ปั่น ปั่น ในโตเกียว ที่ญี่ปุ่นเขาปั่นจักรยานแบบไหนบ้างนะ

อัพเดทเรื่องราวใหม่ๆ ของญี่ปุ่นได้ทุกวันที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกิน เรื่องเที่ยว เทศกาล สาระน่ารู้ ข่าวสารที่น่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นต่างๆ เรารวบรวมไว้เพื่อคุณแล้ว

ประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่การคมนาคมทั้งสะดวก อีกทั้งยังปลอดภัยมากด้วย แถมตามท้องถนนอากาศก็ดี มลพิษถูกควบคุมอย่างเข้มงวดมาก ๆ เรียกได้ว่า สูดอากาศได้เต็มปอดจริง ๆ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ทำให้คนญี่ปุ่นจึงนิยมใช้จักรยานในการเดินทางไปไหนมาไหนด้วย เพราะทั้งรวดเร็ว คล่องตัว และสะดวกมาก ๆ วันนี้เลยอยากจะเสนอ รูปแบบจักรยานที่พบเจอในประเทศญี่ปุ่นกันครับ ว่าเค้านิยมใช้จักรยานแบบไหนกัน

เนื่องจากถนนในประเทศนี้เรียบมาก (โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศไทย) จึงเอื้ออำนวยต่อการขี่จักรยานมากๆในบรรดาจักรยานทั้งหมดก็ขอแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักวันนี้ก็ขอเสนอแบบแรกก่อนซึ่งเป็นแบบที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดก็คือママチャリ (มะมะจารี) หรือที่บ้านเราเรียกว่า “จักรยานแม่บ้าน” นั่นแหละที่เห็นบ่อยก็เพราะว่ามันถูกมากราคาตั้งแต่ไม่กี่หมื่นเยนถึงแสนเยนแล้วแต่วัสดุและยี่ห้อถ้ายี่ห้อ Panasonic ก็จะเบามากแต่ก็แพงมาก (ย้ำมาก) ถ้าเป็นจักรยานไฟฟ้าก็จะแพงหน่อยเลยแต่จะขี่สบายเพราะมีมอเตอร์มาช่วยทุ่นแรงเวลาขึ้นเนิน (เพราะประเทศนี้เนินเยอะใช้แรงขาแล้วเหนื่อยมากกกกกกกจากประสบการณ์ตรงถ้าขึ้นไม่ไหวก็เข็นเอาฮะฮ่าๆๆ) แล้วเพื่อให้สมกับความเป็นแม่บ้านส่วนใหญ่ก็จะติดตะกร้าไว้ข้างหน้าบ้างข้างหลังบ้างหรือทั้งหน้าทั้งหลังเลย

sanyo-eneloop-bike-2008121-518

จักรยานแม่บ้านติดตะกร้า เอาไว้ไปจ่ายตลาด

ส่วนอีกเทรนด์นึงก็คือ ติดที่นั่งเด็ก ถ้ามีลูกคนเดียว ก็อาจจะติดที่นั่งเด็กที่ข้างหน้าหรือข้างหลังแทนตะกร้าได้หมดเลย เวลาขี่ไป ก็คุยกับลูก ชี้นู่น ชี้นี่ มุ้งมิ้งน่ารักมากเลยฮะ ส่วนถ้ามีลูกสองคน ก็ติดที่นั่งเด็กทั้งข้างหน้าข้างหลังเลย แต่บอกเลยว่า ถ้าไม่ใช่จักรยานไฟฟ้า หรือคุณแม่ไม่สตรองพอ ก็ถีบไม่ไปฮะ ฮ่าๆๆๆ

0608yamaha

มีลูกสองคนยังเล็ก อยู่ เลยให้นั่งทั้งหน้าทั้งหลังเลย + ใส่หมวกกันน็อคเพื่อความปลอดภัย และตามกฏหมาย ส่วนลักษณะของที่นั่งเด็กก็จะมีตั้งแต่เป็นเบบี้ซีท จนถึงที่นั่งแบบมีพนักตามขนาดความตัวโตของเด็ก เรียกได้ว่ามีทุกไซส์เลย ตอนเป็นทารกก็เบบี้ซีท (ไม่ต้องใส่หมวกกันน็อค) พอโตขึ้นอีกนิด ก็ให้คุณแม่อุ้มขึ้นไปนั่ง ถ้าโตมากหน่อยก็ ขึ้นข้างหลังเลย แล้วก็จะมีเข็มขัดนิรภัยให้คาดด้วย ปลอดภัยสมเป็นประเทศญี่ปุ่นมาก ๆ ครับ ถ้าลูกเริ่มโตเกินที่นั่งแล้ว ก็จะต้องขี่คันเล็ก ๆ ของตัวเองแยกต่างหาก ไป เพราะแม่ขี่ไม่ไหวจ้า

นอกจากนี้ จักรยานแม่บ้านยังมีร่างแยกอีกแบบ เป็นสำหรับคุณพ่อ เมื่อกี๊จักรยานคุณแม่ ชื่อ mamachari พอเป็นของคุณพ่อ ก็เลยเรียก Papachari (パパチャリ) ถามว่าต่างกันยังไงหรอ…

มันก็แค่..

.

เท่ห์กว่า..

.

เท่านั้นแหละ ครับ

Picture1

จักรยานคุณพ่อ Papachari เหมือนเอาจักรยานสปอร์ต มาติดที่นั่งลูก

ส่วนจักรยานแบบที่วัยรุ่นนิยมใช้ในเมือง คือ จักรยานสปอร์ต ภาษาญี่ปุ่นก็เรียกตรงตัวเลยว่า スポーツ (ซุโปสึ) ที่มาจากคำว่า Sports นั่นแหละ จักรยานประเภทนี้จะมีดีตรงที่

– เท่ห์ แหม่ ขึ้นชื่อว่าสปอร์ตทั้งทีก็ต้องมีความเท่ห์อยู่แล้วแหละเน้อ

– ปรับเกียร์ได้ ทำให้ไม่หวั่นแม้เนินมามาก (ประเทศนี้เนินเยอะ ปั่นโดยไม่มีเกียร์ขึ้นเนินนี่ เข็นเอาดีกว่า..) เวลาปั่นก็จะสบาย เพราะปรับความหนักเบาได้ ทำให้ปั่นได้เร็วด้วย (แต่ถ้าเจอเนินเยอะก็คงต้องแบบไฟฟ้าแล้วล่ะ 55)

ส่วนข้อเสียก็ราคานี่แหละ มีตั้งแต่ถูก ๆ แค่หมื่นกว่าเยน จนถึงหลายแสนเยน แล้วแต่ประเภทและแบรนด์ จักรยานสปอร์ตก็แบ่งย่อยเป็น 3 ประเภท ตามสมรรถนะของมัน ได้แก่

1.     Mountain bike หรือที่เราเรียกว่า จักรยานเสือภูเขา จุดเด่นของจักรยานนี้คือ ล้อจะมีขนาดใหญ่มาก (หนาประมาณ 2-3 นิ้ว) และมีดอกยางที่ใหญ่มาก ทำให้ยึดเกาะพื้นได้ดี และก็มีโช้คที่ล้อหน้าช่วยรับแรงกระแทกเวลาพื้นขรุขระ จักรยานพวกนี้ก็นิยมใช้ตามชื่อมันคือขี่ไปตามภูเขาครับ ทิ่จริงในโตเกียวผมรู้สึกว่าเห็นจักรยานพวกนี้น้อยมากเลย เพราะว่าการที่ล้อใหญ่ทำให้มีแรงเสียดทานมาก เวลาขี่ก็จะต้องออกแรงมากหน่อย แล้วยิ่งมีเนินเยอะ ๆ ด้วย โอ้ว เหนื่อยแย่เลยครับ ราคาก็ 100,000 เยนขึ้นไป (ประมาณ 30,000 บาท) เพราะคุณสมบัติหลาย ๆ อย่างรวมกันก็เลยแพงล่ะครับ แต่ที่จริงจักรยานนี้เหมาะกับขี่ในประเทศไทยมากเลยครับ เพราะถนนบ้านเราหลาย ๆ ที่ขรุขระมาก ถ้าใช้จักรยานนี้ก็จะสบาย ไม่เจ็บก้นเวลาปั่น (ดูได้จากรูปบรรยากาศปั่นเพื่อพ่อ) ก็จะเห็นว่า เสือภูเขาเยอะมาก ๆ

aa11

จักรยานเสือภูเขา ล้อใหญ่และมีโช้ค ไม่หวั่นแม้พื้นขรุขระมาก

2.     Road bike หรือที่เราเรียกกันว่า จักรยานเสือหมอบ นั่นเอง จักรยานพวกนี้จะมีโครงเบา และล้อที่บางมาก ซึ่งการที่มีล้อบางนี่แหละ ทำให้ขี่บนถนนได้สบายมาก เวลาออกตัวก็ทำได้เร็ว เวลาเร่งก็เร็วมาก แล้วก็จะมีแฮนด์จับรูปร่างคล้ายเขาสัตว์เพราะมันโค้ง ๆ เวลาปั่นก็ต้องก้มตัวลงมา ราคาของจักรยานประเภทนี้จะอยู่ที่ประมาณ 150,000 – 400,000 เยนขึ้นไปครับ (ประมาณ 40,000 บาท++) แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อ จักรยานประเภทนี้สามารถพบได้มากมายในญี่ปุ่นครับ เพราะว่าถนนเรียบมาก ขี่ได้สบายมาก (แต่ถ้าล้มแรงๆ ล่ะก็ นอกจากจะเจ็บตัวแล้วยังอาจจะเจ็บใจเพราะต้องจ่ายค่าซ่อมจักรยานด้วย)

aa12

จักรยานเสือหมอบ ความคล่องตัวสูงสุด ๆ

3.     Cross bike หรือ Hybrid ครับ จักรยานนี้จะเป็นลูกผสมของทั้งสองแบบคือจะล้อเล็ก ๆ บาง ๆ คล่อง ๆ เหมือน เสือหมอบก็ไม่ใช่ จะล้อใหญ่ถึกทึนเหมือนเสือหมอบก็ไม่เชิง ล้อมีขนาดปานกลาง โครงก็เบาปานกลาง ได้ข้อดีของทั้งสองแบบจากด้านบนมา  สำหรับราคาผมคิดว่าด้วยความมันเป็นจักรยานพันธุ์ทาง ไม่ใช่พันธุ์แท้ ราคาก็เลยถูกกว่าทั้งสองแบบก่อนหน้าที่ประมาณ 50,000 – 100,000 เยน ก็เป็นเจ้าของได้

aa13

ชอบทางสายกลางต้อง Cross bike เลย

เห็นราคาจักรยานแต่ละแบบแล้วก็แพงใช้ได้เลยใช่ไหมครับ เป็นผมก็กลัวหายเหมือนกันเพราะฉะนั้นทุกครั้งที่จอด ก็จะคล้องโซ่หรือไม่ก็สายเคเบิลล็อคล้อเอาไว้ จะได้ไม่โดนขโมยไปขี่ได้ บางทีก็คล้องไว้กับรั้วหรือเสาเลยครับ รับรองยกไม่ได้แน่ ๆ ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นจะปลอดภัยกว่าในไทยก็ตาม ทางที่ดีก็ควรไม่ประมาท โดยเฉพาะจักรยานแพงๆ

เป็นยังไงบ้างครับ สำหรับจักรยานสปอร์ต มีความเหมือนต่างจากเมืองไทยอย่างไรกันบ้างครับ ถ้ามีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็เอามาแบ่งปันกันให้ฟังได้นะครับ สำหรับวันนี้ก็ขอตัวไปปั่นจักรยานเที่ยวในโตเกียวก่อน ไว้ถ้ามีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังว่าประสบการณ์การปั่นในญี่ปุ่นเป็นยังไงบ้าง ไว้เจอกันครับ

บทความโดย ซันชิโร่

ขอบคุณภาพประกอบจาก

http://biwakofr.exblog.jp/m2011-07-01/

http://www.bike-plus.com/beginner/sportscycle/roadbikes.html

http://escape.poo.tokyo/noncustom-cross-is-the-best/

อ่านต่อ

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง