Bugendai Teppanyaki Bar – Explore the taste of WAGYU umami

Posted by :

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ คราวนี้เปลี่ยนบรรยากาศจากพาเที่ยวญี่ปุ่นมาเป็นพากินอาหารญี่ปุ่นกันบ้างนะคะ ร้านที่เราจะไปกินในวันนี้ คือ Bugendai Teppanyaki (บุเกนได เทปันยากิ) เป็นร้านเทปันยากิ สไตล์กินซ่า ที่มีคอนเซปต์ นำเนื้อพรีเมียมคุณภาพดีจากหลากหลายเมืองของญี่ปุ่นมาให้คนไทยได้ลิ้มลองในราคาที่จับต้องได้ และความพิเศษอีกอย่างคือ เชฟจะโชว์ลีลาการทำเทปันยากิให้เราชมด้วยค่ะ

ก่อนกินเราไปทัวร์ร้านกันก่อนนะคะ ที่นั่งจะแบ่งเป็น 2 แบบ มีทั้งบาร์หน้าเตา และแบบโต๊ะสำหรับคนที่มาเป็นคู่ หรือมาเป็นครอบครัว แน่นอนค่ะวันนี้เราเลือกนั่งที่บาร์หน้าเตา เพื่อได้ใกล้ชิดติดขอบกับเชฟค่ะ มาเริ่มทานไปพร้อมๆ กันเลยนะคะ

บรรยากาศหน้าร้าน มีการสแกนอุณหภูมิก่อนเข้าร้านค่ะ

บาร์ด้านหน้า ใกล้ชิดเชฟสุดๆ
ที่นั่งมีความเป็นส่วนตัวมากๆ ค่ะ
เราเลือกนั่งด้านหน้าบาร์ค่ะ

เริ่มด้วยออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อย 7 Dish ในชุดประกอบด้วยอาหาร 7อย่าง ได้แก่ ถั่วแระญี่ปุ่น สลัดผักออแกนิค ไข่ตุ๋นปูหิมะ ซุปไข่ ข้าวผัดกระเทียม ป่อเปี๊ยะกุ้งญี่ปุ่น และเมลอนอีก 1 ชิ้นค่ะ ที่เราชอบที่สุดในเซ็ตนี้คือซุปไข่ จะเป็นซุปไข่นุ่มๆ ข้นๆ ซดแล้วกลมกล่อมดีค่ะ (ส่วนรูปเมล่อนขออภัยนะคะ เผลอกินไปก่อน ลืมถ่ายค่ะ)

𝐒𝐢𝐝𝐞 𝐃𝐢𝐬𝐡 𝐂𝐨𝐮𝐫𝐬𝐞 (𝟐𝟎𝟎 บาท) ข้าวผัดเนื้อชามสีดำไม่อยู่ในเซ็ตนี้นะคะ

ไฮไลต์ของเราในค่ำคืนนี้ค่ะ คือเนื้อซากะ A4 (Wagyu Saga A4) และซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ (New Zealand Lamb) โดยเซฟจะปรุงทั้งสองจานไปพร้อมๆ กัน โดยเราเลือกระดับ Medium ทั้งคู่ค่ะ

นี่คือเนื้อทั้งหมดที่เราสั่งวันนี้ค่ะ คือ ซากะวากิว เนื้อแกะ และที่อยู่ในชามคือเนื้อสำหรับทำข้าวผัด ทางร้านจะจัดเป็นเซ็ตสวยงามแบบนี้ค่ะ ถูกใจทั้งสายกินและสายถ่ายรูปแน่นอนค่ะ

เนื้อซากะ ถือเป็นหนึ่งในเนื้อที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น เทียบเท่าเนื้อโกเบและเนื้อมัตซึซะกะค่ะ เราหาข้อมูลมาเค้าบอกว่าเนื้อซากะคือ เนื้อวากิวพันธุ์ขนดำ (คุโระวากิว) เนื้อจะออกสีชมพูแดง มีลายไขมันแทรกสวยงาม เนื้อหวาน นุ่ม ส่วนของเนื้อเคี้ยวง่าย ส่วนของไขมันคือละลายในปาก ฟินมากๆ ค่ะ

𝗔𝟰 𝗪𝗮𝗴𝘆𝘂 𝗦𝗮𝗴𝗮 (𝟳𝟵𝟬฿- 𝟭𝟬𝟬 𝗚.)
เราสั่งแบบ Medium เนื้อสัมผัสดี นุ่ม ละลายในปาก ชุ่มฉ่ำมากแต่ไม่เลี่ยน ต้องบอกว่าฟินมากๆ ค่ะ

ในส่วนของเนื้อแกะนิวซีแลนด์ เป็นเนื้อแกะที่ไม่เหนียวและเหม็นเลยค่ะ ปกติเราไม่ค่อยชอบกินเนื้อแกะที่ไทย เพราะรู้สึกว่ากลิ่นสาปแรงไปหน่อยค่ะ แต่นี่มีกลิ่นแกะนิดๆ แต่อร่อยดีค่ะ

𝐍𝐞𝐰 𝐙𝐞𝐚𝐥𝐚𝐧𝐝 𝐋𝐚𝐦𝐩 (𝟑𝟐𝟎 บาท) เป็นซี่โครงแกะที่ดีและราคาถูกมากกกกกก 300กว่าบาทเท่านั้น!!!!
เชฟหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ อร่อยมากๆ เนื้อเหนียวสู้ฟันนิดๆ แต่ความอร่อยเต็มสิบค่ะ

เนื้อแกะของที่นี่ ต้องบอกว่าดี ปกติเนื้อแกะในไทย ยิ่งร้านที่ราคากลางๆ มักจะมีกลิ่นสาบแกะที่ชัดและแรงมากๆ แต่ที่นี่มีกลิ่นนิดๆ ให้รู้ว่าแกะ เนื้อนุ่ม เหนียวนิดๆ แต่ไม่มากค่ะ อร่อยเลย

จานต่อมาเป็นเมนูที่เราชอบมากๆ ค่ะ ก็คือ Kani Miso Kobe เป็นมันปูย่าง รสชาติเค็มๆ มันๆ หวานนิดๆ รสชาติกลมกล่อมและหอมมากกกกกกก มีเนื้อโกเบชิ้นพอดีคำ 3 ชิ้น ซึ่งไม่เคยคิดเลยว่าเนื้อโกเบกับมันปูจะเข้ากันได้ดีขนาดนี้ ดีงามทั้งเนื้อและมันปูเลยค่ะ แทบอยากจะสั่งข้าวสวยมาคลุกกิน

𝐊𝐚𝐧𝐢 𝐌𝐢𝐬𝐨 𝐊𝐨𝐛𝐞 (𝟒𝟗𝟎 บาท) เสิร์ฟมาบนเตาถ่านร้อนๆ

จานนี้คือข้าวผัดกระเทียมค่ะ ซึ่งเป็นข้าวผัดกระเทียมที่ดีมากๆ ข้าวผัดมาไม่แฉะ รสชาติดี หอมเนย กระเทียมและที่สำคัญคือ ข้าวที่นี่จะโปะหน้ามาด้วยเนื้อชิ้นใหญ่เต็มคำค่ะ ในราคาเพียง 120 บาทเท่านั้น!!!! ซึ่งถือว่าถูกมากๆ เพราะปกติตามร้านอาหารญี่ปุ่นเทั่วๆ ไปข้าวผัดกระเทียมจะราคาประมาณ ถ้วยละ 50 – 80 ขึ้นไป แต่นี่มาในชามใหญ่มากค่ะ

𝐆𝐚𝐫𝐥𝐢𝐜 𝐅𝐫𝐢𝐞𝐝 𝐑𝐢𝐜𝐞 𝐓𝐨𝐩𝐩𝐢𝐧𝐠 𝐁𝐞𝐞𝐟 (𝟏𝟐𝟎 บาท)

เรายังสั่งแซนวิชเนื้อวากิวและแซนวิชทงคัตสึมาลองด้วยค่ะ โดยส่วนตัวเราชอบทงคัตสึมากกว่าค่ะ กินกับซอสแล้วเข้ากันดีค่ะ ตัวเนื้อจะทอดด้านนอกได้กรอบ แต่ด้านในยังคงนุ่มอยู่ค่ะ ส่วนของแซนวิชเนื้อวากิวเราแอบรุ้สึกเนื้อเหนียวไปนิด แต่เพื่อนของเราชอบมากค่ะ

𝐖𝐚𝐠𝐲𝐮 𝐒𝐚𝐧𝐝𝐰𝐢𝐜𝐡 (𝟓𝟔𝟎 บาท)

𝐓𝐨𝐧𝐤𝐚𝐭𝐬𝐮 𝐒𝐚𝐧𝐝𝐰𝐢𝐜𝐡 (𝟐𝟏𝟎 บาท) อร่อยทั้งทงคัตซึและซอสเลยค่ะ
ที่นี่เราสามารถเติมผักได้ไม่อั้นเลยนะคะ หวานและหอมน้ำมันงามากๆ ค่ะ

สุดท้ายมาดูโชว์จากเซฟกันค่ะ

เชฟเล่นมุกหั่นนิ้วค่ะ
It’s Show Time!!! เชฟจะเริ่มแล้วค่ะ

ราคา ★★★★

บริการ★★★★★

รสชาติ ★★★★

บรรยากาศ★★★★

โดยรวมให้ 4 เต็ม 5 ค่ะ เป็นร้านที่คุ้มค่าแก่การมาทาน ถ้าเทียบกับคุณภาพและราคาคือดีเลย แถมมีโชว์สนุกๆ จากเซฟอีกด้วยค่ะ

ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ห้าง The Nine พระราม 9 ลิ้งค์นี้เลยค่ะ https://goo.gl/maps/YgeLPhbQE4RkUaYx9

  • แนะนำให้เดินทางโดยรถส่วนตัวจะสะดวกสุดนะคะ
  • ถ้าใครมารถสาธารณะให้มาลงที่รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีพระราม 9 (MRT) ฝั่งหน้าเซ็นทรัลพระราม 9 ต่อรถแท็กซี่ หรือ ต่อรถประจำทาง สาย 137 ลงหน้าบิ๊กซี รามคำแหง และต่อรถสองแถวแดง ( ขึ้นที่ซอย รามคำแหง 24 ) หรือ มอเตอร์ไซค์รับจ้างค่ะ

ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ^___^

Comment here

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด