มาสัมผัสหัวใจของประเทศญี่ปุ่นด้วยเส้นทางมังกรทะยานฟ้า SHORYUDO กันเถอะ! (ตอนที่ 1/2)

  • Posted by : JGBTHAI

    เวลาที่เรามาท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นในเมืองใหญ่ๆ อย่างมหานครโตเกียวหรือโอซาก้า เราจะพบฝูงชนทั้งไทยและเทศเดินขวักไขว่ (อันนี้ไม่ได้เขียนผิดนะ เพราะคนไทยเยอะจริงๆ /ฮา) แสงสีละลานตาของความเป็นญี่ปุ่นสมัยใหม่ ซึ่งด้วยความที่นอนว่าด้วยความที่มีกลิ่นอายของความเป็นสมัยใหม่จึงทำให้อาจจะนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นรู้สึกใกล้ชิดและมีความเป็นสากลมากกว่า แต่ในขณะเดียวกันกระรอกนุ๊ยเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายๆ คนก็คงอยากเดินทางมาท่องเที่ยวเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ผ่านสถานที่ที่เราสามารถสัมผัส ‘ความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ’ กันบ้างใช่ไหมล่ะคะ เพราะฉะนั้นสำหรับในครั้งนี้กระรอกนุ๊ยจะพาเพื่อนๆชาว JGB มารู้จักพื้นที่หนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงกับหัวใจของประเทศญี่ปุ่นหรือที่รู้จักกันในนามว่า SHORYUDO (โชริวโด) กันค่ะ

    001

    SHORYUDO คืออะไร?    
    SHORYUDO หรือ (昇龍道 : โชริวโด) เป็นชื่อเรียกโซนๆหนึ่งที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคจูบุ(ภาคกลาง) และโฮกุริกุ(ภาคกลางตอนบน) ซึ่งตั้งอยู่ในกลางของประเทศญี่ปุ่น โดยประกอบไปด้วย 9 จังหวัดด้วยกันค่ะ ซึ่งได้แก่ จังหวัดอิชิคาวะ โทยามะ ฟุกุอิ ชิกะ กิฟุ นากาโน่ ไอจิ ชิซูโอกะ และจังหวัดมิเอะ ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับมังกรที่กำลังบินผงาดขึ้นสู่ฟากฟ้า โดยมีคาบสมุทรโนโตะ(ของจังหวัดอิชิคาวะ) เป็นหัวมังกร และไล่คดเคี้ยวลงมายังตัวจังหวัดมิเอะที่เปรียบเสมือนหางมังกร จึงเป็นที่มาของคำว่า SHORYUDO ที่แปลเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ว่า “เส้นทางที่มังกรบินทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า” นั่นเองค่ะ

    002Credit : https://www.aichi-now.jp

    สำหรับในแถบ SHORYUDO นี้ มีเมืองนาโกย่าของจังหวัดไอจิและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคจูบุเป็นศูนย์รวมการเดินทาง ซึ่งมี Chubu Centrair International Airport ไว้รองรับนักท่องเที่ยวทั้งต่างชาติและคนญี่ปุ่นเอง รวมไปถึงมี Tourist Information & Service ซึ่งมีบริการ Same-Day Baggage Delivery Service สำหรับผู้ที่พักในจังหวัดไอจิและมิเอะ (1,952 เยน / สัมภาระ) เคาน์เตอร์ให้เช่า Pocket Wi-fi และนอกจากนี้ยังใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมืองนาโกย่าเพียง 28 – 35 นาที ซึ่งหมายความว่าเรามีเวลาเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับการที่เราไปลงที่สนามบินนานาชาตินาริตะ หรือสนามบินนานาชาติคันไซ ฮั่นแน่เริ่มฟังดูน่าสนใจมากขึ้นแล้วรึยังคะ? ^ u ^,,

    โชริวโดนั้นมีที่เที่ยวที่น่าสนใจเยอะอยู่พอตัวเลยทีเดียวค่ะ เพราะอย่างนั้นในคอลัมน์นี้กระรอกนุ๊ยจะมาแนะนำเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ที่กระรอกนุ๊ยพึ่งไปมาช่วงปลายเดือนมกราคมมาให้เพื่อนๆรู้จักกัน ในการเดินทางนี้กระรอกนุ้ยใช้ SHORYUDO Highway Bus Ticket เป็นตัวช่วยในการเดินทางค่ะ

    003

    SHORYUDO Highway Bus Ticket หนึ่งตัวช่วยที่ครอบคลุมการท่องเที่ยวในเส้นทางมังกร
    SHORYUDO Highway Bus Ticket มีจำหน่ายแบบ 3 วัน และแบบ 5 วัน ราคาอยู่ที่ 7,000 เยน และ 14,000 เยนตามลำดับค่ะ ด้วยบัตรพาสตัวนี้เราสามารถไปที่ต่างๆเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายครั้ง สะดวกสบายไม่แพ้กับ JR เลยทีเดียว (ซึ่งแน่นอนว่าอย่างที่ครอบคลุมมากกว่ากระรอกนุ๊ยเลือกแบบ 5 วันค่ะ)

    วิธีการมีในครอบครองและการใช้งานก็ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ แค่ทำการ Booking ในอินเตอร์เน็ตและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ให้เราปริ้นท์เจ้าใบ E-Voucher เอาไว้เพื่อเตรียมนำมาแลกบัตรที่ Meitetsu Travel Plaza ซึ่งก็จะอยู่กันให้เห็นกันจะๆหน้าทางเข้าสถานี จากนั้นก็นำตั๋วไปแลกที่เคาท์เตอร์แลกตัวที่อยู่ใกล้ๆกันได้เลย แค่นี้ก็สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองนาโกย่ากันได้แล้ว!

     ► เกี่ยวกับ SHORYUDO Highway Bus Ticket (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
    รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SHORYUDO Highway Bus Ticket(ภาษาอังกฤษ) คลิกที่นี่
    ตารางรถสำหรับวางแพลนการท่องเที่ยว(ภาษาอังกฤษ) คลิกที่นี่
    เคาท์เตอร์ที่สามารถนำ E-Voucher ไปแลกได้(ภาษาอังกฤษ) คลิกที่นี่

    004

    พอแวะ Tourist Information & Service หยิบข้อมูลการท่องเที่ยวภาษาไทยปุ๊บ
    เมื่อเดินออกมาจากสนามบินเคาท์เตอร์แลกตั๋วจะอยู่ทางด้านซ้ายมือของเราค่ะ

    005

    Meitetsu Travel Plaza ที่เราต้องนำ E-Voucher ไปแลกจะอยู่ทางด้านขวามือของเราและทางเข้าชานชาลาค่ะ

    006

    นี่คือหน้าตาของ E-voucher ที่เราต้องปริ้นท์ออกมาค่ะ สามารถยื่นเจ้านี่ให้คุณพนักงานได้เลย

    007

    พอแลก E-voucher กับเจ้าหน้าที่แล้วเราก็จะได้ SHORYUDO Highway Bus Ticket หน้าตาแบบนี้มา

    007_5

    พร้อมกับไกด์บุ๊คที่มีตารางเวลารถให้ด้วยค่ะ
    แถมมีบัตรส่วนลด Duty Free และ Meitetsu Department store ด้วย (ให้ 1 ชุด / กลุ่ม)

    008

    และพอเราเอาตั๋วนี้ไปแลกกับนายสถานีแล้วเขาจะฉีกตั๋วเราไปส่วนหนึ่ง เหลืออีกส่วนหนึ่งไว้ให้เราใช้สำหรับขากลับค่ะ
    และสำหรับใครที่อยากนั่งรถไฟสบายๆแบบ First Class กระรอกนุ๊ยแนะนำให้บอกเจ้าหน้าที่สถานีว่าจะนั่ง μ-SKY (มิว-สกาย)
    ซึ่งจ่ายเงินเพิ่มอีกแค่ 360 เยนเท่านั้นเอง

    009

    กว้างขวางนั่งสบาย นั่งเสร็จปุ๊บก็เอาตั๋วเสียบไว้หลับรอนายตรวจตั๋วมาตรวจได้เลย (u v u,, zZzZzZ
    เมื่อถึงสถานี Meitetsu Nagoya แล้ว ให้เดินขึ้นจากชานชานลาและออกมาจากทางฝั่ง South ใกล้ๆ กับ Information Center
    ตัว Meitetsu Bus Center จะอยู่ที่ชั้น 3 ค่ะ

    010

    พอขึ้นมาชั้น 3 แล้ว เดินอีกนิดหน่อยเราจะเจอกับป้ายห้องตั๋วแบบนี้ ถ้ามองเข้าไปเจอโลโก้ของ Meitetsu Bus ก็เข้าไปได้เลยค่ะ
    แค่เอา SHORYUDO Highway Bus Ticket กับพาสปอร์ตยื่นให้เจ้าหน้าที่แล้วบอกเส้นทางการเดินทางที่ต้องการจะไปได้เลย!

    หลังจากเริ่มเปิดไพ่ใช้ตัวช่วยสุดหล่อของเราไปบ้างแล้ว (เกริ่นมายาวเกินไปแล้ว /ฮา) ก็มาเข้าเรื่องเส้นทางที่กระรอกนุ๊ยจะพาไปกันดีกว่า สำหรับเส้นทางในการเดินทางในครั้งนี้กระรอกนุ๊ยได้เดินทางครอบคลุมจังหวัดต่างๆต่อไปนี้ค่ะ ซึ่งได้แก่ โทยามะ – อิชิคาวะ – กิฟุ – ไอจิ มาดูกันเลยดีกว่าว่าแต่ละจังหวัดจะมีอะไรน่าสนใจยังไงบ้าง

    011

    เอาล่ะ! ในที่สุดก็ได้ตั๋วมาแล้ว สถานที่แรกที่เราจะบุกไปนั่นก็คือโทยามะนั่นเองค่ะ

    โทยามะ : ชำนาญเรื่องแก้ว ไม่แคล้วเรื่องเก่ง แถมเด่นเรื่องยา เนื้อปลาสดใหม่
    โทยามะเป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศที่ห้อมล้อมไปด้วยท้องทะเลลึกและเทือกเขา เป็นจังหวัดที่ขึ้นมีความชำนาญด้านการผลิตยาคุณภาพมายาวนานกว่า 300 ปี รวมไปถึงขวดแก้วไว้สำหรับบรรจุยาเหล่านั้นด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีอ่าวโทยามะที่มีภูมิประเทศแตกต่างจากอ่าวทั่วไป กล่าวคือตัวอ่าวจะมีลักษณะลาดจากชายฝั่งยุบตัวดิ่งลึกลงคล้ายหุบเขา ซึ่งนอกจากจะทำให้ปลาน้ำลึกเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว เขตการประมงกับท่าเรือเองก็ยังห่างกันไม่มาก ทำให้สามารถคงความสดใหม่ของปลาที่จับมาได้ดีกว่าพื้นที่อื่นๆของญี่ปุ่น จนได้รับสมญานามว่าเป็น “แทงค์น้ำปลาธรรมชาติขนาดใหญ่” (แปลว่าปลาที่นี่คงต้องสดจริงๆ ไม่งั้นคนโทยามะคงไม่บริโภคปลาดุเป็นอันดับหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น /ฮา)

    ข้อมูลจังหวัดโทยามะ(ภาษาไทย) คลิกที่นี่

    012

    ทิวทัศน์หน้าสถานีโทยามะ ระหว่างที่เดินไปฝากกระเป๋าที่โรงแรมค่ะ

    013

    จากนั้นกลับมาทางเดิมมาขึ้นรถราง(ฝั่งที่วิ่งหันหลังให้สถานีโทยามะ) ลงสถานี Nishicho ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 นาที
    (ค่าบริการผู้ใหญ่ 200 เยน เด็ก 100 เยน)

    Toyama Glass Art Museum / TOYAMAキラリ(富山市ガラス美術館)
    Toyama Glass Art Museum เป็นสถานที่ๆ รวบรวมงานศิลป์ต่างๆ รวมไปถึงการจัดแสดงผลงานที่เกี่ยวกับแก้วหรือกระจกจากศิลปินทั่วโลกเลยทีเดียว และพึ่งเปิดตัวมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2015 หยกๆ ที่ผ่านมา ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้นำเอากระจกและไม้สนไซเปรสมาเป็นใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการตกแต่ง โดยผู้ออกแบบอาคารนี้คือคุณ Kengo Kuma ที่เป็นผู้ออกแบบสเตเดียมที่จะใช้ในงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กำลังจะจัดขึ้น ณ มหานครโตเกียวในปี 2020 อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการนำเอาของดีๆ และวัตถุดิบภายในจังหวัดของจังหวัดมาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างอลังการงานสร้างมากๆค่ะ

    ► ข้อมูลเพิ่มเติม
    ที่อยู่ : 5-1 Nishicho, Toyama City
    โทร : 076-461-3100
    วันเวลาทำการ : 9:30 – 18:00 น. (ปิดทุกวันพุธที่ 1 และพุธที่ 3 ของเดือน วันสิ้นปี และเทศกาลปีใหม่)
    ค่าเข้าชม : 200 เยน (ชั้น 4 และชั้น 6)
    การเดินทาง : เดินประมาณ 1 นาทีจากสถานี Nishicho (ด้วยรถราง JR Toyama Station – Minami Toyama line หรือ Loop line)

    014Credit : Toyama Prefecture

    หน้าตาของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ค่ะ รับรองว่าโดนใจขาดีไซน์แน่นอน

    015

    016

    017

    018

    บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ชั้นต่างๆ

    023

    022

    นอกจากนี้ยังมีโซนจำหน่ายสินค้าที่ทำจากแก้วให้ซื้อกันไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

    020

    หรือจะมานั่งทานกาแฟที่นี่ก็มีร้านกาแฟให้บริการเช่นกันนะ

    024

    งานแสดงศิลปะเกี่ยวกับแก้วที่ตอนนี้เปิดให้รับชม (แต่เวลาที่เข้าไปด้านในห้ามถ่ายรูปนะคะ)

    025

    นอกจากนี้ ยังมีห้องสมุดของเทศบาลไว้ให้สำหรับให้คนในพื้นที่ได้เข้ามาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้อีกด้วยค่ะ

     Prefectural Fugan Cannal Kansui Park (県立富岩運河環水公園)
    สวนสาธารณะชื่อดังของจังหวัดโทยามะค่ะ ที่นี่จะมีสะพานเท็นมอน(Tenmon-kyo Bridge) ที่ใช้เป็นทางเชื่อมสองฝั่งของลำน้ำที่ยาวออกไปสู่ปากอ่าวโทยามะด้วย สวนสาธารณะคันซุยแห่งนี้ค่อนข้างกว้างขวางและมีบรรยากาศดีไม่ว่าจะอยู่ในฤดูไหน แถมตอนกลางคืนเองก็มีการเปิดแสงสีซึ่งเรียกได้ว่าโรแมนติกสุดๆ จึงเป็นที่นิยมของคู่รักชาวญี่ปุ่นค่ะ

    ► ข้อมูลเพิ่มเติม
    ที่อยู่ : Minato Irifune-cho, Toyama-shi, Toyama 930-0805
    โทร. : 076-444-6041
    วันเวลาทำการ : ทุกวัน
    ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าเข้าชม
    การเดินทาง :  เดินออกจากประตูทางออกทิศเหนือของสถานีโทยามะประมาณ 10 นาที
    มีลานจอดรถให้บริการฟรีถึง 249 คัน ตั้งแต่เวลา 9:00 – 22:00 น.

    026Credit : Toyama Prefecture

    ทิวทัศน์ของสวนสาธารณะคันซุยที่ไม่ว่าจะกลางวัน หรือกลางคืนก็สวยจนกินกันไม่ลง
    มิน่าล่ะทำไมหนุ่มสาวคู่รักถึงชอบมาที่นี่กัน > v <,, (ช่วงกลางคืนเปิดให้ชมแสงสีจนถึง 22.00 น. ค่ะ)

    นอกจากจะเป็นที่นิยมในหมู่คู่หนุ่มสาวกันแล้ว ก็ยังมีละครภาพยนตร์มาถ่ายทำอยู่หลายเรื่องเลยทีเดียว อย่างเช่นเรื่อง Koinaka(恋仲)ซีรีส์ญี่ปุ่นฮอตฮิตติดลมบนในช่วงฤดูร้อนปี 2015 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องราวความรักสามเศร้าของสองหนุ่ม หนึ่งสาว ซึ่งแสดงนำโดยฟุคุชิ โซตะ โนมุระ โชเฮ และฮอนดะ ทสึบาสะ เนื้อเรื่องจะเศร้าเคล้าน้ำตาหรือจะแฮปปี้เอนดิ้งกันแค่ไหนก็คงต้องรอลุ้นว่าช่องไหนจะทำมาฉายให้คนรักญี่ปุ่นอย่างพวกเราได้ดูกัน

    027รูปภาพโปรโมทซีรีส์เรื่อง Koinaka(恋仲)

    อีกเรื่องหนึ่งเป็น Live Action ที่ทำมาจากการ์ตูนผู้หญิง Ao Haru Ride (アオハライド) หรือ “Blue Spring Ride” ที่ฮอตฮิตติดลมบนไม่แพ้กัน เรื่องนี้มีหนังสือการ์ตูนขายในประเทศไทยใช้ชื่อว่า “บันทึกใสจากวัยฝัน” เนื้อเรื่องกิ๊วก๊าว แถมยังบีบหัวใจสุดๆ ใครชอบอ่านการ์ตูนอยู่แล้วก็ลองไปตามอ่านกันได้ค่ะ กระรอกนุ๊ยขอแอบ Recommended!

    028Blue Spring Ride ทั้งแบบ Live Action และ Manga

    นอกจากจะมีแลนด์มาร์คสุดฮิปอย่างสะพานเท็นมอนแล้ว ยังมี Starbucks ที่ได้รับรางวัล Starbucks Store Design Awards เมื่อปี 2008 มาการันตีความให้ในสวนสาธารณะ ทุกคนสามารถแวะเข้าไปซื้อจิบกาแฟกันได้ หรือจะนั่งจิบกาแฟชมทิวทัศน์จากในร้านก็ได้ไม่ว่ากัน ใครอยากลองสัมผัสประสบการณ์นั่งในร้านสวยๆก็ขอแนะนำค่ะ แถมที่นี่ยังไม่ไกลและอยู่ห่างจากประตูทางออกทิศเหนือของสถานีโทยามะเพียง 10 นาทีเท่านั้นเอง

    029สัญลักษณ์ที่คุ้นเคยพอมองทอดยาวไปจะเป็นแสงสีสวยกับทางที่ปูไปด้วยปุยหิมะ

     TOYAMA BAY Sushi (富山湾鮨)
    ไหนๆก็มาถึงถิ่นแทงค์ปลาธรรมชาติขนาดใหญ่กันแล้ว โอกาสมาให้รีบตักตวงกันไว้ค่ะท่านผู้ชม! (> 7 <,, ใครที่ชอบทานซูชิและอยากลองหน้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่แซลมอนหรือมากุโระบ้าง กระรอกนุ๊ยก็ขอแนะนำเซ็ตซูชิอ่านโทยามะนี้เลยค่ะ ซึ่งเจ้าเซ็ตซูชินี้จะมีทั้งหมด 10 คำด้วยกัน ซึ่งนอกจากแต่ละคำจะเป็นวัตถุดิบในฤดูกาลนั้นๆเปลี่ยนไปตามฤดูกาลแล้ว ยังใช้ข้าวที่ปลูกที่โทยามะอีกด้วย ส่วนราคาอยู่ที่ 2,000 – 3,500 เยน(รวมภาษีแล้ว) สามารถหาทานได้ในร้านซูชิกว่า 60 ร้านในจังหวัดโทยามะได้เลย บางร้านจะมีแถมซุปมิโสะอร่อยๆ ให้ด้วย ซึ่งถ้าทานไม่อิ่มก็สามารถสั่งเป็นคำๆ เพิ่มเติมได้ค่ะ ใครที่อยากลิ้มกระรอกนุ๊ยขอแนะนำหน้าชิโระเอบิ แล้วกินแบบไม่ต้องจิ้มโชยุนะ หวานอร่อยละลายในปากมากค่ะ!

    ► ข้อมูลเพิ่มเติม
    เกี่ยวกับ TOYAMA Bay Sushi คลิกที่นี่ร้านซูชิในโทยามะที่บริการเซ็ตอร่อยนี้บ้างที่มีให้บริการ TOYAMA Bay Sushi คลิกที่นี่

    030

    032

    สำหรับร้านที่กระรอกนุ๊ยไปทานในครั้งนี้คือร้าน Yumehachi ซึ่งมือปั้นเป็นผู้หญิงซึ่งนับได้ว่าหาได้ยากมากๆ

    031

    เมื่อทานครบ 10 คำจะมีซุปมิโสะกับหัวปลามาให้ด้วยค่ะ รสชาติซุปกลมกล่อมมากๆ เจ้าของร้านบอกว่าใช้ชิโระมิโสะ หรือมิโสะสีขาวเป็นวัตถุดิบในการทำ ซึ่งทำให้ตัวซุปมีรสชาติกลมกล่อมมากๆ ค่ะ

    ทิ้งท้ายไว้ด้วยภาพสถานีโทยามะที่เต็มไปด้วยหิมะก่อนจะออกเดินทางกันไปยังเมืองถัดไป

    033

    034

    035

    คานาซาวะ: ชมสวนสวยราวกับภาพวาด ต่อท้ายก่อนจากด้วยข้าวแกงกะหรี่คานาซาวะ
    คานาซาวะเป็นเมืองหนึ่งในจังหวัดอิชิคาวะที่มีชื่อเสียงในเรื่องงานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านอย่างเครื่องเขินหรือทองคำเปลว แถมยังได้รับการยกย่องจากองค์กรระดับโลกอย่าง UNESCO ว่าเป็น “เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์(Creative Cities Network)” ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีค.ศ. 2009 อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีปราสาทคานาซาวะและสวนสวยๆติด TOP3 สวนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นที่อยู่บริเวณใจกลางเมืองให้ชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติได้สูดอากาศสดชื่นให้เต็มปอด ส่วนสำหรับใครที่อยากลองแช่ออนเซ็นล่ะก็ต้องไป วาคุระออนเซ็น ที่อยู่ที่แหลมโนโตะเหนือสุดของจังหวัดอิชิคาวะเลย!

    ข้อมูลเมืองคานาซาวะ(ภาษาไทย) คลิกที่นี่

    พอมาถึงคานาซาวะแล้ว ขอแนะนำให้ซื้อ Kanazawa One day Pass ติดตัวกันไว้ (ราคา 500 เยน) เพื่อความสะดวกสบายและสามารถนั่งรถได้ทั่วเมืองคานาซาว่ากันเลยทีเดียว

    039

    หน้าตาตั๋ว ซึ่งจะมาพร้อมกับแผนที่การเดินทางมาให้ด้วยค่ะ

    039_1

    039_2

    039_4

    จากสถานีคานาซาวะ เมื่อออกมาจะพบกับสถานีรถบัสที่ค่อนข้างร่มรื่นสบายตาทีเดียว

    040

    ให้เรารอรถสีแดงน่ารักๆชื่อ Kanazawa Loop Bus แล้วก็เดินขึ้นไปนั่งยาวไปยังสถานี Kenrokuen-Shita ได้เลย

    042

    พอลงจากป้ายปุ๊บก็เดินตามทางขึ้นมาเรื่อยๆ ระหว่างทางก็จะมีของน่าซื้อล่อตาล่อใจเราตลอดทางเลยล่ะค่ะ

    043_2

    และนี่คือหน้าตาของสวนสาธารณะปราสาทคานาซาวะจากทางประตูอิชิคาวะ (Ishikawa-mon Gate) ซึ่งจะอยู่ทางด้านขวามือของเราค่ะ

    สวนสาธารณะปราสาทคานาซาวะ (金沢城公園)
    ปราสาทคานาซาวะแห่งนี้มีความยาวนานมามากกว่า 400 ปี และผ่านพ้นสงครามมาหลากหลายครั้ง ซึ่งแต่เดิมเป็นของตระกูลมาเอดะแห่งแคว้นคากะ(ครอบคลุมช่วงจังหวัดโทยามะและจังหวัดอิชิคาวะ) ภายหลังจึงถูกบูรณะซ่อมแซมและได้กลายมาเป็นหนึ่งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของ ทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ

    ► ข้อมูลเพิ่มเติม
    ที่อยู่ : 1-1, Marunouchi, Kanazawa 920-0937
    โทร. : 076-234-3800
    วันเวลาทำการ : ทุกวัน (1 มี.ค. – 15 ต.ค. 7:00 – 18:00 น. / 16 ต.ค. – 28/29 ก.พ. 8:00 – 17:00 น.)
    ค่าเข้าชม : 310 เยน (เด็กอายุไม่เกิน 17 ปี 100 เยน)
    การเดินทาง :  นั่งรถบัสเดินทางจากสถานี Kanazawa มายังสถานี Kenroku-en shita ประมาณ 12 – 15 นาที และเดินตามทางเท้าอีกประมาณ 3-5 นาที (รวมทั้งหมด 15 – 20 นาที)

    แต่ถ้าใครคิดว่ายังธรรมดาไป กระรอกนุ๊ยแนะนำให้หันมาทางซ้ายมือค่ะ ซึ่งเราจะพบกับสวนเค็นโระคุเอ็นที่ขึ้นชื่อเป็นลำตับต้นๆของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว

    044

    Kenrokuen Garden (兼六園)
    หนึ่งในสวนสวย TOP3 ของญี่ปุ่น และมีมายาวนานกว่า 300 ปี และยังเคยเป็นที่พักของขุนนางลำดับที่ 2 ในสมัยนั้น สวนเค็นโระคุเอ็นมีลักษณะพิเศษถึง 6 อย่างด้วยกัน คือ เป็นสวนมีขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้างขวางกว่า 11.4 เฮคเตอร์ มีความเก่าแก่ ให้ความรู้สึกสงบ มีลูกเล่น  มีทางน้ำไหล และมีทัศนียภาพอันสวยงามจากในสวน จึ่งเป็นที่มาของความหมายว่า “ปัจจัย 6 ประการ” หรือเค็นโระคุเอ็นในภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง กระรอกนุ๊ยขอออกตัวและบอกไว้ก่อนเลยว่าไม่ว่าเพื่อนๆ จะมาเมื่อไหร่ก็จะพบกับความสวยงามในแบบฉบับของฤดูนั้นๆอย่างแน่นอน แต่คราวนี้มาดูในแบบฉบับของฤดูหนาวกันก่อนแล้วกันนะคะ

    ► ข้อมูลเพิ่มเติม
    ที่อยู่ : 1 Kenrokumachi, Kanazawa, Ishikawa 920-0936
    โทร. : 076-234-3800
    วันเวลาทำการ : ทุกวัน (1 มี.ค. – 15 ต.ค. 7:00 – 18:00 น. / 16 ต.ค. – 28/29 ก.พ. 8:00 – 17:00 น.)
    ค่าเข้าชม : 310 เยน (เด็กอายุไม่เกิน 17 ปี 100 เยน)
    การ เดินทาง :  นั่งรถบัสเดินทางจากสถานี Kanazawa มายังสถานี Kenroku-en shita ประมาณ 12 – 15 นาที และเดินตามทางเท้าอีกประมาณ 3-5 นาที (รวมทั้งหมด 15 – 20 นาที)

    045

    มีเวลาเปิดบริการที่แตกต่างกันทั้งหมดสองช่วงค่ะ ช่วงแรก ตั้งแต่ 1 มี.ค. – 15 ต.ค. จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 7.00 – 18.00น. ส่วนตั้งแต่ 16 ต.ค. – 28 ก.พ. จะให้บริการตั้งแต่ 8.00 – 17.00 น.ค่ะ (ค่าเข้าชม 310 เยนค่ะ)

    046

    แค่เดินเข้ามาก็ดูเหมือนกำลังจะเข้ามาเดินอยู่ในดินแดนน้ำแข็งไสแล้วล่ะค่ะ (‘ q ‘,,

    047

    จุดถ่ายรูปไฮไลท์ของที่นี่ต้องมีโคมไฟ Kotojitoro นะคะ /ฮา

    048

    049

    050

    051
    052

    053

    เกาะกลางน้ำนี้เขามีชื่อว่าเกาะ Horaijima มีชื่อเล่นว่าเกาะเต่าค่ะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนการมีอายุยืนอยู่ในบ่อน้ำ Kasumigaike

    054
    055
    056
    057

    อื้อหือ ขนาดนี่มีแต่หิมะคลุมไปหมด ลองคิดดูสิคะว่าถ้าช่วงซากุระบานหรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่จะสวยแค่ไหน

    058

    หลังจากที่เดินกันจนอิ่มหนำแล้ว ก็ออกมาที่หลังสวนเพื่อรอรถเมล์นั่งกลับสู่สถานีคานาซาวะค่ะ

    ข้าวแกงกะหรี่คานาซาวะ / Kanazawa Curry (金沢カレ-)
    รู้รึเปล่าว่าข้าวแกงกะหรี่ก็มีหลายประเภทนะ? ข้าวแกงกะหรี่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในอาหารประจำชาติของคนญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ซึ่งข้าวแกงกะหรี่คานาซาวะมีจุดเด่นไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นตัวเนื้อแกงที่ค่อนข้างข้นกว่าแกงกะหรี่ทั่วไป เพราะใช้เวลาในการเคี่ยวเนื้อแกงจนไม่เห็นคราบผักและเนื้อที่เป็นวัตถุดิบแม้แต่น้อย และด้วยกรรมวิธีอันพิถีพิถันนี้เลยทำให้สีของตัวแกงจะค่อนข้างเข้มกว่าข้าวแกงกะหรี่ทั่วๆไปในญี่ปุ่น(โดยปกติข้าวแกงกะหรี่ทั่วไปจะออกเป็นสีน้ำตาล แต่แกงกะหรี่คานาซาวะจะเป็นสีน้ำตาลเข้มไปจนถึงดำ) เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี กระรอกนุ๊ยขอแนะนำค่ะ

    059ชมสวนสวยเพลินจนลืมทานข้าว เลยขอจัดซักหน่อยกับ Kanazawa Curry ที่ Go! Go! Curry!
    แถมตอนนี้มีโปรโมชั่นโคร็อกเกะครีมปูรับหน้าหนาวเลยขอจัดซักหน่อย (ราคา 780 เยนค่ะ)

    Wakura onsen (和倉温泉)
    วาคุระออนเซ็นตั้งอยู่ในเมืองนานาโอะ ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของแหลมโนโตะค่ะ วาคุระออนเซ็นเรียกได้ว่าเป็นนัมเบอร์วันในเรื่องออนเซ็นในจังหวัดอิชิคาวะ และยังเป็นสถานที่รวบรวมเรียวกังออนเซ็นระดับพรีเมียมในญี่ปุ่นเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเป็นออนเซ็นที่มีความเป็นมายาวนานกว่า 1,200 ปี ซึ่งส่วนประกอบหลักของออนเซ็นที่นี่จะมีเกลือเป็นส่วนใหญ่ และมีอุณหภูมิถึง 94 องศาเซลเซียสเลยทีเดียวค่ะ (ก็อยู่ใกล้ทะเลจะมีส่วนประกอบหลักเป็นเกลือก็ไม่แปลกนี่เนอะ ^ 0 ^,,)

    060

    สำหรับการเดินทาง เราสามารถเดินทางได้ด้วย JR จากสถานี Kanazawa มายังสถานี Wakuraonsen ได้เลยค่ะ

    061

    062

    063

    พอถึงสถานีปุ๊บก็จะมีเสาหน้าตาแบบนี้ต้อนรับอยู่ เราสามารถนั่งรถแท็กซี่เพื่อไปยังโรงแรมได้ แต่พอดีในวันที่กระรอกนุ๊ยไปมีหิมะตกหนัก ทางโรงแรมก็เลยมีบริการวนมารับที่สถานีค่ะ

    064

    065

    ทิวทัศน์ระหว่างทางมาที่โรงแรม

    066

    สำหรับคืนนี้เราพักกันที่โรงแรม Notoraku ค่ะ และนี่คือบรรยากาศภายในโรงแรมที่เราจะได้พักกันในวันนี้ค่ะ

    068

    069

    070

    071

    072
    073

    ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ตามประสาคนอยากรู้ วันนี้ก็ยังไม่มืด ยังพอมีเวลาเหลือเลยลองเดินไปเดินเล่นในเมืองกันค่ะ

    074

    075

    076

    ระหว่างทางเดินไปในเมือง

    077

    หรือถ้าใครไม่ได้ค้างคืนที่วาคุระออนเซ็นแห่งนี้ที่นี่ก็มีโรงอาบน้ำสาธารณะให้บริการด้วย ใครอยากรู้ว่าบ่อน้ำร้อนที่นี่ดีแค่ไหนยังไงก็ลองมาแช่ดูได้เลย

    เมื่อเดินเข้ามาในตัวเมืองเราจะพบกับ จตุรัสฮิโรบะ / Hiroba public square (湯元の広場) ซึ่งจะมีกระเรียนคู่ และเทพเจ้าแห่งความสำเร็จอย่างเอบิสึอยู่ เขาว่ากันว่าถ้ากวักควันเข้าหาตัวครบ 7 ครั้งจะทำความสำเร็จมาให้ด้วยล่ะ!

    078

    ถ้าเห็นหอนาฬิกานี่แล้วล่ะก็แปลว่าเรามาถึงจตุรัสฮิโรบะเป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะ!

    079

    เห็นรูปปั้นนกกระเรียนสองตัวจงรีบยื่นมือออกมาอย่างเร็วรี่ กวักควันเข้าหาตัวกันเลย

    080

    รูปปั้นเอบิสึ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ

    แต่ยังเดินยังไม่ทันทั่ว หิมะก็ตกหนักจนเราต้องรีบกลับโรงแรมค่ะ ถึงอย่างนั้นก็ขอแวะเก็บภาพซักสองสามรูป

    081

    082

    083

    และที่พลาดไม่ได้เลยสำหรับเรียวกังที่นี่ สำหรับคืนที่วาคุระออนเซ็นนี้ กระรอกนุ๊ยพักอยู่ที่ Nato Raku ค่ะ และข้างล่างนี้คืออาหารเย็นที่เรียกได้ว่ากระเพาะหลุมดำของกระรอกนุ๊ยถึงกับอิ่มตื้อจนแทบจะกลิ้งกลับห้องกันเลยทีเดียว

    084

    หลังจากทานข้าวเสร็จได้ซักพัก ก็ได้มีโอกาสเข้าไปแช่ออนเซ็นของที่พักด้วย ซึ่งก็ช่วยให้ผ่อนคลายและคลายหนาวเป็นอย่างดีเลยค่ะ วันรุ่งขึ้นหลังจากทานข้าวเช้าที่โรงแรมแล้วเราก็เดินทางกลับจากสถานีวาคุระออนเซ็นไปยังสถานีคานาซาวะ เพื่อมาต่อรสบัสไปยังชิราคาวะโกค่ะ

    085

    และนี่คือหมายเลขชานชาลาที่เราจะใช้เดินทางต่อไปในคราวหน้าค่ะ

    แฮ่ เป็นยังไงกันบ้างคะกับกับสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆในแถบโชริวโด ด้วย SHORYUDO Highway Bus Ticket เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายๆ คนคงอยากลองไปสถานที่สวยๆ แบบนี้กันบ้างแล้ว  แต่ขอบอกเลยว่าตอนนี้น่ะแค่น้ำจิ้ม! สำหรับตอนหน้ารับรองว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวและของอร่อยๆอีกเพียบ ขอเชิญเพื่อนๆ ปักธงปูเสื่อรอกันได้เลยค่า สำหรับใครที่สนใจสถานที่ท่องเที่ยวในวันนี้ และอยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถตามเข้าไปตามลิงค์ต่างๆข้างล่างนี้ได้เลยจ้า

    ► ข้อมูลเพิ่มเติม
    สนามบิน Chubu Centrair International Airport(ภาษาอังกฤษ) คลิกที่นี่
    ข้อมูลจังหวัดโทยามะ(ภาษาไทย) คลิกที่นี่
    ข้อมูลเมืองคานาซาวะ(ภาษาไทย) คลิกที่นี่

    086

    ทิ้งท้ายไว้อีกรูปสำหรับวิวสวยๆระหว่างเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวถัดไปค่ะ

    Go! Go! Let’s go Let’s go Shirakawa-go! \(> ワ <,, ノ

    ขอบคุณรูปภาพสวยๆจาก :
    https://www.aichi-now.jp
    Toyama Prefecture
    www.asianwiki.com
    http://aoha-ride.blog.so-net.ne.jp

    By : กระรอกนุ๊ย 。(*^▽^*)ゞ