อร่อยเต็มคำกับสุดยอดข้าวปั้นโอนิกิริจาก 5 ร้านดังในญี่ปุ่น

  • หลายคนเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นก็น่าจะคุ้นเคยกับข้าวปั้นก้อนกลมๆ ที่เรียกว่า โอนิกิริ กันดี เวลารีบๆ ไม่มีอะไรกินตอนเช้าก่อนออกไปเที่ยวก็ได้โอนิกิรินี่แหละที่เป็นอาหารเบสิคกินรองท้องเวลาหิวๆ ไปก่อน

    ข้าวปั้นญี่ปุ่น หรือ โอนิกิริ (Onigiri) เป็นอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมมานานแสนนาน ทั้งทำง่าย กินง่าย แถมพกพาสะดวก เพียงแค่ชิ้นกลมๆ เล็กๆ สอดไส้ข้างใน หรือจะเป็นแบบข้าวปั้นห่อด้วยสาหร่ายธรรมดาก็อิ่มท้องพร้อมออกไปเผชิญโลกกว้างต่อแล้ว และถ้าใครหลงรักเจ้าโอนิกิริแล้วละก็ เรามีโอนิกิริจาก 5 ร้านเด็ดที่ญี่ปุ่นมาแนะนำให้ชมกัน

    1. Honnoriya

    onigiri-honnoriya

    ร้านฮนโนริยะ เป็นร้านขายโอนิกิริที่เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 2002 โดยสาขาแรกอยู่ในสถานีโตเกียว โอนิกิริแต่ละชิ้นผ่านการปรุงสดใหม่ด้วยมือจากเชฟที่เวลาทานเข้าไปจะได้ความรู้สึกเหมือนมีคุณแม่ทำให้ทานเลยทีเดียว

    ข้าวที่ใช้ทำโอนิกิริของที่นี่เป็นข้าวพันธุ์โคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวชั้น 1 ของญี่ปุ่น และใช้เกลือที่มาจากน้ำแร่ทะเล ความพิเศษที่น่าลองคือจะมีโอนิกิริรสชาติพิเศษวางขายเฉพาะฤดูกาลอีกด้วย

    ฮนโนริยะมีสาขาอยู่ตามสถานีรถไฟต่างๆ ซึ่งสะดวกต่อผู้ที่เข้ามาใช้บริการในสถานีรถไฟมากๆ เลย

    2. Omusubi Gonbei

    onigiri-gonbe

    ร้านโอมุซุบิ กมเบ เป็นร้านโอนิกิริที่มีหลายสาขาทั่วภูมิภาคคันโต สิ่งแรกที่สังเกตได้เวลามาร้านก็คือโอนิกิริของที่นี่จะชิ้นใหญ่กว่าปกติ ซึ่งใหญ่กว่าโอนิกิริทั่วไปในท้องตลาดถึง 1.5 เท่าเลยทีเดียว แต่ละชิ้นก็ผ่านการปั้นมาอย่างพิถีพิถัน โดยเวลาปั้นเชฟจะระวังไม่กดข้าวแรงจนเกินไปเพื่อเม็ดข้าวจะได้ไม่หักนั่นเอง โอนิกิริที่ได้ก็เลยยังดูฟูนุ่มน่ากินทุกชิ้น

    ความพิเศษของโอนิกิริที่นี่นอกจากจะชิ้นใหญ่แล้วยังราคาถูกอีกด้วย ส่วนเมนูแนะนำก็คือโอนิกิริที่ทำจากข้าวกล้องนั่นเองจ้า

    ร้านนี้จะมีสาขาตั้งอยู่ตามย่านธุรกิจต่างๆ รวมถึงมีพื้นที่สำหรับทานโอนิกิริในร้านได้ด้วย เลยกลายเป็นร้านที่ถูกและดีสำหรับพนักงานในย่านนั้นไปเลยละ

    3. Bongo

    onigiri-bongo

    ร้านบงโกะตั้งอยู่ในสถานีรถไฟโอสึกะ เป็นร้านขายโอนิกิริที่เปิดกิจการมายาวนานมากกว่า 35 ปีเลยทีเดียว ภายในร้านมีพื้นที่สำหรับนั่งทาน โดยสามารถเข้ามานั่งทานโอนิกิริที่ทำสดๆ ใหม่ๆ ที่เค้าเตอร์พร้อมกับชมเชฟปั้นโอนิกิริที่ฝั่งตรงข้ามได้ด้วย

    โอนิกิริร้านนี้ชิ้นค่อนข้างใหญ่ และมีไส้ให้เลือกกว่า 50 ไส้ แถมยังมีแบบเซ็ตเมนูที่มีซุปมิโสะอีกด้วยนะ สำหรับเมนูแนะนำก็คือโอนิกิริไส้ไข่ปลาแซลมอนนั่นเอง ถึงแม้จะเป็นเมนูที่ราคาสูงกว่าเมนูอื่นซักหน่อย แต่รับรองว่าทานแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน

    4. Jukichi

    onigiri-jukichi

    ร้านนี้เป็นร้านในเครือของ Kyotaru ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเที่ยวกับซูชิและอาหารเดลิเวอรี่ สาขาต่างๆ ของร้านนี้จะอยู่ที่ชั้นใต้ดินในห้างสรรพสินค้าแถบคันโต และที่ร้านยังใช้ข้าวพันธุ์โคชิฮิคาริในการทำข้าวปั้น เป็นข้าวที่ยังคงรสชาติดีแม้จะถูกแช่เย็นไว้ก็ตาม ส่วนสาหร่ายแห้งก็มาจากทะเลอาริอาเกะ ซึ่งเป็นอ่าวในภูมิภาคคิวชู

    ทางร้านจะมีโอนิกิริพิเศษตามแต่ละสาขา อย่างเช่น สาขาชิบูย่าจะมีโอนิกิริที่ห่อด้วยสาหร่ายรูปฮาจิโกะ รูปปั้นสุนัขซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชิบูย่า ส่วนสาขา Tokyo Solamachi ห้างที่ตั้งอยู่ใต้ Tokyo Sky Tree จะมีโอนิกิริที่ชื่อว่า “Super Jumbo 634” ซึ่งเป็นโอนิกิริชิ้นยักษ์ที่มีน้ำหนักถึง 634 กรัม ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับความสูงของโตเกียวสกายทรีนั่นเอง

    5.Yunotani Tawara Daimyo

    onigiri-tawaradaimyo

    ยูโนะทานิเป็นบริษัทที่จัดการเกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่น โดยมีร้านทาวาระ ไดเมียว เป็นร้านโอนิกิริที่สะดวกสำหรับซื้อกลับไปทานที่บ้าน โดยร้านตั้งอยู่ในห้าง Sogo และ Seibu ในโตเกียว

    ร้านนี้ทำโอนิกิริโดยใช้ข้าวจากเมืองอุโอนุมะ จังหวัดนีงาตะ ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการปลูกข้าวกันมาก โอนิกิริร้านนี้จะชิ้นไม่ใหญ่มากแต่ว่าทานแล้วจะได้รสชาติที่เข้มข้น และนอกจากโอนิกิริไส้ธรรมดาแล้วยังมีไส้พิเศษที่ไม่ค่อยพบที่ไหนอย่าง หมูตุ๋น, ปลาไหลทะเลต้มซีอิ๊วหวาน และชีสโบนิโต้อีกด้วย

    แต่ละร้านใช้วัตถุดิบคุณภาพแข่งขันกันแบบฟาดฟันสุดๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นประโยชน์ก็ตกอยู่ที่คนซื้อนี่แหละเนอะ เพราะยังไงก็ได้อาหารมีคุณภาพ อร่อยแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่นแน่นอน

    ที่ไทยเองก็มีโอนิกิริขายตามร้านสะดวกซื้อเช่นกัน แต่ถ้าอยากลองแบบรสชาติออริจินอลที่ญี่ปุ่น แนะนำว่า 5 ร้านที่ยกมานี่แหละ ไม่ผิดหวังแน่นอน ชิมแล้วจะรู้สึกได้ถึงวิถีชีวิตแบบคนญี่ปุ่นด้วยนะ

    ข้อมูลและภาพจาก
    http://goinjapanesque.com/

    By… JELLYgoRound☆