แจกแพลนเที่ยว ทัวร์คันไซ 7 วันเต็ม ไปง่ายๆ แม้ไปครั้งแรก (Part3)

จากกระทู้ PART2 มาต่อกันเลยครับที่ PART3 ซึ่งเป็น PART สุดท้าย  ^_^

วันที่ 5

ไปเที่ยวชม Landmark ที่น่าสนใจในโอซาก้า โดยใช้บัตร Osaka Amazing Pass เข้าฟรีมันทุกที่ไปเล้ย วันที่ 2 ครับ!!!

  • ปราสาทโอซาก้า(Osaka Castle) ปราสาทประจำเมืองซึ่งมีประวัติศาสตร์มาอย่างช้างนาน โดยมีบทบาทสำคัญมากในยุคเซนโกคุ ด้วยผังการสร้างที่สูงและดูโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาสเมืองสมัยใหม่ จึงเป็น Landmark ที่สำคัญที่สุดของเมืองนี้ไปโดยปริยาย โดยแต่ละชั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับปราสาทโดยตรง แถมมีบัตร OAP ก็ขึ้นฟรีด้วย อย่าพลาดครับ

    เที่ยวปราสาทโอซาก้า(Osaka Castle)
    ปราสาทโอซาก้า(Osaka Castle)
  • นั่งเรือขุนนางรอบปราสาท เป็นการจำลองเรือที่ขุนนางสมัยก่อนใช้สามารถขึ้นชมได้เป็นรอบๆ ทุก 15 นาที กิจกรรมนี้เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวอย่างมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ดังนั้นวางแผนไปให้ดีนะครับ
  • ล่องเรือ Aqualiner ชมวิวเมืองโอซาก้า เป็นกิจกรรมที่จะทำให้ทุกคนเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศ 2 ฝั่งแม่น้ำแห่งเมืองโอซาก้า ถ้ามีเวลาเหลือ ก็ถือเป็นกิจกรรมที่ผมแนะนำครับ

ล่องเรือ Aqualiner ชมวิวเมืองโอซาก้า

รูปเรือ Aqualiner ครับ

ล่องเรือ Aqualiner ชมวิวเมืองโอซาก้า

วิวจากบนเรือ ซึ่งจะดีมากถ้าเป็นช่วงซากุระเพราะจะชมพูไปหมดเลย

  • ขึ้นชิงช้าสวรรค์ Tempozan ชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่ริมอ่าวโอซาก้า ช่วยให้เราเห็นวิวที่งดงามริมทะเลได้จากที่สูง เป็นกิจกรรมสุดแสนเพลิดเพลินที่คุณก็ขึ้นได้ฟรีแค่แสดงบัตร OAP ที่บอกไป

วิวก่อนขึ้นปราสาท จากแยกที่จะไปถึงชิงช้า

วิวจากบนชิงช้า เราจะเห็นเรือเดินสมุทรซานต้ามาเรีย แล่นเป็นสง่าอยู่ด้วยครับ

  • ล่องเรือ Santa Maria เรือที่จำลองมาจากเรือเดินสมุทรสมัยช่วงยุคการสำรวจโลกของโคลัมบัส อันนี้ขอบอกครับ ว่าห้ามพลาดมากๆ ในบรรดาทริปล่องเรือทั้งหมด ผมชอบทริปอันนี้ที่สุด ลมทะเลที่ไม่เหนียวตัว จะพาเราชมอ่าวโอซาก้าที่งดงาม ถ้าหน้าหนาวแนะนำพวกเสื้อหนาๆไปด้วย เพราะหนาวมากจ้า

ล่องเรือ Santa Maria

เรือนี้ครับ เรือจำลองจากยุคกลาง ขึ้นกันเลย

ล่องเรือ Santa Maria

วิวจากในเรือจะเห็นชิงช้าสวรรค์ Tempozan ด้วยนะ

  • ชิงช้าสวรรค์ Hep Five ชิงช้าที่มีจุดเด่นคือเป็นชิงช้าขนาดใหญ่สีแดง ที่ตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้า Hep Five ใจกลางย่านธุรกิจของโอซาก้าอย่างย่าน Umeda ชิงช้าสวรรค์ Hep Five

ชิงช้าอยู่บนห้าง แต่ถ้าใครอ้างว้าง แนะนำมาอยู่ข้างๆผมได้ครับ

และนี่ก็คือวันที่ 5 นะครับ ซึ่งเราสามารใช้ OAP หรือ Osaka Amazing Pass ในกิจกรรมนี้ได้ทั้งหมดเลย คุ้มมากครับ ห้ามพลาด

วันที่ 6

ไปเที่ยวสวนสนุก Universal Studio Japan สุดยอดความบันเทิงแห่งโอซาก้ากัน!!

สวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ญี่ปุ่น (Universal Studio Japan) ซึ่งเป็นสวนสนุกที่มีชื่อเสียงและโด่งดังในระดับโลก โดยสวนสนุกนี้ได้รวมเครื่องเล่นสนุกๆ ซึ่งอิงไปกับภาพยนตร์ของค่าย Universal Studio เอาไว้มากมาย จุดเด่นที่พลาดไม่ได้คือ ปราสาทฮอกวอตส์ สวยสง่าท่ามกลาง USJ และเป็นที่ตั้งของเครื่องเล่น Harry Potter and the Forbidden Journey เครื่องเล่น 3D Adventure ที่แฟนๆ แฮรี่ ต้องร้อง ว้าว แน่นอนครับสวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ญี่ปุ่น (Universal Studio Japan) Harry Potter and the Forbidden Journey

ปราสาทฮอกวอตส์ครับ

สวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ญี่ปุ่น (Universal Studio Japan) Harry Potter and the Forbidden Journey

ปราสาทฮอกวอตส์อีกมุม สวยๆ

นอกจากนี้ ยังมีภาพยนตร์เรื่องอื่นอีกมากมาย อย่างเช่นผจญภัยกับฉลามยักษ์จากภาพยนตร์เรื่อง JAWS

สวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ญี่ปุ่น (Universal Studio Japan)

หรือจะแต่งตัวเป็นมินเนี่ยน(Minion) แบบในภาพเพื่อไปผจญภัยในโลกของมินเนี่ยน ที่สวนสนุกแห่งนี้ก็มีเครื่องเล่น 3D รอต้อนรับครับ มินเนี่ยน(Minion)  สวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ญี่ปุ่น (Universal Studio Japan)

สำหรับใครที่เล่นเสร็จแล้วอยากปิดวันที่ 6 แบบครบๆ แนะนำไปเดินเล่นย่านโดทงโบริ (Dotonbori)  เพื่อถ่ายรูปกับป้ายกูลิโกะ แลนด์มาร์คสำคัญที่ถ้าไม่ถ่ายก็เหมือนมาไม่ถึงโอซาก้า ยังไงยังงั้นโดทงโบริ (Dotonbori) ป้ายกูลิโกะ

หนุ่มกูลิโกะ ชูมือเริงร่าท่ามกลางย่านนี้

โดทงโบริ (Dotonbori) ป้ายกูลิโกะ

ย่านโดทนโบริสุดขึ้นชื่อ

โดทงโบริ (Dotonbori) ดองกิโฮเต้

สำหรับสายช้อป หรือใครที่อยากซื้อของฝาก แนะนำห้าง ดองกิโฮเต้ หรือดองกี้เลยครับ

วันที่ 7 วันสุดท้าย!!!

ใช้ Kansai Thru Pass วันที่ 3 เดินทางไปทัวร์ เกียวโต ในอีกมุมหนึ่งที่เรายังไม่ได้ไปกันครับ

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ(Fushimi Inari Taisha) ศาลเจ้าขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพอินาริ โดยมีจุดเด่นคือเสาโทริอิสีแดงที่เรียงรายขึนไปจนถึงยอดเขาอินาริแห่งนี้ โดยศาลเจ้านี้ก็เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านร้านค้าเป็นจำนวนมากมาอย่างยาวนานจึงเกิดการบริจาคทำบุญเสาโทริอิจำนวนมากอย่างที่เราเห็นนั่นเองศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ(Fushimi Inari Taisha)

เสาโทริอิยักษ์ เป็นเสาที่เสมือนเป็นทางเข้า หรือทางเปิดของศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ

เสาสีเเดง ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ(Fushimi Inari Taisha)

รูปปั้นหมาจิ้งจอก ตามความเชื่อที่ว่านี่คือสัตว์พาหนะ หรือสัตว์เทพของเทพเจ้าอินาริ บางคนเรียกศาลเจ้าจิ้งจอกก็มีเสาสีเเดง ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ(Fushimi Inari Taisha)

จุดถ่ายรูปหลักของศาลเจ้าคือเสาโทริอิสีแดงที่เรียงรายต่อกันแบบนี้นั่นเองครับ

หลังจากนั้นเราจะไปกันต่อที่ย่าน Higashiyama ย่านสุดครึกครื้นประจำเกียวโต ซึ่งในย่านนี้ก็จะมีแลนด์มาร์คสำคัญๆ อย่าง วัดคิโยมิซุ หรือวัดน้ำใส แต่น่าเสียดายที่ช่วงนี้ทำการปิดปรับปรุงอาคารหลัก ทำให้เราไม่ได้แนะนำในครั้งนี้

แต่ไม่เป็นไร เพราะในย่านนี้ยังมีของน่าทานอีกมาก รวมถึงบรรยากาสเมืองเก่า ก็มีความสนใจชวนให้เราเดินเล่นได้นานพอสมควร และขอแนะนำอีกหนึ่งจุดที่ควรไปถ่ายรูป นั่นก็คือ เจดีย์ยาซาก้า หรือเจดีย์วัดโฮคันจิ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงสง่าอยู่ในย่านนี้ เป็นจุดที่ห้ามพลาดสำหรับคนชอบถ่ายรูป เพราะมีเสน่ห์มากๆ ครับ

เจดีย์ยาซาก้า หรือเจดีย์วัดโฮคันจิ

บรรยากาสของย่าน เห็นเจดีย์ยาซาก้าไกลๆ กันแล้ว

เราลองไปดูใกล้ๆกันครับ

ส่วนอันนี้เป็นมุมที่แนะนำสำหรับการถ่ายรูปครับ อยู่บริเวณเนิน Ninenzaka ชิคมั้ยล่า

(รูปนี้ถ่ายเองครับ)

หลังจากครบแล้วสามารถใช้ Kansai Thru Pass นั่งรถไฟกลับเข้าสนามบินเพื่อบินกลับกรุงเทพได้เลยนะครับ

หวังว่า บทความนี้จะทำให้ทุกคนแพลนการเที่ยวญี่ปุ่นได้ง่ายยิ่งขึ้น ฝากติดตามนักเขียนหน้ามนคนน่ารักคนนี้ด้วยนะครับ ^_^