สักครั้งในชีวิต…ปีนยอดภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น!!

Posted by :

สวัสดีค่ะ ทุก ๆ คน วันนี้กลับมาพบกันอีกแล้ว กับ Tamago Travel โดยวันนี้จะพาทุก ๆ คนไปปีนเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็คือ ภูเขาไฟฟูจินั่นเองค่ะ ทริปนี้จะโหด สูง หนาวกันแค่ไหน ตามไปชมกันเลยค่ะ

ความสูงของภูเขาไฟฟูจิ อยู่ที่ 3,776 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเลยค่ะ การปีนภูเขาไฟฟูจิ จะเปิดให้ขึ้นเฉพาะในช่วงหน้าร้อน คือช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน เนื่องจากเป็นช่วงที่อากาศบนภูเขาไฟฟูจิไม่แปรปวนมากเกินไป และไม่มีหิมะ สามารถปีนได้ค่ะ

วิธีการเดินทาง เพื่อพิชิตยอดเขาฟูจิ

การขึ้นภูเขาไฟฟูจิ มีเส้นทางทั้งหมด 5 เส้นทาง ในครั้งนี้ Tamago Travel ได้เลือกใช้เส้นทาง Yoshida Trail เนื่องจากมีระยะทางสั้น และง่ายที่สุด อีกทั้งมีนักปีนเขาจำนวนมากนิยมใช้เส้นทางนี้ จึงทำให้มีบ้านพักระหว่างทางเป็นจำนวนมาก

จากโตเกียว แนะนำให้ขึ้นรถบัสที่ Shinjuku Bus Station เพื่อไปยัง สถานี Fujisan Gogome หรือชั้น 5 ของภูเขาไฟฟูจิ (โดยรถบัส จะต้องทำการจองก่อนล่วงหน้า เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ใช้บริการรถบัสในการขึ้นไปยังชั้น 5 ของภูเขาไฟฟูจิ) บางท่านนิยมนั่งรถไฟไป และไปต่อรถบัส แต่เราขอแนะนำให้นั่งรถบัสตรงไปเลยดีกว่า สะดวกสุด ๆ ค่ะ

พอขึ้นไปถึงด้านบน ก็สามารถเริ่มเดินขึ้นยอดเขากันได้เลย หรือจะทานอาหาร เข้าห้องน้ำก่อนก็ไม่ว่ากันค่ะ การปีนภูเขาไฟฟูจิ มีกฏ 1 ข้อที่สำคัญมาก ๆ คือ การนำขยะขึ้นไป และต้องนำลงมาด้วยค่ะ ด้านบนจะไม่มีถังขยะให้ ฉะนั้น ห่อขนมที่เขาเตรียมขึ้นไป หรือห่ออาหารที่ซื้อจากบ้านพักด้านบน ต้องนำติดตัวลงมาด้วยค่ะ

บรรยากาศบริเวณชั้น 5 ค่ะ มีทั้งนักท่องเที่ยวที่มาปีนเขา และนักท่องเที่ยวที่มาชมวิว แต่วันนี้มีฝนตก หมอกเลยลงหนักมาก ไม่ค่อยเห็นวิวเท่าไหร่

ระหว่างทางที่เดินขึ้น เราก็จะได้พบปะกับนักปีนเขาที่กำลงเดินลงมาค่ะ มีการทักทายและให้กำลังใจกันตลอดทาง เรียกว่า กำลังมาเต็มค่ะ

ช่วงแรกของการเดิน จะยังมีสภาพเป็นป่าอยู่ค่ะ เดินไปเรื่อย ๆ ภูมิประเทศก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ค่ะ

ตอนนี้เราอยู่กันที่หน้าบ้านพักชั้น 8 ค่ะ บ้านพักจะเริ่มมีตั้งแต่ประมาณชั้น 6 เลยค่ะ แนะนำให้จองมาก่อน ยิ่งใครปีนในช่วงวันหยุด นักปีนเขามีจำนวนมาก บ้านพักส่วนใหญ่จะเต็มค่ะ

ตอนแรกเราวางแผนที่จะจองห้องพักเหมือนกันค่ะ แต่เนื่องจากเราออกจากบ้านกันสาย ทำให้ตกรถบัส ตอนแรกที่วางแผนไว้ว่าจะเริ่มปีนเขากันตอนเที่ยง ต้องเปลี่ยนมาเป็นเริ่มปีนตอน 6 โมงเย็นเลยค่ะ ทำให้ไม่ได้พักที่บ้านพัก เพราะมีราคาแพง และได้พักเพียงนิดเดียว เราจึงเลือกที่จะนักพักด้านนอก ประมาณ 2 ชั่วโมง แม้จะตากฝนก็ไม่เป็นไรค่ะ

และตอนนี้เราก็มาถึงกันที่ชั้น 8 ของภูเขาไฟฟูจิแล้วค่ะ บรรยากาศตอนนี้เป็นเวลาประมาณ 4 ทุ่มค่ะ ท้องฟ้ามืดมิด ฝนตกลงเรื่อย ๆ ไม่หนักมาก ตก ๆ หยุด ๆ แต่ฝนไม่สามารถทำอะไรเราได้ค่ะ เพราะเราได้เปียกไปทั้งตัวแล้วค่ะ 5555

บรรยากาศหน้าบ้านพัก จะมีนักปีนเขาเดินผ่านไปมาอยู่ตลอดเวลาค่ะ แม้จะขึ้นช่วงกลางคืน แต่ไม่เหงาเลยค่ะ

นักปีนเขาบางคนมีอาการแพ้ความสูง หรือที่เรียกว่า Altitude Sickness (AMS) ซึ่งจะให้มีอาการเหนื่อยง่าย ต้องพักระหว่างทางบ่อยค่ะ แต่ละคนอาการอาจจะไม่เหมือนกัน ต้องคอยสังเกตุตัวเองกันด้วยค่ะ อย่างไรก็ตาม ความสูงของภูเขาไฟฟูจิ ถือว่ายังไม่สูงมาก อาการแพ้ความสูง จะยังไม่ค่อยรุนแรงมากค่ะ

พระอาทิตย์เริ่มขึ้นแล้วค่ะ แสงแรกบนยอดภูเขาไฟฟูจิ แม้ระหว่างทาง อากาศจะย่ำแย่มาตลอดทาง แต่พอเห็นแสงแบบนี้แล้ว มีความสุขมาก ๆ เลยค่ะ การดูพระอาทิตย์ขึ้นครั้งนี้ เรียกว่าเป็นการดูที่ลงทุนมาก ๆ ค่ะ แต่ถือคุ้มค่ามาก ๆ เลยค่ะ

ทางด้านซ้ายนู่นคือจุดที่เราเดินกันขึ้นมาค่ะ ส่วนจุดที่ยืนอยู่ คือจุดที่นักปีนเขาส่วนมาก จะมาตั้งกล้องรอถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นกันค่ะ ลมแรงและหนาวมาก ๆ เลยค่ะ จุดนี้ หมวก ที่ปิดหู และถุงมือเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ เลยค่ะ

ตรงกลาง คือปล่องภูเขาไฟค่ะ ใหญ่มาก ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าข้างในเป็นยังไง เราสามารถเดินชมรอบ ๆ ปล่องได้ โดยใช้เวลาในการเดินประมาณ 1.5 ชั่วโมงค่ะ สำหรับท่านที่ไม่เดินชม สามารถเดินลงด้านล่างได้เลยค่ะ

จริง ๆ แล้ว การขึ้นลงภูเขาไฟฟูจิ ไม่ได้มีเวลากำหนดว่าเราต้องเดินขึ้นหรือลงเวลาไหนนะคะ แต่นักปีนเขาส่วนใหญ่จะนิยมเดินขึ้นมาให้ทันช่วงเช้า ตี 5 เพื่อชมแสงแรก หรือพระอาทิตย์ขึ้นค่ะ

บรรยากาศขาลง ท้องฟ้าแจ่มใส ช่างแตกต่างกับขาขึ้นเหลือเกิน ขาลงโหดกว่าขาขึ้นนะคะ เพราะทั้งเหนื่อยและทั้งเจ็บหน้าแข้ง แถมทางลงยังเป็นทางสไลส์ด้วย ต้องระวังตกเขากันด้วยค่ะ

ท่านในที่สนใจอยากไปพิชิตภูเขาไฟฟูจิสักครั้งในชีวิต สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Official website สำหรับการปีนภูเขาไฟฟูจิ >> http://www.fujisan-climb.jp/en/ <<

หรือถ้าท่านในสนใจ ข้อมูลแบบ exclusive หรืออยากให้ Tamago Travel พาไปปีน สามารถเข้าไปติดตามและพูดคุยกันต่อได้ที่ Facebook Page >>Tamago Travel<< กันได้เลยค่ะ

สำหรับวันนี้ ขอลาไปเพียงเท่านี้ แล้วติดตามกันต่อ ว่า Tamago Travel จะพาเพื่อน ๆ JGB ไปเที่ยวที่ไหนในประเทศญี่ปุ่นกันต่อค่ะ

ขอบคุณค่ะ

อ่านต่อ

บทความของนักเขียน


ดูบทความของนักเขียนทั้งหมด