกะตะเดินเล่น ถ่ายรูปเดินกินไปเพลินๆ นักท่องเที่ยวนิยมใส่ชุดยูกะตะมาเดินเล่นกันมากทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

แต่เราคงเดินเล่นที่นี้ไม่ถึงเย็นครับ เพราะเราจองตั๋วรถบัส Kyoto Sightseeing Bus ไว้ตอนเย็น รีบไปคืนชุดก่อนครับ

 

3. Kyoto Sightseeing Bus Maiko Dance & Kyoto Night View คนละ 8,500 เยน (ตั้งแต่เดือนตุลาคม ราคา 8,950 เยน) เป็นมื้อค่ำอาหารญี่ปุ่นแสนพิเศษ พร้อมชมการแสดงไมโกะ (Maiko) แสดงที่งดงาม เป็นหนึ่งในวัฒนธรรม และธรรมเนียมโบราณของประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก มันก็คือการแสดงของ เกอิชา นั้นเองครับ แต่จะต่างตรงที่ไมโกะ (Maiko) คือ วัยรุ่นหรือเด็กสาวอายุ 15-20 ปี ที่กำลังเรียนรู้วิถีของเกอิชา (Geisha) พวกเธอจะแต่งหน้าขาว ทาปากแดง ทำผมแบบโบราณ ใส่กิโมโนสวยๆ

เมื่อชมการแสดงจบเราได้มีโอกาสเดินชมสวนญี่ปุ่นสวยๆ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เรามากินอาหารค่ำ และรถบัสยังพาเราไปถึงจุดชมวิวบนเขาเพื่อมองลงมายังเมืองเกียวโตยามค่ำคืน ที่ทำเอาทุกคนร้องว้าวกันเลย สวยมากๆ ก่อนจะเดินทางกลับมาส่งที่จุดเดิมคือ สถานีรถไฟเกียวโต ใครสนใจ มื้อค้ำสไตล์นี้ ซื้อบัตรได้ที่ Kyoto Sightseeing Bus หน้าสถานีรถไฟเกียวโต

วันที่ 2 ของทริปการเดินทาง 

4. วัดคิงกะกุ (Kinkakuji) หรือ วัดทอง เป็นอีกจุดนึงที่นั่งรถเมล์มาเที่ยวได้ไม่ยาก และควรมากๆที่จะมาที่นี่ถ้าคุณมาเกียวโตเป็นครั้งแรก เพราะที่นี่ เป็นเหมือนอีสัญลักษณ์ของเกียวโตเลยล่ะ วัดคิงกะกุ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปี .. 1994 มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมากคือ อาคารปราสาทสีทองอร่ามตั้งอยู่กลางน้ำ ในอดีตที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็น ที่พำนักของท่านโชกุนอาชิกาก้า โยชิมิสุ (Ashikaga Yoshimitsu) และแขกคนสำคัญเท่านั้น ภายหลังเมื่อท่านเสียชีวิตไปแล้ว ที่พักแห่งนี้จึงกลายมาเป็นวัดในนิกายเซน แล้วก็เป็นวัดวัดคินคะคุจิ จนถึงปัจจุบัน ที่นี่มีค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 400 เยน

5. ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama Bamboo Groves) จุดนี้เห็นใน IG บ่อยมากจนอยากมาเห็นของจริง ภาพที่ถ่ายกันบ่อยๆ เวลามาเที่ยวเกียวโต ก็เลยอากไปถ่ายภาพนี้บ้าง นั่งรถเมล์มาถึงได้ไม่ยากเช่นกัน ทางเข้าสวนป่าไผ่อยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าของวัดเทนริวจิ (Tenryu-ji Temple) จุดนี้ไม่เสียเงิน แต่ถ้าเข้าชมวัดจะมีค่าเข้า 500เยน  วัดเทนริวจิ (Tenryu-ji Temple) เป็นหนึ่งในห้าวัดที่สำคัญที่สุดของนิกายเซน และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ ในปี 1994

ยังมีเวลากลับมาช้อปปิ้งที่ ร้านดองกี้ Don Quijote Kyoto ที่ตั้งอยู่ในศุนย์การค้า Avanti ซึ่งเชื่อมกับสถานีเกียวโต เรากลับมากินอาหารเที่ยงกันที่นี่ด้วย ก่อนที่บ่ายนี้เราจะเดินทางไป Kanazawa 

ถ้าเพื่อนมีเวลาเพิ่มอีก เกียวโตยังมีอีกหลายแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ แต่สำหรับพวกเราแผนการเดินทางเที่ยว เราจะเดินทางไป Kanazawa – Shirakawa go – Takayama – Kamikochi – และกลับขึ้นเครื่องที่สนามบินชูบุเซ็นเเทรร์ แต่คงจะขอไปต่อในรีวิวตอนหน้า สำหรับเที่ยวโตเกียวมือใหม่มาครั้งแรก ผมว่า 5ที่นี่คือจุดที่เราประทับใจและเดินทางเที่ยวได้ไม่ยาก จะกลับไปสนามบินชูบุเซ็นเเทรร์ โดยนั่งรถบัสตรงจากเกียวโตเลยก็ยังได้ นั่งรถ Meihan Kintetsu Bus วิ่งตรงถึงเลย ถ้ามีโปรโมชั่นของการบินไทย ก็จะได้ตั๋วฟรีทั้งไปและกลับ ยิ่งประหยัดขึ้นไปอีก 

รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณของการเที่ยวเกียวโต ครั้งนี้ สำหรับ คน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน)

  • ค่าที่พัก 3000 บาท
  • ค่าเดินทางรวม 11,400 ประมาณ 3,300 บาท
  • กิจกรรมท่องเที่ยว รวม 24,400 เยน ประมาณ 7,000 บาท
  • กิน 6,000 เยน ประมาณ 1,800 บาท
  • ช้อปปิ้ง 15,000 เยน ประมาณ 4,500 บาท

รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 19,600 บาท 

แต่สำหรับใครที่จะตามเราไปเที่ยวกันต่อ อีก 2  คืน 3 วัน ฝากติดตามต่อในบทความหน้านะจ๊ะ 

อ่านต่อ ตอน2 : Kanazawa – Shirakawa go – Takayama – Kamikochi – และกลับขึ้นเครื่องที่สนามบินชูบุเซ็นเเทรร์