แจกโปรเแกรมเที่ยว Tokyo & Around 7 วัน ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ + การเลือกใช้ Pass

Posted by :

ประเทศญี่ปุ่น ฤดูใบไม้ผลิ  เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม – พฤษภาคม อุณหภูมิในช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 15 – 25 องศาเซลเซียส ช่วงกลางวันอากาศเย็นสบาย แต่มีแดดแรงพอสมควร ช่วงค่ำ-กลางคืน อากาศเริ่มเย็นลง การแต่งกายจะเริ่มใส่เสื้อโค้ทบางๆ หรือ เสื้อเทรนซ์โค้ท ในช่วงฤดูใบไม้ผลินั้นก็จะเริ่มมีเทศกาลชมดอกไม้ตามภูมิภาคต่างๆ เพราะดอกไม้เริ่มผลิบาน เช่น ต้นท้อบาน ประมาณปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนเป็นเดือนที่มีดอกซากุระบานสะพรั่ง (ส่วนเราไปปลายเดือนพฤษภาคม ไม่ทันซากุระจ้า)

ทริปนี้เดินทางเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม – 28 พฤษภาคม 2019 ทั้งหมด 7 วัน โปรแกรมการท่องเที่ยวมีดังนี้ :

  • Day 1  : Narita Airport – Tokyo – Ginza
  • Day 2 : Chiba : สวนกุหลาบที่ Keisei Rose Garden – วัดนาริตะ (Naritasan Shinshoji Temple) – Harajuku
  • Day 3 : Nikko – Sensoji Temple (Asakusa)
  • Day 4 : Chichibu : เก็บสตรอเบอรี่ – ล่องเรือที่ Nagatoro – Shibuya
  • Day 5 : Kawaguchiko – Sunnide Resort Hotel (ค้าง 1 คืน )
  • Day 6 : Hakone – Shinjuku
  • Day 7 : ตลาด Tsukiji – Tokyo Station – Narita Airport

Pass ที่เลือกใช้ในการเดินทาง

1. Tokyo Shuttle Bus (Keisei Bus) =  ไป-กลับ 1,900 Yen  ใช้สำหรับนั่งรถบัสจากสนามบินนาริตะ เข้าเมืองโดยเราไปลงที่ Tokyo Station สามารถดูรีวิวพาสเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.jgbthai.com/tokyo-shuttle-bus-keisei-bus/

2. Suica Card (IC Card) =  ซื้อขั้นต่ำ 1,000 Yen “มัดจำบัตร 500 + มูลค่าในบัตร 500″ ใช้สำหรับนั่งรถไฟทั้งของ JR และ Subway เที่ยวในเมือง Tokyo โดยจ่ายค่ารถเป็นรอบๆ (เนื่องจากเราวางแผนและคำนวณค่าใช้จ่ายไว้แล้วจึงรู้จำนวนที่ต้องซื้อ ) ดังนั้นเราซื้อ IC Card ทั้งหมด 5,000 Yen ถ้าเงินเหลือสามารถนำบัตรไปแลกเงินคืนได้ที่ตู้อัตโนมัติ หรือถ้าไม่พอสามารถเติมเพิ่มได้เช่นกันค่ะ สามารถซื้อได้ที่สนามบินนาริตะ Terminal 1,2,3 และ ตู้อัตโนมัติตามสถานี JR ค่ะ

3. Fuji  Hakone Pass 3 Days = 9,090 Yen ใช้สำหรับเที่ยว Kawaguchiko + Hakone  สามารถดูรีวิวพาสเพิ่มเติมได้ที่ : รีวิว-fuji-hakone-pass-3-วัน-และการใช้แบบละเอียด

4. Nikko Pass World Heritage Area = 2,000 Yen ใช้สำหรับเที่ยว Nikko ซื้อที่ Asakusa(Tobu Subway) ที่ตึก Asakusa Ekimise ซึ่งเป็นจุดที่ขึ้นรถไฟไป Nikko หรือถ้าใครถือ JR Tokyo Wide Pass สามารถใช้พาสนี้ไป Nikko ได้ โดยที่ไม่ต้องมาขึ้นรถไฟที่ตึกนี้นะคะ

5. SEIBU 1 Day Pass + Nagatoro = 1,500 Yen ใช้สำหรับเที่ยว Chichibu + Nagatoro  ซื้อได้ที่ สถานี Ikebukuro หาทางออกที่ไป Seibu Ikebukuro line จะอยู่ทางออก East ค่ะ

โรงแรมที่เลือกพัก

  • Toyoko Inn Tokyo Nihombashi Hotel พักทั้งหมด 5 คืน โดยแยกเป็น 2 Booking เนื่องจากมี 1 คืนที่ไปพัก Kawaguchiko โดยเราสามารถฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมได้  เหตุผลที่เลือกโรงแรมนี้เพราะว่าใกล้ Tokyo Station ไป-กลับ สนามบินนาริตะสะดวก และโรงแรมมีบริการ Free Shuttle Bus รับส่งไปสถานี Tokyo Station อีกด้วย  สามารถดูรีวิวโรงแรมได้ที่ : https://www.jgbthai.com/toyoko-inn-tokyo-nihombashi-hotel/
  • Sunnide Resort Hotel @ Kawaguchiko 1 คืน โรงแรมนี้ดีงามมาก สามารถดูรีวิวโรงแรมได้ที่ : https://www.jgbthai.com/sunnide-resort-hotel-kawaguchiko-fuji/

สำหรับรายละเอียดการเดินทาง ตามมาชมกันได้เลยค่ะ

Day 1 ใช้ Tokyo Shuttle Bus (Keisei Bus) เข้าเมือง และใช้ IC Card

  • 05.00 ถึงสนามบิน สุวรรณภูมิ เที่ยวบิน TG 676
  • 15.45  ถึงสนามบิน Narita Terminal 1
  • 17.30  Check – in ที่ Toyoko Inn Tokyo Nihombashi Hotel
  • 18.00 เดินเล่น ห้าง Daimaru ใกล้กับ Tokyo Station
  • 19.00 เดินเล่นย่านหรูหราที่ Ginza

เมื่อมาถึงสนามบินก็ได้ซื้อ ตั๋ว Keisei Bus นั่งเข้าเมืองกันค่า โดยเราไปลงที่ Tokyo Station เนื่องจากใกล้ที่พัก สะดวกสุดๆ ไม่เจอรถติด แถมไม่ต้องยกกระเป๋าเองด้วย จากนั้นก็ไป Check-in ที่โรงแรม นำกระเป๋าไปเก็บไว้ในห้องแล้วไปเดินเล่นต่อค่ะ

เดินเล่นที่ Ginza โดยใช้ IC Card นั่ง Subway จาก Hibiya Linge (H14) มาลงสถานี Ginza (H08) เดินอีก 4 นาที  ซึ่งส่วนมากร้านค้าแถบนี้ปิดประมาณ 20.00 น. –  21.00 น. เป็นอีกแสงสียามค่ำคืนย่านกินซ่าค่ะ

Day 2 ใช้  IC Card ไปเที่ยวเมือง Chiba

  • 10.30 ถึง Keisei Rose Garden
  • 13.00 รับประทานอาหารกลางวัน
  • 14.00 วัดนาริตะ และเดินเล่นย่าน Omatesando
  • 18.00 เดินเล่น Shopping ที่ Harajuku

มาเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ผลิทั้งทีก็ต้องมาเที่ยวสวนดอกไม้กันซะหน่อย ที่นี่คือสวนกุหลาบใหญ่อันดับต้นๆของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ สวย สด งดงามมาก สามารถดูรีวิวสวนกุหลาบได้ที่ : https://www.jgbthai.com/keisei-rose-garden-shiba/

จาก Keisei Rose Garden ใช้เวลาเดินทางมา วัดนาริตะ ประมาณ 30 นาทีค่ะ สามารถดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.jgbthai.com/naritasan-shinshoji-naritasan-omotesando/

กลับมาเดินเล่น Shopping ต่อที่ Harajuku ค่ะ

Day 3 ใช้  Nikko Pass World Heritage Area เที่ยวเมือง Nikko โซนมรดกโลก

  • 10.30  ถึง Nikko นั่งรถบัส ไป วัดไทยูอิน (Taiyuin Temple)  และ ชมศาลเจ้าฟุตะระซัง (Futarasan Jinja)
  • 12.30  ร้านยูซะวะยะ (ร้านน้ำแข็งใสจากภูเขานิกโกะ)
  • 14.00 ศาลเจ้าโทโชกุ( Toshogu Shrine)
  • 15.00 สะพานชินเคียว (Shinkyo Sacred Bridge) หรือสะพานแดง
  • 19.00 ถึง Asakusa Station แวะเดินเล่นก่อนกลับที่พัก

สำหรับใครที่ใช้ Pass นี้เดินทางไป Nikko แนะนำว่าให้มาซื้อพาสแต่เช้า หรือถ้าพักใกล้ๆบริเวณนี้ มาซื้อล่วงหน้าก่อนเดินทางจะสะดวกที่สุดค่ะ จากนั่งรถบัสเที่ยวโซนมรดกโลกของ Nikko เริ่มจากไป วัดไทยูอิน (Taiyuin Temple)  และ ชมศาลเจ้าฟุตะระซัง (Futarasan Jinja)

เที่ยวฤดูนี้อากาศค่อนข้างร้อนนะคะ แวะหาของเย็นๆอร่อยๆ เพิ่มพลังซะหน่อย

แต่ข้องดีของการเที่ยวฤดูนี้คือเจอดอกไม้สวยๆตลอดการเดินทางค่ะ

สะพานชินเคียว (Shinkyo Sacred Bridge) หรือสะพานแดง

Day 4 ใช้  SEIBU 1 Day Pass + Nagatoro เที่ยวเมือง Chichibu และใช้ IC Card ในเมืองโตเกียว: เก็บสตรอเบอรี่ –  Nagatoro – Shibuya

  • 10.30 ถึงสวนสตรอเบอรี่ เมืองจิจิบุ ไซตามะ
  • 14.00 ล่องเรือที่ Nagatoro
  • 18.00 เดินเล่น Shopping ที่ Shibuya

เก็บตรอเบอรี่สด ๆ พร้อมกินปิ้งยิ่างที่ Komatsuzawa Farm สามารถดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.jgbthai.com/komatsuzawa-leisure-farm-saitama/

จากนั้นไปล่องเรือ Nagatoro ซึ่งอยู่ใกล้ๆจิจิบุ ใช้เวลาเดินทางจากสวนสตรอเบอรี่ประมาณ 30 นาที ใช้ SEIBU PASS ได้ค่ะ  สามารถดูรีวิวล่องเรือได้ที่ : https://www.jgbthai.com/review-nagatoro-line-kudar-saitama/

กลับเดินเล่น Shopping ที่ Shibuya

Day 5 ใช้  Fuji  Hakone Pass 3 Days เที่ยว Kawaguchiko

  • 10.30 ถึง Lake Kawaguchiko นำกระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรม
  • 11 .30 ไปเจดีย์แดง สามารถดูรีวิวได้ที่ : https://www.jgbthai.com/chureito-pagoda-yamanashi/
  • 14.00 เที่ยวรอบๆ Kawaguchiko

Day 6 ใช้  Fuji  Hakone Pass 3 Days เที่ยว Hakone

  • 10.30 นั่งรถบัสรอบแรกของวันจาก Kawaguchiko – Gotemba Premium Oultet
  • 16 .30 ล่องเรือโจรสลัดท่องทะเลสาบอะชิ สามารถดูรีวิวได้ที่ : https://www.jgbthai.com/hakone-sightseeing-cruise-lake-ashinoko/
  • 18.00  แวะเดินเล่น ทานมื้อเย็น ที่ Odawara จากนั้นนั่งรถไฟลงที่ Shinjuku แวะเดินเล่น แล้วกลับที่พัก

Day 7 ใช้ IC Card + Tokyo Shuttle Bus (Keisei Bus)

  • 06.30 ไปตลาดปลา Tsukiji
  • 10.00 เดินเล่นบริเวณ Tokyo Station
  • นั่ง Keisei bus ไป  Narita Airport
  • กลับกรุงเทพเที่ยวบิน TG 677

ประเทศญี่ปุ่นนั้นเราสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี การจัดโปรแกรมท่องเที่ยว ขึ้นอยู่กับว่าเราไปภูมิภาคไหน ในช่วงฤดูอะไร สถานีที่ที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวแต่ละฤดูก็อาจจะแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย สำหรับทริปนี้เราไปเที่ยวเมืองรอบๆโตเกียว โดยไปเช้า – เย็นกลับ จากโตเกียว ช่วงเย็นก็กลับมาเที่ยวในเมืองเช่น  Shinjuku , Harajuku , Shibuya และ Asakusa เป็นต้น (โดยใช้ IC Card ค่ะ)

  • บทความนี้ คือโปรแกรมเที่ยวโตเกียวและเมืองรอบๆในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เดือนพฤษภาคม)
  • สำหรับใครที่เที่ยวโตเกียวในฤดูหนาว สามารถดูรีวิวโปรแกรมเที่ยวได้ที่ : https://www.jgbthai.com/tokyo-trip-8-day-pass-ticket-hotel/ 
  • สำหรับใครที่เที่ยวฮอกไกโดในฤดูร้อน (ลาเวนเดอร์ เดือนกรกฏาคม)  สามารถดูรีวิวโปรแกรมเที่ยวได้ที่ : https://www.jgbthai.com/hokkaido-road-trip-in-summer/

หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนที่กำลังจัดโปรแกรมเที่ยวกันนะคะ ลองนำไปปรับใช้ดูน๊า

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด