มาลองพักแบบโฮมสเตย์ กับชาวนาญี่ปุ่นกันเถอะ ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน

มาแล้วจ้า พี่นกสุดสวยแห่งวงการอีเวนท์ญี่ปุ่น ได้รับโอกาสดีๆ จากบริษัท ไปสัมผัสการพักแบบโฮมสเตย์ เป็นครั้งแรกในชีวิตก็ว่าได้นะคะ ตื่นเต้นละซิงานนี้

โฮมสเตย์คืออะไร? โฮมสเตย์ หมายถึง การไปพักอาศัยอยู่กับคนในท้องถิ่นนั้น ได้สัมผัสวิถีชีวิตการเป็นอยู่ ตลอดจนอาหารการกิน หรือแม้แต่การฝึกภาษาท้องถิ่นนั้น โดยได้รับรู้ถึงกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ยังคงอยู่ เป็นประสบการณ์ชีวิตอีกแบบที่น่าสนใจนะคะ แถมยังได้เข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวของท้องถิ่นแบบรู้ลึกรู้ดีกันด้วยค่ะ

ในครั้งนี้พี่นกได้มีโอกาสได้ไปสัมผัสการพักค้างคืนที่บ้านของชาวนา ในจังหวัดยามากาตะ ที่หมู่บ้าน TOZAWA และพักกันที่ บ้าน Farmhouse “Yosoemon”

ที่บ้านหลังนี้มีคุณลุงคุณป้า (คุณทานากะ) เป็นเจ้าของ มีลูกชายหนึ่งคน มีอาชีพทำนา ทำไร่ และเปิดร้านขายโซบะที่ทำเองตั้งแต่ปลูกเองไปจนถึงทำเส้นโซบะเลยละจ้า การไปพักบ้านชาวนาญี่ปุ่นแบบนี้เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตของพี่นกเลย เมื่อได้เข้าไปในบ้านรู้สึกถึงความขลัง ความเก่า ความอบอุ่นที่เจ้าของบ้านมีให้ตั้งแต่แรกที่เจอกัน ตอนที่พวกพี่นกมาถึงที่บ้านนี้ก็เย็นมากแล้ว ได้พูดคุยทักทายกันเล็กน้อย จากนั้นก็เป็นเวลาของมื้ออาหารเย็นกันค่ะ

ต้องบอกว่ามื้อเย็นของที่นี่มีความอลังการมาก ไม่ใช่ว่าอาหารหรูเลิศอะไร แต่รู้เลยว่าคุณป้าเจ้าของบ้านใช้ใจทำ น่ากินทุกอย่างเลย และเยอะมากๆ คุณป้าเอามาเติมตลอด จนของที่ยกมาหลังๆ นี่ทานกันไม่หมดเลยจ้า

มีเมนู เนื้อม้าผัด, ดอกไม้ประจำท้องถิ่นค่ะ Yama Yasai แปลว่า ผักจากยอดเขานำมาผัด สามารถทานได้ค่ะ และก็มีปลาท้องถิ่นอีกด้วย จัดเต็มกันสุดๆ ไปเลย

นี่คือ 1 เซต ของ 1 คนนะคะ และยังมีของเคียงอีกเพียบค่ะ จะบอกว่า ข้าวของบ้านนี้ ปลูกกันเองนะจ้ะ หอม นิ่ม กรุบๆ อร่อยอ่า

ในที่สุด…..ก็เต็มโต๊ะ ได้เวลาทานกันแล้ว \(^[]^)/

หลังจากทานเสร็จพี่นกก็ไปสำรวจบ้านกันค่ะ ภายในบ้านยังคงมีกลิ่นอายของความเป็นบ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม แต่ความสะดวกสบายและล้ำสมัยของคนสมัยใหม่ ก็มีให้นะคะ เช่น ห้องส้วมอัตโนมัติ ที่แยกส่วนชายหญิง ส่วนห้องนอนของพี่นกและน้องแมค เป็นห้องที่อยู่ที่ติดกับห้องรับแขกนั่นเอง อยู่ชั้นล่างนั่นแหล่ะค่ะ โดยมีผนังกั้นห้องแบบบานเลื่อนคั่นไว้ ถึงกระนั้นก็ตาม เรายังคงกลัวรูปของเหล่าท่านๆ บรรพบุรุษอยู่ดี จึงหันชุดฟูกที่นอนไปทางอื่นแทนค่ะ 555

ห้องที่พี่นกพักนะคะ

ห้องนี้เป็นอีกห้องที่น้องแมคพัก คั่นกลางด้วยห้องรับแขกค่ะ

ห้องรับแขกและฉากกั้นห้องให้บรรยากาศบ้านคนญี่ปุ่นแท้ๆ มากๆ เลยค่ะ

ตลอดคืนก็ผ่านไปด้วยดีค่ะ ไม่มีความน่ากลัวใดๆ ยกเว้นเจ้าฮีตเตอร์ ที่เป็นแบบแก๊สค่ะ พี่นกเคยอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นมาเป็นปีๆค่ะ เลยพอรู้ว่าไอ้เจ้าฮีตเตอร์แบบนี้ มันมีวิธีใช้ที่ยุ่งยาก ต้องลุกขึ้นมารีเซตทุก 3 ชั่วโมง แต่ให้ความร้อนดีและประหยัดที่สุด แต่เพราะเจ้ากลิ่นแก๊สที่ดมนานๆ ก็…ไม่ดีต่อสุขภาพซักท่าไหร่ ก็ขอปิดดีกว่า เพราะผ้าห่มหนาและอุ่นมากค่ะ

ที่โฮมสเตย์แห่งนี้ เหมาะกับการมาพัก ตั้งแต่ 2 วัน 1 คืน ขึ้นไป แต่พี่นกว่าถ้าอยากมีส่วนร่วมและซึมซับมากกว่านี้ ควรมาพักสัก 3 วัน 2 คืนค่ะ เพราะจะมีเวลาในการทำกิจกรรมร่วมกับทางโฮสต์ อาทิเช่น ปลูกข้าว เข้าโรงนา ปลูกผัก ลองทำเส้นโซบะ และอื่นๆ

เช้าวันใหม่มาเยือน พวกเราอยากเห็นคุณลุงทำเส้นโซบะสดๆ จึงตื่นเช้ามาก เพื่อมาดูคุณลุงทำ

คุณลุงเริ่มลงมือทำ โดยเริ่มจากนำแป้งมาผสมกับน้ำ ที่ได้มาจากธารน้ำใสที่ไหลมายังหลังบ้านคุณลุงอ่ะค่ะ แล้วบรรจงนวดๆๆๆ จากนั้นก็มาตัดๆๆ ซึ่งพวกเราได้ลองตัดด้วยค่ะ พอตัดเสร็จคุณป้าก็นำไปต้มเลยทันที และกลายเป็นหนึ่งในสำรับมื้อเช้าของวันนี้ค่ะ

เป็นมื้อเช้าก็อลังการงานสร้างมากไม่แพ้มื้อเย็นวานเลย อิ่มมากพร้อมนอนต่อ 555 เส้นโซบะ ก็คือที่เราทำเมื่อกี้อ่ะค่ะ นิ่มอร่อย กะลังดี แซ่บเว่อร์

หลังจากนั้นก็พอมีเวลานิดหน่อย จึงตระเวนไปรอบๆ บ้านเพื่อถ่ายรูปกัน ชอบวิวโรงนามากค่ะ เลยมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำนาทำสวน เป็นพร็อพเก๋ๆ ถ่ายรูปมุมสวยๆ กันค่ะ

ข้อควรทราบในการเข้าพักแบบโฮมสเตย์ก็คือ ควรเตรียม ผ้าเช็ดตัวและแปรงสีฟัน ไปด้วยนะคะ เพราะที่บ้านเค้าจะไม่ได้เตรียมไว้ให้ค่ะ ต้องนำไปเอง และมีกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การทำนา, การปลูกผัก จะขึ้นอยู่กับฤดูกาลและสภาพอากาศด้วยนะคะ

ก่อนจะเข้าหมู่บ้านก็ได้แวะซื้อข้าวของเครื่องใช้กันก่อน เพราะในหมู่บ้านไม่มีร้านขายของนะคะ

ที่ห้องอาบน้ำจะมีแบบฝักบัวและอ่างอาบน้ำ ซึ่งยังคงแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมคือใช้น้ำร้อน เป็นน้ำที่ใช้ร่วมกันไม่ปล่อยทิ้งทีละคนนะคะ แต่ไม่ต้องกลัวค่ะ เค้าให้เราอาบก่อน อิอิ
ที่นอนจะเป็นฟูกแบบหนาๆ ตามแบบที่เราเห็นในการ์ตูนญี่ปุ่น หรือตามเรียวกังค่ะ มีผ้าห่มหนาๆ ให้หลายเลย รับรองอุ่นดีมากค่ะ และปูนอนบนเสื่อทาทามิค่ะ

ทางโฮสต์จะพูดได้แค่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นค่ะ ถ้าใครพอมีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นบ้างนี่ก็ดีค่ะ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เราไปมาแล้ว สบายมากค่ะ ภาษามือนี่แหล่ะช่วยได้จริงๆ และเค้าก็พยายามเข้าใจเราอยู่แล้วค่ะ

พี่นกกับน้องแมคถ่ายรูปกับคุณลุงคุณป้า เจ้าของบ้านค่ะ

นอกจากนี้ยังต้องมีเวลาไปเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของทางหมู่บ้าน ได้แก่ Jizokura ไม่คิดว่าจะต้องมาเผชิญกับการเดินป่า ฟังญี่ปุ่นก็ไม่ออกซะด้วยสิ แต่การเที่ยวแบบไม่รู้มาก่อน มันก็เป็นเสน่ห์อย่างนึงนะคะ 555 สรุปขึ้นลงเขาครั้งนี้ ประทับใจเป็นความทรงจำที่ดีมากค่ะ เพราะเมื่อขึ้นไปถึงแล้วนั้น เสมือนเราได้แสวงบุญมากว่า 10 ปี แถมยังได้ห้อยเหรียญไว้พร้อมอธิษฐาน ขอให้สวยและรวยมากกกกกก ฟินเว่อร์ค่ะ

นี่ทางเข้าเพื่อปีนเขาไปยังวัดค่ะ ถ้าไม่มากับคนในท้องถิ่น รับรองหาไม่เจอแน่นอนค่ะ

ก่อนขึ้นไปต้องเปลี่ยนรองเท้ากันก่อนค่ะ เพราะทางลื่นและชันมากค่ะ

ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นด้วยนะคะ เหมือนๆ กับหมู่บ้าน ชิราคาวะโกะ หรือ ซึมาโกะ

ทางชันมากค่ะ

เดินเลาะตามหน้าผาไปแบบนี้เรื่อยๆ ค่ะ และหนทางยังอีกยาวไกล

อ๊าาา ในที่สุดก็ถึงแล้วค่ะ

ตอนสอดเหรียญอธิฐานขอพร เราต้องหารู 2 รู ที่สามารถลอดผ่านหากันได้ เพื่อคล้องสายห้อยเหรียญนี้ค่ะ หายากมากนะคะ

ภายในศาลเจ้าค่ะ มีอายุเกือบร้อยปีเลยทีเดียว

จากนั้นเราจะไปต่อกันที่ ป่าต้นไม้พันปี (Gensou no Mori) ถ้ามาเที่ยวแบบทัวร์ทั่วไป รับรองมาไม่ถึงสถานที่นี้แน่นอน เพราะมันแสนจะลึกลับมาก แต่พอได้ไปถึง โอ้โห แต่ละต้นใหญ่ๆ อลังการมากค่ะ มาถ่ายรูปเก๋ๆ แนวแฟนซีต้นไม้ได้เลย เก๋กู้ด ไปอีกแบบว่ามั้ย

ทางเข้าป่าพันปีค่ะ

ต้นไม้อายุนับพันปี ใหญ่มากค่ะ

จากนั้นก็ไปล่องเรือชมความงามของแม่น้ำ Mogami สองฝั่ง โดยมีเจ้าหน้าที่เรือพูดแนะนำ แถมยังร้องเพลงดั้งเดิมให้ฟังเพลินๆ ไปอีกกก เป็นการสิ้นสุดทริปกันค่ะ

การเดินทางไปที่หมู่บ้าน TOZAWA Village จากโตเกียว อาจต้องเวลาเดินทางนิดนึงนะคะ เดินทางโดยรถไฟ JR Yamagata Bullet Train “Tsubasa” วิ่งตรงจาก Tokyo station ถึง Shinjo station ใช้เวลา สามชั่วโมงครึ่ง จากนั้นก็แจ้งให้เค้ามารับที่สถานีนี้ค่ะ

ถ้าสนใจ นี่เลย ข้อมูลการพักแบบโฮมสเตย์ เลือกเอา ชอบหลังไหน แล้วไปเป็นชาวนาญี่ปุ่นกันเถอะ
**ตัวอย่างบ้านพักนะคะ ถ้าต้องดูรายละเอียดเต็มๆ เชิญที่ http://m.facebook.com/tozawaokoshitai/
หรือ ส่งอีเมล์ถามได้ที่ e_suzuki@vill.tozawa.yamagata.jp

…….
สุดท้ายจะขอแนะนำภูมิภาคโทโฮคุ กันอีกสักนิดนะคะ
ภูมิภาคโทโฮคุ อยู่ทางเหนือ ถัดลงมาจากฮอกไกโด ค่ะ เป็นภูมิภาคที่คนไทยยังไม่ค่อยได้ไปกัน เนื่องจากไกลจากโตเกียว หรือเมืองหลักอื่นๆ แต่ในความไกลนั้น มีความน่าทึ่งในธรรมชาติมากเลยละค่ะ สวยทุกฤดูไม่แพ้ภูมิภาคอื่นจริงๆค่ะ
ถ้าจะให้แนะนำที่เที่ยวในภูมิภาคนี้แบบสั้นๆ เราขอเสนอแนะ ตามนี้ค่ะ
ZAO Ice Monster ในฤดูหนาวที่หิมะปกคลุมต้นสน ตามแนวทิวเขา และในสกีรีสอร์ท ดูเหมือนต้นไม้จะกลายเป็นปีศาจตัวใหญ่ๆได้เลยค่ะ
Apple/ Cherry/Pear Picking เก็บผลไม้และทานสดๆกันไปเลยค่ะ หอบหิ้วกลับบ้านมาเป็นของฝากผู้ใหญ่ก็คุ้มค่าค่ะ
Stove train นั่งรถไฟดูวิวหนาวๆสองข้างทาง แบบอุ่นๆกับรถไฟไอน้ำ
Ginzan onzen สถานพักตากอากาศที่มีชื่อเสียงมาหลายร้อยปีนี้ ควรค่าให้ไปเยือนสักครั้งในชีวิต ยิ่งเป็นฤดูหนาว ได้ไปพักแช่ออนเซ็นท่ามกลางหิมะ ฟินเว่อร์
นี่แค่นิดเดียวนะคะ มีสถานที่ท่องเที่ยวอีกเยอะเลยค่ะ ที่รอให้คุณๆไปสัมผัส แบบมิติใหม่ ลืมที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นแบบเดิมๆไปเลยค่ะ แล้วมาโพสที่เที่ยวที่ไม่ซ้ำใครดีกว่านะคะ


ท้ายสุดนี้ ขอขอบคุณน้องแมค ดีไซน์เนอร์ชื่อดังของเมืองไทย ที่ร่วมชะตาชีวิตเดินทางไปด้วยกัน และยังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้หลายแอ็คเลยค่ะ

บันทึกเที่ยวเซนไดและยามากาตะแบบทัวร์ท้องถิ่น CLICK

  

 

Relate Content リレート コンテント
image
เรากำลังรอความคิดเห็น รีวิวจากท่านอยู่นะครับ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น