ครึ่งวันในโตเกียว ที่ Miraikan และ Ginza

Posted by :

ถ้าคุณมีเวลาเพียงครึ่งวันในมหานครโตเกียว คุณจะเลือกไปไหน? ครั้งนี้เราจะไม่หยุดแค่ในตัวเมืองโตเกียว แต่จะพาทุกคนหลีกหนีความแออัดไปถึงย่านโอไดบะ ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่เรียกสั้นๆว่า Miraikan 「未来館」หรือ The National Museum of Emerging Science and innovation หลังจากได้รับความรู้อย่างเต็มอิ่ม เราจะพาไปช้อปปิ้งในแบบของเราที่ Ginza กันค่ะ

สำหรับการเดินทางไป Miraikan เราสามารถนั่งรถไฟสาย Yurikamome โดยนั่งต่อมาจากสถานี Shimbashi แล้วมาลงสถานีTelecom center ได้เลยค่ะ บอกเลยว่าตอนนั่งรถไฟคันนี้นี่เหมือนอยู่ในโลกแห่งอนาคตเลยค่ะ เพราะเป็นรถไฟไร้คนขับ แล้วเส้นทางจากสถานีต้นทางไปถึงจุดหมายจะผ่านตึกที่ดีไซน์สวยเยอะมากๆ ยิ่งถ้าโชคดีได้นั่งริมหน้าต่างล่ะนั่งดูเพลินเลยทีเดียว แต่ถ้าใครกลัวความสูงก็ต้องระวังหน่อยนะคะ รางที่วิ่งคือสูงจากพื้นมากและรถไฟวิ่งชิดราง เรียกได้ว่ามองลงไปจะรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ริมตึกสูงเลย นอกจากนั้นเรายังได้ข้ามสะพาน Rainbow bridge ด้วยนะ ได้เห็นอ่าวโตเกียวแบบมุมกว้างเลยทีเดียว


นั่งรถไฟมาประมาณ 20 นาที เราก็จะถึงสถานี telecom center ค่ะ จากสถานีเดินไปประมาณ 5 นาทีก็จะถึงตัวพิพิธภัณฑ์ สิ่งแรกที่เราจะเห็นเมื่อเข้าไปก็จะเป็นลูกโลกที่ลอยอยู่ โดยภาพที่แสดงบนลูกโลกจะเป็นภาพจริง เวลานั้นเลยนะ มีที่ให้นอนชมด้วยล่ะค่ะ

ชั้นแรกเป็นนิทรรศการเวียน ช่วงนี้เป็นช้างแมมมอธค่ะ สำหรับคนไทยเราฟังแล้วอาจจะไม่ค่อยน่าสนใจใช้มั้ยล่ะแต่ภาพที่เราเห็นคือคนญี่ปุ่นต่อแถวกันเข้าไปชมยาวมาก นอกจากนั้นยังมีกฎที่ให้เข้าชมแค่รอบเดียว ห้ามออกไปเข้าห้องน้ำอะไรแบบนี้ด้วยนะ เราเลยขอลองซื้อบัตรเข้าไปซักหน่อย

ถ้าคิดว่าการรอแถวข้างนอกมันดูน่าตกใจแล้ว การได้เข้ามาเห็นคนญี่ปุ่นอัดแน่นกันอยู่ในนิทรรศการที่พูดถึงช้างนั่นน่าตกใจมากกว่า แต่บอกเลยว่าเค้าแสดงข้อมูลเชิงลึกของสายพันธุ์ช้างแทบจะทั่วโลก พร้อมทั้งมีตัวอย่าง กระดูก ขน งา ซึ่งบางอย่างอนุญาตให้เราจับด้วยนะ

ส่วนข้างบนอีก 7 ชั้นที่นี่แปลกกว่าพิพิธภัณฑ์ทั่วไปมาก ไม่ใช่แค่การแสดงของหุ่นยนต์ที่จะมาร้องเพลงหรือเต้นให้เราดู บรรยากาศที่นี่ยังกับสวนสนุก ไม่ใช่แค่มีข้อมูลให้ผู้ชมอ่านแต่เปิดโอกาสให้ลองเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราจึงได้เห็นแถวรอคิวแต่ละเครื่องเกือบครั้งชั่วโมงเลย นอกจากนั้นยังมี Dome ที่เป็นคล้ายกับท้องฟ้าจำลองด้วยนะ เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมา ขอโทษด้วยนะคะ

หลังจากได้รับความรู้เต็มอิ่ม ขออนุญาตกลับเข้าสู่โหมดความเจริญในเมืองใหญ่ เรานั่งรถไฟคันเดิมกลับมาที่สถานีShimbashi ซึ่งจากสถานีนี้เราสามารถเดินไปถึง Ginza ได้โดยไม่ไกลนัก ระหว่างทางเจอร้านชานมไข่มุกดักไว้เลยต้องจัดซักหน่อย การถือแก้วที่มีโบว์สีแดงรอบขนาดนี้บนถนน Ginza เป็นเรื่องน่าเคอะเขินไม่น้อยเลยล่ะ

เอาล่ะ เราไปวันอาทิตย์ซึ่งปิดถนน เลยสามารถเดินกลางถนนหรือถ่ายรูปกันได้สบายเลย

เราไม่แน่ใจนะว่าสำหรับคนอื่นแล้ว จุดมุ่งหมายในการมา Ginza คืออะไร แต่สำหรับเราคือเพื่อมาร้านนี้ร้านเดียว Itoya ร้านเครื่องเขียนแบบเฉพาะทาง เกือบ 10 ชั้น ขอให้ลืมร้านปกติที่เราเคยเห็นที่ไทยไปได้เลย เพราะร้านนี้จะแบ่งประเภทของเป็นชั้น ถ้าชั้นปากกาก็จะมีแต่ปากกาทั้งหมด ชั้นสมุด planner หรือ cardในโอกาสต่างๆ ก็จะเป็นสิ่งนั้นทั้งหมด

ส่วนนี้คือชั้นกระดาษค่ะ เราสามารถเลือกสี ความหนา เนื้อสัมผัสกระดาษ แน่นอนว่าราคาอาจจะแรงไปหน่อย แต่ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่ที่นะที่เราสามารถกำหนดทุกอยางได้ขนาดนี้ นอกจากนั้น Itoya ยังมีอีกตึกนึงอยู่ด้านหลังด้วยนะทุกคน เป็นตึก 3 ชั้นแบบ Custom made เหมือนกัน ชั้นนึงเราสามารถสั่งทำปากกาให้แบบที่เราต้องการหรือจะทำเป็นของความให้ใครได้ โดยเลือกตั้งแต่วัสดุ หัวปากกา น้ำหมึก หรือสลักชื่อลงไป อีกชั้นก็คล้ายกันคือทำสมุด เลือกรูปแบบกระดาษ วัสดุปก วิธีเย็บเล่มตามที่ต้องการเลยจ้า

นอกจากนั้นด้วยความที่ช่วงนี้คือปลายปีแล้ว ชั้นใต้ดินของตึกหลักก็มีเทศกาลปฏิทินด้วยนะ มีให้เลือกหลายแบบจนตาลายเลยล่ะ

ส่วนสำหรับสายเครื่องเขียนแบบเราที่รู้สึกว่า Itoya อาจจะแพงไปเนอะ ขอแนะนำให้ลองไปแถวย่านมหาวิทยาลัย อย่างสถานี Takadanobaba สามารถนั่งสาย Yamanote มาลงได้ ไม่ไกลจากย่านดังอื่นๆนัก ร้านนี้ชื่อ Chikuho มีสองชั้น อารมณ์คล้ายร้านสมใจที่เมืองไทยที่มีทุกอย่างและของถูก ใครไปแถว Shinjuku ก็อย่าลืมแวะมานะคะ

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด