ฟูจิซัง…ใครว่าปีนง่าย? เพราะเส้นทางง่ายๆ เราไม่ไป (Climbing Mount Fuji : Gotemba – Subashiri Trail)

“Fujisan…ใครว่าปีนง่าย? เพราะเส้นทางง่ายๆเราไม่ไป”

ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ทำตามความฝันสำเร็จอีกครั้ง
ฝันที่จะได้ไปยืนอยู่บน “ฟูจิซัง” ภูเขาที่สูงที่สุดของประเทศญี่ปุ่น
และนี่คือการไปญี่ปุ่นครั้งแรกของฉันด้วย
แล้วโอกาสนั้นมันก็มาถึงจริงๆ เมื่อเพื่อนรุ่นพี่ที่นิยมเดินป่าด้วยกันเอ่ยชวน
แต่การชวนครั้งนี้มาพร้อมข้อเสนอที่ยากสุดๆ
นั่นคือ… เราจะขึ้นฟูจิด้วยเส้นทางที่ยากที่สุด ^^!

จากที่บทความก่อน ได้แนะนำการเตรียมตัวก่อนการปีนภูเขาไฟฟูจิมาแล้ว ใครยังไม่ได้อ่าน เชิญค่าาา…

จะไปปีนภูเขาไฟฟูจิ ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง (Part 1 การเดินทางและที่พัก)

จะไปปีนภูเขาไฟฟูจิ ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง (Part 2 การเตรียมตัวและหัวใจ)

การขึ้นฟูจิครั้งนี้ เราเลือกเส้นทางขึ้นมาจากบ้าน คือเส้นทาง Gotemba trail ด้วยว่า สมาชิกของทีมอยากลองพิสูจน์ความแข็งแกร่งและไม่เหมือนใคร  ส่วนขาลงนั้น ตั้งใจจะกลับลงทางเดิมเช่นกัน แต่เกิดเหตุเปลี่ยนแผนกะทันหัน จากการตัดสินใจบนยอดเขา และคิดว่าเส้น Subashiri Trail น่าจะช่วยย่นระยะเวลาไปยังเมืองโกเทมบะได้มากกว่าเส้นเดิม  จึงกลับลงทาง Subashiri Trail แต่หารู้ไม่ว่า… เป็นทางลงที่ยากที่สุดเลย
[ข้อมูลและภาพจากการปีนภูเขาฟูจิเมื่อวันที่ 8-9 สิงหาคม 2558 ค่ะ]

เอาล่ะ…. เตรียมตัวกันพร้อมแล้ว ก็ออกเดินทางกันเลยยย !!

สมาชิก ทั้งหมด 8 คน ออกจากที่พัก Fuji-Hakone ที่เมือง Gotemba-Hakone  เรานั่งรถบัสมาที่ Gotemba station เพื่อนั่งรถบัสต่อไปยัง Gotemba 5th station ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นเดินเท้า  เริ่มต้นเดิน 10:00 น. ขาขึ้นของ Gotemba trail เป็นเส้นทางขึ้นทางที่ยากและไกลที่สุดในบรรดาทางขึ้นทั้งหมด 4 ทาง

ไม่ทันจะเหนื่อยก็มาถึงจุดแวะพักชั้นที่ 5 …หารู้ไม่ว่า หลังจากนี้จะไม่ได้เเวะพักสถานีแบบนี้เลยจนมืดค่ำ
เดินกันยาววววว ไม่มีจุดแวะพักหรือห้องน้ำ จนกว่าจะถึงที่พักที่สถานี 7.9 ทีเดียวเลยตอนสามทุ่ม

พื้นเป็นลานทรายภูเขาไฟร่วนๆ ตลอดทาง
มีหมอกหนาวพัดมาเป็นระยะๆ ทางชันๆ ประมาณ 30-45 องศาต่อเนื่อง
ไม่ใช่เส้นทางยอดนิยม จึงมีนักท่องเที่ยวบางตา
และที่น่าตกใจ….เส้นนี้มีนักวิ่งเทรล!! นับถือเลย มาซ้อมวิ่งเเถวนี้

ภาพโดยรวมของเส้นทางโกเท็มบะ เทรล สู่ยอดเขาฟูจิซัง ฝุ่นๆ ฟุ้งๆ
ดูเหมือนน่าสนุก แต่เอาเข้าจริงมันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ
มองหันหลังกลับไป เริ่มเห็นแสงแดดรำไรสาดส่องมา เผยให้เห็นวิวบ้าง

ประมาณความสูง 2000 เมตร++
เห็นยอดฟูจิซังครั้งแรก หลังจากเดินเท้ามาร่วมครึ่งค่อนวัน
แต่…ผ่านไปร้อยเมตร สองร้อยเมตร วิวก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก
ทางนี้ยากจริง ร่วนนๆๆหล่นๆๆ และมีบางช่วงที่ชันมากเหมือนกัน

Gotemba trail ช่วงเวลาเกือบ 6 โมงเย็น  เหลืออีกประมาณ 3 ชั่วโมงถึงจะถึงที่พัก
มีช่วงนึงฟ้าเปิดเห็นยอดฟูจิแบบชัดๆ  และเมฆวิ่งผ่านแบบสวยมาก
ตอนนี้เริ่มหนาวแล้ว หยิบเสื้อกันลมมาใส่
สักพักทนไม่ไหว หยิบกันหนาวมาใส่อีกชั้น และที่สำคัญคือไฟฉายคาดหัว!!

แสงสีเมื่อยามพระอาทิตย์ตก
ด้วยว่าเส้นทางนี้อยู่ทางฝั่งทิศตะวันออก ดังนั้นจึงไม่เห็นพระอาทิตย์ตก
แต่ว่า เราได้พบกับการเต้นระบำของแสงสียามเย็นที่สวยงามยิ่งนัก!!

ช่วงทางเดินตรงนี้เป็นทางซิกเเซก เพื่อปรับระดับตามความสูง
ทำทางเรียบดีและมีเชือกกั้นระหว่างสองข้างทาง
แต่พอมืดแล้วก็ค่อนข้างอันตราย ไฟฉายจึงสำคัญมาก

ระหว่างทางไปยังที่พักที่สถานี 7.9 นั้น เพื่อนในทีมหายใจไม่ทันเพราะอากาศเบาบาง
เลยได้เอาออกซิเจนกระป๋องขึ้นมาสูดพักหายใจเป็นครั้งคราว
แล้วก็…อากาศหนาวมากกกก!!

กว่าจะถึงที่พัก ตอน 21:00น. หมดแรงแล้วววว~~

จากเริ่มเดินตอน 10 โมงเช้า จึงรวมขาขึ้นใช้เวลาไป 11 ชั่วโมง…โอ้โหวววว!!

ที่พักเราอยู่ที่ Station 7.9 สูง 3,300 เมตร ซึ่งเป็นที่พักที่สูงที่สุดในเส้นทางนี้
เลยเดินไกลสุด ผ่านบ้านหลายหลังแต่ก็ยังไม่ถึงซะที
ไปถึงก็จ่ายเงินเลย (คนละ 7,000 เยน รวมอาหาร 2 มื้อ)
เราเป็นกลุ่มสุดท้ายที่มาถึง นักท่องเที่ยวคนอื่นเค้าเข้านอนกันไปแล้ว ในบ้านพักจึงปิดไฟมืดหมด
คืนนี้เราได้นอนตรงพื้นเสื่อด้านล่าง ซึ่งตอนนี้เป็นที่นั่งกินข้าวเย็น ซึ่งเป็นข้าวแกงกะหรี่ ยังดีที่อุ่นด้วยนะ
เปิดไฟฉายทานข้าวกัน แล้วก็ต้องเงียบเสียง เพราะคนอื่นนอนกันอยู่ใกล้ๆ เรานี่เอง

ข้างๆเรือนพัก เป็นห้องน้ำ (ห้องส้วม)
บนนี้… น้ำไม่มี ล้างหน้าไม่ได้ แปรงฟันไม่ได้ เสื้อไม่ได้เปลี่ยน เนื้อตัวก็ไม่ไ่ด้เช็ด ทรายที่เท้าก็ไม่ได้เคาะ
กินข้าวเสร็จออกมาฉี่ แล้วกลับเข้าไปนอน เค้ามีฟูตงอุ่นและมีผ้าห่มให้ ก็อุ่นดี และก็นอนมันทั้งตัวเน่าๆ ยังงั้นเลย 555+


วันที่สองของการเดิน

งัวเงียตื่นเช้าชมแสงแรกจากหน้าที่พักสวยสดงดงามน่าประทับใจ ภาพที่เห็นตรงหน้า เป็นแบบนี้เลยยยย…

นี่คือแสงแรกจากหน้าที่พัก บนภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น !!
น้ำตาจะไหล… นี่คือของขวัญจากความเหนื่อยยากมาทั้งวัน (และวันนี้อีกวันนึง)

อาหารเช้า เป็นเบ็นโตะง่ายๆ ไข่ดาว บ๊วยดอง เนื้ออะไรสักอย่าง และซุปมิโสะ ตามด้วยชาร้อน แก้หนาวได้ดีเลย

เรือนนอน เป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านในสุดเป็นดอร์มที่นอนสองชั้น ชิดตลอดแนวผนัง
แต่พวกเรานอนพื้นตรงเสื่อตรงกลาง ที่เรานั่งทานข้าวกันนี่แหละ (ผ้าห่มอุ่นมากๆๆๆ)
ราคาที่พัก ตกราคา 7,000 เยน ต่อคน (รวมค่าอาหาร 2 มื้อ)

ออกเดินทางกันต่อ ตอน 7:30 น. ตอนนี้เมฆหมอกหายไปหมดแล้ว

หินภูเขาไฟบนนี้สีแดงก่ำ และเป็นก้อนใหญ่ๆ ไม่เหมือนทางข้างล่างที่เป็นเม็ดทรายสีดำๆ ร่วนๆ

ถึงเสาโทริอิ แปลว่าถึง…เส้นทางเดินรอบปากปล่องภูเขาไฟแล้วว!!
ยังไม่ถึงยอดเขานะจ้าาาา ต้องเดินไปต่ออีกกก

เมื่อผ่านเสาโทริอินี้ไปได้  จะเห็นปากปล่องภูเขาไฟเลย ตื่นเต้นมากกก
แต่เราต้องเดินเส้นเลียบปากปล่องภูเขาไฟที่มีชื่อว่า Ohachimeguri Trail ไปอีกประมาณ 20 นาที
จึงจะถึงที่จุดสูงสุดที่เป็นยอด Fuji Summit นั้น ซึ่งเรียกว่า Kengamine Peak (3,775.6 เมตร)
บนป้ายบอกทางด้านบนจะใช้คำญี่ปุ่นคำนี้ค่ะ

เส้นทางเดินรอบปากปล่องภูเขาไฟฟูจินั้นมีชื่อเรียกว่า โอฮาจิเมกูริ (Ohachimeguri Trail)
1 รอบมีระยะ 3 km. หรือ ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง และเส้นทางเดินขึ้นภูเขาทั้ง 4 เส้น
จะมาถึงเส้นทางเดินรอบปากปล่องภูเขาไฟนี้…
ซึ่งเส้น Fujinomiya Trail และ Gotemba Trail จะขึ้นมาถึงใกล้ๆ กัน และอยู่ใกล้ยอด Kengamine Peak
ส่วนเส้น Yoshida Trail และ Subashiri Trail ทางจะมาบรรจบกันที่ชั้น 8 และขึ้นมาถึงปากปล่องเส้นเดียวกัน
แต่จะอยู่ไกลจากยอด Kengamine Peak ประมาณ 50 นาทีเดินถึง

บริเวณชุมทาง Fujinomiya Trail นี้จะมีที่ทำการไปรษณีย์ โรงอาหาร ที่นั่งพัก
และศาลเจ้า Sengen taisha Okumiya shrine  เข้าไปไหว้และขอพรกันก่อนลง

ตอนเรากำลังจะเดินไปสู่ยอดเขานั้น เราคลาดกับทีมเพื่อนๆ ไอ้เราก็นึกว่าทุกคนรีบเร่งปีนถึงยอดเขากันหมดแล้ว
เลยจำอ้าว ใช้พละกำลังที่เหลือ แบกเป้สัมภาระที่หลัง ตะกาย 45 องศา ล้อฟรี ลุยเดี่ยว ไปถึงยอดสำเร็จ!!!

พอไปถึง… ไหนเพื่อนเราหว่า??

ปรากฏว่าเพื่อนยังไม่ถึงกันเลยจ้า กำลังทยอยตามมา แต่ส่วนใหญ่ขอนั่งพักที่โรงอาหาร ไม่ขอขึ้นยอด
(จากสมาชิก 8 คน มีสมาชิกทั้งหมด 4 คนที่ถึงยอด)
แต่จริงๆ ช่วงขึ้นยอดนี่ไม่ยากลำบากนะ แต่ชันและค่อนข้างลื่น
ใครที่กำลังจะไป อยากบอกตรงนี้เลยว่าถ้ามาถึงได้ขนาดนี้แล้ว การขึ้นยอดนี่….อีกนิดเดียว สู้ๆๆ
แล้วเราก็จะได้ภาพที่จุดสูงสุดนี้อย่างสมใจ….
นี่ไง!! ปากปล่องภูเขาไฟฟูจิ วิวจากยอดสูงสุด yes
ด้านขวาคือศาลเจ้า โรงอาหารและที่นั่งพัก

รวมๆ แล้ว ใช้เวลาบนรอบปากปล่องฟูจิไปประมาณ 3 ชั่วโมง (รวมเวลานั่งพักทานข้าว ไหว้เจ้าบนศาลเจ้าด้วยนะ)
หลังจากดื่มด่ำกับความสำเร็จในการมาถึงยอดฟูจิซัง และบรรยากาศบนยอดเขาแล้ว
จากนั้นเปลี่ยนแผน!! เป็นกลับเส้นทางที่คิดว่าใกล้ Gotemba มากที่สุด (เพราะต้องกลับไปเอาของที่ที่พักเดิม)
นั่นคือ เราจะลงเส้น Subashiri trail …​ซึ่งหารู้ไม่ว่ามันเป็นเส้นทางขาลงที่ยากที่สุดเลยยยย!!

จากยอดสูงสุด เราเดินเส้นเลียบปากปล่องภูเขาไฟ (Ohachimeguri Trail)
ไปยังทางลงของเส้น Subashiri trail
ซึ่งก็ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงแล้ว (จากป้ายเขียนไว้ว่า 1.3 km.) กว่าจะถึงจุดเริ่มเดินลงเขา
แต่ระหว่างเดินนั้นเหมือนอยู่เหนือเมฆ ว๊าววว…

เส้นทางเดินลง Subashiri trail – Yoshida trail ซึ่ง 2 เส้นนี้ใช้ทางเดินร่วมกันช่วงชั้น 8-9
เป็นทางซิกแซกไปมา เพื่อปรับระดับลาดอย่างดี แต่ต้องระมัดระวัง อาจจะเจ็บเข่าข้อได้ เพราะทิ้งดิ่งลูกเดียว

พอถึงระดับ 8 เส้นทางเดินจะแยกออกเป็น 2 เส้น
เส้น Subashiri trail ไปทางด้านขวา และ Yoshida trail ไปทางซ้าย
ต้องสังเกตป้ายให้ดีนะ!! ไม่งั้นเดี๋ยวลงผิดทาง
– Subashiri trail (ทางยาก) ลงไปเจอสถานีชั้น 5 และนั่งรถต่อไป Gotemba
– Yoshida trail (ทางง่าย) ลงไปเจอสถานีชั้น 5 และนั่งรถต่อไปยัง Kawaguchiko
*โปรดจำไว้ว่า เส้นทางที่ระยะสั้นที่สุด ไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายที่สุด*

เส้นทางจากระดับที่ 8 ลงมา ของเส้น Subashiri trail ขาลง
เป็นทาง Land-slide 45 องศา สุดโหด ระยะทางกว่า กิโลเมตร !!
ใครที่เดินป่าไม่เก่งหรือไม่ถนัด ก็มีท้อแท้กันล่ะงานนี้

ช่วงเดินลงนี้เราไม่มีอารมณ์หยิบกล้องมาถ่ายรูปเลย
ที่สำคัญจะต้องใส่ Mask หรือ ผ้าบัฟไว้ด้วยนะ เพราะฝุ่นจะเยอะมากกกกก
ระหว่างทางไม่ค่อยมีจุดแวะพักค่ะ

เมื่อเเผนเปลี่ยน และเวลาล่วงเลยมามากเกินไป เราเลยต้องรีบเข้าไปเช็คอินเทอร์เน็ต (ดีที่มีพ็อกเก็ตไวไฟ)
เพื่อดูตารางรถบัสเที่ยวสุดท้ายที่จะออกจากสถานี Subashiri ชั้น 5 ที่จะไปยังสถานีโกเท็มบะให้ทัน ปรากฏว่ามีรอบ 19:40 ห๊าาาาาา!!

เวลาก็เริ่มเย็นแล้ว เหลือเวลาอีกนิดเดียวแล้ว และเราต้องไปให้ทันรถบัสเที่ยวสุดท้าย โคตรลุ้น!!

ช่วงฮึดสุดท้ายในป่า ช่วงทุ่มนึงนี้น่ากลัวมากกก เพราะมันมือดมาก และเราจะต้องรีบออกไปให้เร็วที่สุด
แต่ยังดีที่มีเพื่อนนักเดินป่าขาขึ้นสวนทางขึ้นมาบ้าง  กล้องเกลิ้งเก็บหมด ไม่ได้ถ่ายอะไรเลยจ้า T__T

สุดท้ายเราก็ขึ้นรถบัสเที่ยวสุดท้ายกลับไปยัง Gotemba station ได้ทันเวลา…

สรุปขาลงทั้งหมดใช้เวลาไป 6 ชั่วโมง เรียกได้ว่าเส้น Subashiri Trail ขาลงนี้ โหด-มันส์-ฮา มากกก
ไม่คาดคิดว่าแผนจะเปลี่ยนและล่วงเลยเวลาไปมากขนาดนี้

ผลคือเราตกรถเข้าโตเกียว ที่พักที่โตเกียวที่จองไว้ก็ต้องแคนเซิล (จ่ายเต็มด้วยเพราะแจ้งยกเลิกไม่ทัน)
เราเลยต้องไปหาที่พักใหม่ในคืนนั้น

จาก Gotemba station เรานั่งรถบัสต่อมายังป้ายที่พัก
เมื่อไปถึงที่พัก Fuji-Hakone Guest House ที่เราฝากกระเป๋าเอาไว้
คุณป้าเจ้าของชื่อว่า Yumiko บอกว่าที่พักที่นี่คืนนี้เต็มแล้ว
และยังบอกว่าคุณน่าจะโทรมาบอกก่อนนะ ว่าพวกคุณมาไม่ถึงเวลา
ทางเราจะได้สำรองที่พักไว้ให้

เราได้แต่ทำหน้าจ๋อย  และอ้อนวอนให้เขาช่วยเหลือ  ซึ่งคุณป้าก็ใจดีมาก
ช่วยติดต่อโทรหาโรงแรมให้เราใหม่ในเวลาดึกดื่นป่านนี้ สรุปได้ที่พักในเมือง Gotemba
ใกล้สถานีรถไฟ และยังโทรหาแท็กซี่ให้พวกเราไปยังโรงแรมนี้ได้

ต้องขอชื่นชมในน้ำใจไมตรีที่ดีของคุณป้ามาก พวกเรานักเดินเขาตัวน้อยๆ
จากเมืองไทยขอขอบคุณจากใจจริงๆ ค่ะ

[วันรุ่งขึ้น นั่งรถบัสจากสถานี Gotemba ตรงยาวไป Shinjuku เลยค่ะ]

หากใครอยากพักแถว Gotemba-Hakone แนะนำที่นี่ “Fuji-Hakone Guest House” เลยค่ะ คุณป้าเจ้าของใจดีมาก (ช่วยขายของให้คุณป้าเลย)

จบแล้วค่ะ กับการรีวิวการขึ้นยอดฟูจิ ในเส้นทาง Hard core ที่น้อยคนนักจะเลือกเดิน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย

บางทีการเดินทางอาจจะไม่จำเป็นจะต้องตรงเป๊ะตามแผนก็ได้ หากปล่อยใจให้สบาย จะทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า
การผิดแผนนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติของการเดินทาง เส้นทางข้างหน้าอาจจะมีหลายเส้นทางให้เราเลือกเดิน
เหมือนกับการขึ้นสู่ยอดฟูจินั้นไง… ก็มีหลากหลายเส้นทาง แต่ระยะทาง อุปสรรค จะสั้นหรือจะนาน ก็แตกต่างกันออกไป …แต่ยังไงก็ตาม ทุกเส้นทางก็พาเราไปถึงเป้าหมายจุดสูงสุดได้

ฟูจิซัง… อะริกาโตะเนะ หัวใจ
คราวหน้าเจอกันใหม่ ป่ะล่ะ !! (แต่ขอเส้นทาง Yoshida trail ที่ง่ายที่สุดนะ แหะๆ)

อ่านต่อ

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด